posttoday
ภาคกลางอ่วม'กาญจน์'...กระอัก

ภาคกลางอ่วม'กาญจน์'...กระอัก

01 ตุลาคม 2555

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย รายงานสถานการณ์อุทกภัยยังมีพื้นที่ประสบภัยเมื่อวันที่ 30 ก.ย. รวมทั้งสิ้น 10 จังหวัด

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย รายงานสถานการณ์อุทกภัยยังมีพื้นที่ประสบภัยเมื่อวันที่ 30 ก.ย. รวมทั้งสิ้น 10 จังหวัด

ประกอบด้วย จ.ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี และนครปฐม รวม 37 อำเภอ 273 ตำบล 1,615 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 75,523 ครัวเรือน 179,074 คน

สถานการณ์น้ำป่าไหลหลากได้เข้าท่วมที่ จ.กาญจนบุรี โดยเฉพาะพื้นที่ ต.สระลงเรือ อ.ห้วยกระเจา ได้รับผลกระทบหนักที่สุด ระดับน้ำเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง หากฝนไม่ตกซ้ำลงมาอีก คาดว่าภายใน 1 สัปดาห์สถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติ

ภาคกลางอ่วม'กาญจน์'...กระอัก

 

โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมทั้งหมด 9 หมู่บ้าน ลดลงเหลือ 5 หมู่บ้าน ที่ยังคงมีระดับน้ำสูงอยู่ มีราษฎรได้รับความเดือดร้อน 800 คน รวมกว่า 300 ครัวเรือน พื้นที่เกษตรได้รับความเสียหายกว่า 7,000 ไร่ ถนนในหมู่บ้านพังเสียหายกว่า 10 สาย โดยทางกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 19 กองพลทหารราบที่ 9 ได้นำรถยูนิม็อกเข้าให้ความช่วยเหลือราษฎรที่ติดค้างอยู่ในพื้นที่ที่ประสบภัย และขนย้ายข้าวของ เนื่องจากบางจุดรถยนต์ธรรมดาไม่สามารถสัญจรไปมาได้

สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่อำเภออื่นๆ ที่ยังคงประสบปัญหาอุทกภัยอยู่ ประกอบด้วย 3 อำเภอ คือ อ.เลาขวัญ อ.ท่าม่วง และ อ.ท่ามะกา เกิดมีน้ำท่วมขังในพื้นที่เกษตร ขณะนี้ระดับน้ำได้ลดลงอย่างต่อเนื่องเช่นกัน

นายชัยวัฒน์ ลิมป์วรรณธะ ผวจ.กาญจนบุรี กล่าวว่า จากการที่มีฝนตกในพื้นที่กาญจนบุรีค่อนข้างหนักทุกวัน เป็นเหตุให้เกิดปริมาณน้ำมากขึ้น ขณะนี้ในพื้นที่ 2 อำเภอ ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมแล้ว คือ อ.ห้วยกระเจา และ อ.เลาขวัญ แต่เกิดเหตุแค่ในบางพื้นที่ ซึ่งพื้นที่นั้นจะประสบปัญหาน้ำท่วมในทุกปี เช่น บ้านไผ่สีของ อ ห้วยกระเจา เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นทางน้ำและเป็นร่องน้ำที่จะไหลเข้ามายังพื้นที่ลุ่ม ทางจังหวัดได้หาทางแก้ไขโดยประสานกับชลประทานให้มีการขุดคลองชลประทาน เพื่อไม่ให้น้ำเอ่อล้นออกมา อีกพื้นที่หนึ่งคือ อ.เลาขวัญ เป็นจุดที่ประสบปัญหาน้ำท่วมในทุกปีเช่นกัน เป็นจุดที่ยากในการป้องกันและแก้ไข เนื่องจากเป็นพื้นที่สูงและราบลงมา

ที่เขื่อนกระเสียว อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี มีประชาชนนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมา และส่วนหนึ่งมาดูปริมาณน้ำในเขื่อนว่าเพิ่มปริมาณมากน้อยเพียงไร หลังจากฝนตกหนักต่อเนื่อง เพราะเกรงว่าเขื่อนกระเสียวจะมีการพร่องน้ำจากเขื่อนลงไปพื้นที่ตอนล่าง อาจส่งผลทำให้พื้นที่การเกษตรเสียหาย

ในขณะที่บ้านหนองขาม อ.หนองหญ้าไซ จ.สุพรรณบุรี ได้รับความเสียหายอย่างหนัก หลังฝนตกหนักน้ำป่าไหลหลากจาก อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี, อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี ส่งผลให้คอสะพานชำรุด ถนนหลายสายถูกตัดขาด พื้นที่การเกษตรเสียหาย

แม้สถานการณ์น้ำท่วมโดยรวมในหลายพื้นที่จะได้เริ่มคลี่คลายไปแล้ว แต่หากมีปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาซ้ำอีก ก็สุ่มเสี่ยงที่จะเกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมอีกครั้ง

 

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก