posttoday
เสรีตรงไหน

เสรีตรงไหน

10 ตุลาคม 2555

เป็นการออกตัวแรงเสียเหลือเกินสำหรับคณะกรรมาธิการด้านข่าวกรองของสภาคองเกรสสหรัฐ ที่บอกว่าแผนการควบรวมกิจการของบริษัท หัวเว่ย

โดย...ธนพล ไชยภาษี

เป็นการออกตัวแรงเสียเหลือเกินสำหรับคณะกรรมาธิการด้านข่าวกรองของสภาคองเกรสสหรัฐ ที่บอกว่าแผนการควบรวมกิจการของบริษัท หัวเว่ย และแซดทีอี สองบริษัทโทรคมนาคมรายใหญ่ของจีน ถือเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของจีน

เท่านั้นยังไม่พอ สหรัฐยังแนะให้บริษัทเอกชนสหรัฐและรัฐบาลหลีกเลี่ยงการใช้สินค้าจากบริษัทดังกล่าวด้วย เพราะว่าเสี่ยงต่อการถูกสอดแนมจากจีน

ถือเป็นการออกตัวที่ชัดเจนเสียเหลือเกินครับกับการกีดกันทางการค้าในครั้งนี้ของสหรัฐ ที่ใช้คำว่า “ความมั่นคง” เข้ามาอ้าง

เมื่อปี 2549 สหรัฐเคยกระโดดเข้าขัดขวางบริษัท ดูไบ เวิลด์ มาแล้วครั้งหนึ่ง หลังจากที่ ดูไบ เวิลด์ ซึ่งเป็นบริษัทบริหารท่าเรือรายใหญ่จากดูไบ จะเข้าซื้อบริษัทบริหารท่าเรือในสหรัฐซึ่งมีท่าเรือในความดูแลหลายสิบท่า ซึ่งในครั้งนั้นสหรัฐบอกว่า การซื้อขายดังกล่าวถือเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงแห่งชาติ

แต่เข้าใจครับ ครั้งนั้นเป็นการเข้าไปซื้อสินทรัพย์ของบริษัทสหรัฐ แต่ทว่าครั้งนี้นั้นไม่ใช่ แต่เป็นการควบรวมกิจการกันเองของบริษัทสัญชาติจีน แต่สหรัฐก็รีบแจ้นออกมาว่าเป็นภัยความมั่นคงของตัวเองเสียแล้ว

ประเด็นหนึ่งที่น่าจับตามอง และกำลังกลายเป็นที่วิจารณ์กันอย่างมากก็คือ เพราะหัวเว่ยมีอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็ว ถือเป็นบริษัทโทรคมนาคมระดับโลกของจีน โดยการควบรวมครั้งนี้จะทำให้หัวเว่ยมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นมาก และแน่นอนว่าจะทำให้หัวเหว่ยกลายเป็นคู่แข่งบริษัทโทรคมนาคมของสหรัฐ รวมถึงเป็นคู่แข่งบริษัท แอปเปิล ของสหรัฐไปด้วย

ลองสำรวจอุปกรณ์โทรคมนาคมต่างๆ รอบตัวเรา จะเห็นว่าอย่างน้อยจะมีสินค้าของหัวเว่ยอยู่บ้างแหละครับ ไม่ว่าจะเป็น โมเดม เราเตอร์ หรืออะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารโทรคมนาคม

อนาคตของหัวเว่ยที่จะขยายตัวเองสู่การเป็นบริษัทชั้นนำของโลกนั้น จึงถูกมองว่ามีอนาคตไกลทีเดียว

การที่สหรัฐออกมาบอกว่า หัวเว่ยกำลังเป็นภัยคุกคามต่อสหรัฐนั้นจึงเป็นการสกัดดาวรุ่ง เป็นการทำ การค้าอย่างไม่เป็นธรรม โดยอ้างคำว่า “ความมั่นคง” อีกครั้งหนึ่งเหมือนที่ทำมาๆ อยู่บ่อยครั้งครับ

และที่ไม่น่าแปลกใจเลยก็คือ กรณีของหัวเว่ยจะกลายเป็นตัวอย่างที่บรรดานักการเมืองสหรัฐจะนำไปใช้สร้างกระแสชาตินิยมในชาติ และสร้างความได้เปรียบทางการเมืองขึ้นอีก

เมื่อการดีเบตระหว่างประธานาธิบดี บารัก โอบามา และมิตต์ รอมนีย์ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมค่อนข้างตกใจครับ ที่ มิตต์ รอมนีย์ พูดคำว่า “ไชนา” ออกมาตรงๆ ว่า หนึ่งในนโยบายการค้าที่จะนำมาใช้ก็คือการแข่งขันต่อสู้กับ “ไชนา” นี่แหละครับ

ที่ผ่านมาคำว่า จีน ถูกใช้เป็นเครื่องมือหาผลประโยชน์ทางการเมืองอยู่บ่อยครั้งในสหรัฐ

และในตอนนี้ หัวเว่ยก็กำลังตกเป็นเหยื่อของการปกป้องตัวเองทางเศรษฐกิจของสหรัฐอีกครั้งเช่นกันครับ

 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ