posttoday
ผลวิจัยสื่อการเมืองข่มขู่ อาฆาต ยุเกลียดชัง

ผลวิจัยสื่อการเมืองข่มขู่ อาฆาต ยุเกลียดชัง

12 ตุลาคม 2555

โดย...สุภชาติ เล็บนาค

โดย...สุภชาติ เล็บนาค

สำนักอธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ร่วมกับองค์กรวิชาชีพสื่อ นำโดยสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จัดประชุมเครือข่ายนักวิชาการและวิชาชีพสื่อมวลชน ประจำปี 2555 โดยมีการเผยแพร่ผลการศึกษาในหัวข้อ “Hate Speech ในเว็บไซต์ และทีวีดาวเทียม การเมือง” ศึกษาระหว่างวันที่ 12-18 มิ.ย.ที่ผ่านมา ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

เอื้อจิต วิโรจน์ไตรรัตน์ ผู้อำนวยการโครงการมีเดียมอนิเตอร์ นำเสนอการวิจัย โดยระบุว่าเกณฑ์ในการศึกษาเว็บไซต์ทางการเมืองนั้น ได้เลือกเว็บไซต์ที่มีการอัพเดตเนื้อหาสม่ำเสมอ แบ่งเป็น 3 กลุ่มคือ 1.เว็บไซต์ของผู้สนับสนุนกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย 2.เว็บไซต์ของผู้สนับสนุนกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และ 3. เว็บไซต์ของกลุ่มที่ไม่เลือกข้างทางการเมือง

นอกจากนี้ ยังคัดเลือกรายการที่ได้รับความนิยมจากผู้ชมหรือมีการแสดงความเห็นด้วยถ้อยคำที่ทำให้เกิดความเกลียดชัง (Hate Speech) ได้แก่ รายการประชาชนข่าว ช่องเอเชียอัพเดต รายการคนเคาะข่าว ช่องเอเอสทีวี รายการสายล่อฟ้า ช่องบลูสกาย และรายการ The Daily Dose ช่องวอยซ์ทีวี โดยจำแนกรูปแบบการสร้างความเกลียดชัง 3 รูปแบบ ได้แก่ 1.การลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ 2.การลดคุณค่า และการชี้นำสู่ความรุนแรง ด้วยการข่มขู่ อาฆาตมาดร้าย

ส่วนในเว็บไซต์การเมือง พบว่ามีการใช้ถ้อยคำที่ก่อให้เกิดความเกลียดชัง 3 ลักษณะ ได้แก่ 1.ด้านการลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ด้วยการเปรียบเทียบกับสัตว์ การเหยียดชนชั้น การเปรียบเทียบกับอมนุษย์ การเหยียดเชื้อชาติ ถิ่นกำเนิด 2.ด้านการลดคุณค่า พบ 9 ลักษณะ คือ การโจมตีว่าชั่วร้าย โหดเหี้ยม โง่เขลา ขี้โกหก เห็นแก่เงิน ขี้ขลาด ขี้โกง น่าขยะแขยง น่ารังเกียจ บ้า เสียสติ และหน้าด้าน 3.ด้านการชี้นำสู่ความรุนแรง ที่พบคือการข่มขู่อาฆาต การปลุกปั่นให้เกิดความรุนแรง

ขณะที่ทีวีดาวเทียม พบการใช้ถ้อยคำที่ก่อให้เกิดความเกลียดชังใน 2 ลักษณะ ได้แก่ 1.การลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ คือการเปรียบเทียบกับสัตว์ และ 2.ด้านการลดคุณค่า พบ 4 ลักษณะ คือการโจมตีว่าชั่วร้ายโหดเหี้ยม ขี้โกหก ขี้โกง และโง่เขลา

ทั้งนี้ ผู้วิจัยยังพบว่า เว็บไซต์ทางการเมืองใช้รูปแบบการสร้างความเกลียดชังที่รุนแรงกว่าทีวีดาวเทียมช่องการเมือง โดยเว็บไซต์การเมืองจะมุ่งไปที่ทั้งพรรคและกลุ่มการเมืองภาคประชาชน ส่วนทีวีดาวเทียมช่องการเมืองพบว่าเนื้อหาส่วนใหญ่จะเข้าข่ายโฆษณาชวนเชื่อ แต่พบการใช้รูปแบบการสร้างความเกลียดชังน้อยและมุ่งไปที่พรรคการเมืองมากกว่าตัวบุคคล

โดยประเด็นที่พบมากที่สุด ในทั้งสองสื่อ ได้แก่ 1.การชะลอแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3 และกรณีการโหวตล้มค้านคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ 2.อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่คืนรถยนต์กันกระสุน และ 3.การตอบโต้ระหว่าง พานทองแท้ กับ สส.พรรคประชาธิปัตย์ ผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์

ด้าน ประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ ผู้อำนวยการบริหารสถาบันอิศรา กล่าวว่า ต้องศึกษาเรื่องการใช้ถ้อยคำเพื่อสร้างความเกลียดชังอย่างละเอียด ย้อนหลังไปตั้งแต่เหตุการณ์วันที่ 6 ต.ค. 2519 และนำเสนอผลกระทบของการใช้ถ้อยคำรุนแรงเหล่านี้ให้มากขึ้น ว่าอาจนำไปสู่การฆ่าล้างกัน หรือความรุนแรงที่มากขึ้น อย่างไรก็ตามไม่ควรใช้กฎหมายในการกำกับดูแลโดยตรง เพราะปัจจุบันมีเว็บไซต์เกิดขึ้นเยอะมาก ถ้าใช้กฎหมายในการกำกับดูแล ต้องใช้ต้นทุนในการปิดเว็บไซต์เหล่านี้มหาศาล ซึ่งในทีวีดาวเทียมก็ไม่ต่างกัน จึงต้องหากลไกอื่นเพื่อกำกับดูแล

ข่าวล่าสุด

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน