posttoday
ควรมีกม.การชุมนุมฯได้แล้ว!

ควรมีกม.การชุมนุมฯได้แล้ว!

05 ตุลาคม 2555

จากเหตุการณ์การปะทะกันระหว่างประชาชนสองกลุ่มที่หน้ากองปราบที่ผ่านมา หลายคนให้ความเห็นว่า เป็นเรื่องเล็กน้อยซึ่งผู้เขียนจะเห็นด้วย ถ้าสาเหตุของการปะทะกันไม่ได้เกี่ยวโยงกับเรื่องสถาบันสูงสุด แต่ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับสถาบันสูงสุด ผู้เขียนเห็นว่า รัฐบาลและทุกภาคส่วนควรจะให้ความสำคัญยิ่ง เพราะจากการที่ผู้เขียนลงพื้นที่สอบถามประชาชนในภาคต่างๆ ถึงปัจจัยที่จะทำให้เกิดการชุมนุมใหญ่ได้อีก พบว่า สำหรับพี่น้องพันธมิตรฯ คำตอบคือ ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด ที่จะทำให้พวกเขามารวมตัวชุมนุมใหญ่กันได้อีกเพราะที่ผ่านมา เราคงทราบว่า ความเข้มข้นของการรวมตัวกันของพี่น้องพันธมิตรฯ ไม่เหมือนเดิม ขึ้นอยู่กับประเด็น ไม่ใช่ว่าแกนนำเป่านกหวีดแล้วจะต้องออกมาทุกครั้ง แต่ถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับสถาบันสูงสุด แน่ใจได้เลยว่า พี่น้องจะออกมากันมากมาย ขนาดแค่มาให้กำลังใจที่หน้ากองปราบฯวันนั้นโดยไม่ได้นัดหมายอะไรกันมาก ยังมากันได้เป็นหลักพัน

จากเหตุการณ์การปะทะกันระหว่างประชาชนสองกลุ่มที่หน้ากองปราบที่ผ่านมา หลายคนให้ความเห็นว่า เป็นเรื่องเล็กน้อยซึ่งผู้เขียนจะเห็นด้วย ถ้าสาเหตุของการปะทะกันไม่ได้เกี่ยวโยงกับเรื่องสถาบันสูงสุด แต่ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับสถาบันสูงสุด ผู้เขียนเห็นว่า รัฐบาลและทุกภาคส่วนควรจะให้ความสำคัญยิ่ง เพราะจากการที่ผู้เขียนลงพื้นที่สอบถามประชาชนในภาคต่างๆ ถึงปัจจัยที่จะทำให้เกิดการชุมนุมใหญ่ได้อีก พบว่า สำหรับพี่น้องพันธมิตรฯ คำตอบคือ ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด ที่จะทำให้พวกเขามารวมตัวชุมนุมใหญ่กันได้อีกเพราะที่ผ่านมา เราคงทราบว่า ความเข้มข้นของการรวมตัวกันของพี่น้องพันธมิตรฯ ไม่เหมือนเดิม ขึ้นอยู่กับประเด็น ไม่ใช่ว่าแกนนำเป่านกหวีดแล้วจะต้องออกมาทุกครั้ง แต่ถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับสถาบันสูงสุด แน่ใจได้เลยว่า พี่น้องจะออกมากันมากมาย ขนาดแค่มาให้กำลังใจที่หน้ากองปราบฯวันนั้นโดยไม่ได้นัดหมายอะไรกันมาก ยังมากันได้เป็นหลักพัน

ส่วนปัจจัยอันดับหนึ่งที่จะทำให้พี่น้อง นปช.มารวมตัวกันได้มากที่สุดคือ รัฐประหาร หากมีใครทำรัฐประหารหรือมีกลิ่นเค้าว่าจะทำรัฐประหาร รับรองได้ว่า พี่น้องเสื้อแดงจะออกมากันอย่างมืดฟ้ามัวดิน ด้วยเหตุนี้เอง ทำให้เราเข้าใจได้ว่า หนึ่งในหลายเหตุผลที่ทำให้อัตราส่วนของพี่น้องเสื้อแดงที่มาให้กำลังใจคุณดารุณีที่เป็นฝ่ายผู้เสียหาย มีน้อยกว่าพี่น้องเสื้อเหลืองที่มาให้กำลังใจผู้ถูกล่าวหา

ดังนั้น การปะทะกันในวันนั้นจึงมีโอกาสที่จะเกิดการปะทะกันอีก และขยายตัวบานปลายไปได้อย่างรวดเร็ว ไม่เฉพาะในกรุงเทพฯ แต่ทั่วประเทศ ด้วยเหตุผลที่ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่อยู่ในใจของคนทั้งประเทศ (ไม่ว่าฝ่ายใดก็ตาม) อีกทั้งประสิทธิภาพของเทคโนโลยีการสื่อสารจะส่งผลให้การปะทะสามารถปะทุขึ้นได้ทุกหนทุกแห่ง

นักการเมืองในฝ่ายรัฐบาลที่กังวลต่อปัญหานี้คือ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี โดยท่านได้ชี้แนะเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงแนวทางที่จะไม่ให้เกิดการปะทะกันจนอาจจะบานปลาย โดยให้แนวทางปฏิบัติว่า หากมีการชุมนุมเรื่องนี้อีก ฝ่ายใดมาก่อนจะได้รับสิทธิในการชุมนุมก่อน ส่วนฝ่ายที่มาทีหลังจะถูกห้ามไม่ให้เข้าบริเวณเดียวกันนั้น

ข้อเสนอแนะดังกล่าวดี แต่ผู้เขียนไม่แน่ใจในข้อกฎหมายว่าจะสามารถทำได้ตามนั้น เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเอากฎระเบียบอะไรมาอ้างในการที่จะไม่ให้กลุ่มผู้ชุมุนมที่มาทีหลังเข้าบริเวณที่มีการชุมนุมของกลุ่มที่มาก่อน ?! ผู้เขียนเชื่อว่า กลุ่มผู้ชุมนุมจะไม่ฟังตำรวจและจะอ้างรัฐธรรมนูญ มาตรา 63 ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่กำหนดไว้ว่า “บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธการจํากัดเสรีภาพตามวรรคหนึ่งจะกระทํามิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เฉพาะในกรณีการชุมนุมสาธารณะ และเพื่อคุ้มครองความสะดวกของประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะ หรือเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในระหว่างเวลาที่ประเทศอยู่ในภาวะสงคราม หรือในระหว่างเวลาที่มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินหรือประกาศใช้กฎอัยการศึก” ผู้เขียนไม่แน่ใจว่า มีกฎหมายข้อใดที่บอกว่า เมื่อมีฝ่ายหนึ่งชุมนุมอยู่แล้วในพื้นที่ อีกฝ่ายจะมาชุมนุมในพื้นที่เดียวกันไม่ได้

ขณะเดียวกัน จะมีอีกปัญหาตามมา นั่นคือคำว่า “ใครมาก่อน” นี้ หมายถึง “คนที่คน”?ถ้าพี่น้องเสื้อเหลืองมาถึงที่ก่อน แต่มีเพียงสิบคน (หรือส่งคนเดียวมาจองพื้นที่) แต่พี่น้องเสื้อแดงมาทีหลัง แต่มาพร้อมๆ กันร้อยคน จะถือว่าใครคือผู้มาก่อน?

ย้ำว่า ที่ตั้งคำถามมานี้ มิได้หมายความว่า แนวทางของ ร.ต.อ.เฉลิม ไม่ดี เพียงผู้เขียนเห็นว่ามีปัญหาเรื่องการปฏิบัติและบังคับใช้ เพราะสิ่งที่ท่านเฉลิมชี้แนะมานี้ จริงๆ แล้วก็เป็นเนื้อหาของ พ.ร.บ. การชุมนุมในที่สาธารณะของประเทศที่ประชาธิปไตยพัฒนาแล้วหลายประเทศ โดยเขามักจะกำหนดให้แกนนำการชุมนุมต้องไปแจ้งแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่ว่า จะมีการชุมนุมเกิดขึ้น ณ จุดใด และจะมีการเคลื่อนตัวไปจุดไหน และจะอยู่กันนานมากน้อยแค่ไหน เจ้าหน้าที่ก็จะส่งกำลังออกไปดูแลให้ความสะดวกและป้องกันความปลอดภัยให้แก่ทุกฝ่าย หรือถ้ากลุ่มผู้ชุมนุมอีกฝ่ายหนึ่งต้องการจะมาประท้วงกลุ่มแรก ก็สามารถทำได้ โดยแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบ เจ้าหน้าที่จะแนะนำให้ชุมนุมได้ในระยะที่ห่างกันเพียงพอที่จะไม่รบกวนกันจนอาจเป็นเหตุให้เกิดการใช้ความรุนแรงต่อกันได้

กฎหมายการชุมนุมมีไว้ป้องปราม “ม็อบ”หรือฝูงชนที่ใช้ความรุนแรงและไร้ระเบียบ ขาดผู้รับผิดชอบ ขาดแกนนำ ขาดการเคารพสิทธิเสรีภาพของคนอื่นๆ มิได้มีไว้เพื่อต่อต้านหรือสลายการชุมนุมที่เป็นไปโดยสันติ ที่ไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนตามที่กฎหมายบัญญัติไว้

หากรัฐสภาของเราช่วยกันเข็น พ.ร.บ.การชุมนุม ออกมาได้ ก็จะทำให้แนวทางของท่านเฉลิมสามารถปฏิบัติได้จริง และป้องกันปัญหาม็อบตีกันจนบานปลายกลายเป็นจลาจลสงครามกลางเมืองจากประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสถาบันสูงสุด m

หมายเหตุ : (จากส่วนหนึ่งของงานวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนจากโครงการส่งเสริมการวิจัยในอุดมศึกษาและการพัฒนามหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ ของสํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา [HS1068A])

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ