
โลกมองไทย
แม้จะเข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 ของการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มเสื้อแดงแล้ว แต่สื่อต่างประเทศยังคงจับตามองสถานการณ์การชุมนุมอย่างใกล้ชิด เพื่อเฝ้าดูก้าวต่อไปของการเมืองไทย
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานถึงสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงว่า ผู้ชุมนุมกว่าแสนคนที่เดินทางมาร่วมชุมนุมอย่างสันติตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค. ที่ผ่านมา เพื่อเรียกร้องให้มีการยุบสภาและเลือกตั้งใหม่นั้น ล้วนแต่เป็นกลุ่มผู้ที่สนับสนุนอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ยากจนทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ
พร้อมกันนี้ยังเรียกการต่อสู้ในครั้งนี้ของกลุ่มคนเสื้อแดงว่า
“สงครามระหว่างชนชั้น”รายงานได้อ้างถึงบทสัมภาษณ์ของนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อวันที่21 มี.ค. ว่า พี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ในชนบทมีสิทธิโดยชอบธรรมที่จะแสดงความเห็นในสิ่งที่พวกเขาไม่เห็นด้วย หรือไม่เห็นว่าควรจะเป็นเช่นนั้น
ซึ่งจากการติดตามกลุ่มผู้ชุมนุมตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น รัฐบาลเองก็กำลังเร่งเดินหน้าสานต่อโครงการที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในพื้นที่ชนบท จนทำให้อดีตนายกฯ ทักษิณรู้สึกเป็นกังวล และอยากจะตัดวงจรนั้น
รายงานยังระบุว่า นายกฯ อภิสิทธิ์จะจัดให้มีการเลือกตั้งในปลายปีหน้า พร้อมอ้างคำกล่าวของนายกฯ ที่เชื่อว่ายังมีจำนวนที่นั่งในรัฐสภาอีกมากพอที่จะให้พรรคประชาธิปัตย์เข้าไปครอบครอง โดยเฉพาะคะแนนเสียงที่จะได้จากประชาชนในภาคกลางและภาคเหนือ
บลูมเบิร์กยังนำเสนอผลการศึกษาของเวิลด์แบงก์ เมื่อเดือน พ.ย. ปีที่แล้ว ที่ระบุว่า ปัญหารายได้ไม่เท่าเทียมกันในประเทศไทยนั้นร้ายแรงกว่าที่พบในประเทศจีน อินเดีย และฟิลิปปินส์
ซึ่งประเด็นนี้นายกฯ อภิสิทธิ์ยอมรับว่า เป็นปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไข เพราะเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาโครงสร้างเรื่องของรายได้ และความไม่เท่าเทียมกัน







