
จัดการด้วยความรู้
พายุแกมีกำลังจะผ่านไป และไม่ได้ก่อผลกระทบหนักหนาตามที่ผู้รับผิดชอบในคณะกรรมการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและอุทกภัย (กบอ.)
พายุแกมีกำลังจะผ่านไป และไม่ได้ก่อผลกระทบหนักหนาตามที่ผู้รับผิดชอบในคณะกรรมการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและอุทกภัย (กบอ.)
คาดการณ์ไว้ ซึ่งทำให้ต้องตั้งคำถามว่านโยบายบริหารจัดการน้ำและป้องกันอุทกภัยที่ใช้งบประมาณกว่า 3.5 แสนล้านบาทนั้น เป็นนโยบายที่ผิดพลาดหรือไม่
ปัจจัยสำคัญในการบริหารจัดการ อันดับแรก คือ ต้องรู้ว่ามีทรัพยากรนั้นอยู่เท่าไหร่ และจะเพิ่มเข้ามาจากไหน อีกเท่าไหร่ แต่การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำตั้งแต่ช่วงต้นปี 2555 จนถึงปัจจุบัน ทำให้เห็นว่ารัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่มีข้อมูลที่แม่นยำเพียงพอจะช่วยให้กำหนดแผนบริหารจัดการที่เหมาะสมได้ การพร่องน้ำเขื่อนใหญ่ภาคเหนือตั้งแต่ต้นปีเพื่อเตรียมรับมืออุทกภัย ทำให้ในปัจจุบันเหลือน้ำเพียง 60% ของความจุ ซึ่งช่วงใกล้สิ้นสุดฤดูฝน ทำให้น่ากังวลว่าจะมีน้ำเพียงพอใช้ในช่วงฤดูแล้งนี้หรือไม่
กรณีพายุแกมีก็เช่นเดียวกัน ได้สะท้อนให้เห็นชัดว่าหน่วยงานรัฐขาดข้อมูลที่แม่นยำ การประชาสัมพันธ์ให้ข้อมูลแก่สาธารณชนในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาจึงสับสน ผู้รับผิดชอบบางคนบอกว่าผลกระทบจะรุนแรง อีกคนบอกว่าไม่รุนแรง เพียงข้ามคืนกลับคำอ้างข้อมูลใหม่
สิ่งที่รัฐบาลควรทำเป็นอันดับแรก นอกจากการสร้างระบบพยากรณ์ ประเมินสถานการณ์ที่แม่นยำ เพื่อวางแผนบริหารจัดการและรับมือภัยพิบัติอย่างเหมาะสมแล้ว รัฐบาลควรปรับปรุงวิธีการสื่อสาร ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้าใจสถานการณ์ด้วยข้อมูลที่ถูกถ้วน เพื่อให้เกิดความตระหนัก เตรียมพร้อมรับสถานการณ์โดยไม่ตื่นตระหนก
การลงทุนก่อสร้างเขื่อน ขุดคลองสร้างเส้นทางระบายน้ำ หรือวิธีการอื่นใดเพื่อป้องกันอุทกภัย ตามที่บรรจุอยู่ในโครงการใหญ่ 3.5 แสนล้านบาท น่าจะเป็นโครงการในลำดับหลังๆ แต่รัฐบาลกลับทำเป็นลำดับแรก ฉวยใช้ความหวาดวิตกจากมหาอุทกภัยที่เพิ่งผ่านพ้น อ้างความจำเป็นเร่งด่วนถึงขนาดออกพระราชกำหนดกู้เงิน 4 ฉบับ เพื่อหางบประมาณดำเนินการ โดยเพิกเฉยต่อข้อท้วงติงในกระบวนนิติบัญญัติ
รัฐบาลอาจลืมไปว่าผลกระทบความเสียหายใหญ่หลวงนับแสนล้านบาทจากมหาอุทกภัย 2554 ก็เกิดขึ้นจากความไม่รู้ ขาดข้อมูลที่แม่นยำ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ยอมรับกลางที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเองว่า “ไม่ใช่ขงเบ้งที่จะหยั่งรู้ว่าจะมีพายุเข้ามาถึง 5 ลูก” เขื่อนใหญ่กักเก็บน้ำเอาไว้จนพายุใหญ่โถมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง จึงได้เร่งปล่อยน้ำส่งผลกระทบอันหนักหน่วง
แต่รัฐบาลก็ไม่เคยทำให้เห็นว่าพยายามสร้างความรู้ที่แม่นยำเที่ยงตรง เพื่อป้องกันการบริหารจัดการที่ผิดพลาด ยังคงเดินหน้าโครงการก่อสร้างโดยไม่ฟังข้อท้วงติง
อากาศในพื้นที่ภาคเหนือเริ่มหนาวเย็น เป็นสัญญาณว่าฤดูฝนกำลังจะสิ้นสุด รัฐบาลคงไม่สามารถยกเอาผลงานป้องกันน้ำท่วมมาอ้างได้ หากว่าภัยแล้งกำลังจ่อสร้างผลกระทบในอีกไม่นานนี้







