
พ่อแจ้งเอาผิดทนายหมอสุพัฒน์อีกฝ่ายจ่อฟ้องกลับ
"พ่อสามารถ"แจ้งความเอาผิดทนายหมอสุพัฒน์ หมิ่นประมาท อีกฝ่ายเตรียมฟ้องกลับ สะพัดหมอเตรียมฟ้องพี่ชายหลังให้ปากคำตำรวจ
"พ่อสามารถ"แจ้งความเอาผิดทนายหมอสุพัฒน์ หมิ่นประมาท อีกฝ่ายเตรียมฟ้องกลับ สะพัดหมอเตรียมฟ้องพี่ชายหลังให้ปากคำตำรวจ
เมื่อวันที่ 30 ก.ย. นายสว่าง นุ่มจุ้ย พร้อมด้วย น.ส.วิมล นุ่มจุ้ย พ่อและพี่สาวนายสามารถ นุ่มจุ้ยและ นางอรษา เกิดทรัพย์ ได้เข้าแจ้งความ สภ.ท่าไม้รวก อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี เพื่อให้ดำเนินคดีกับนายพลเทพ สุวรรณวิเชียร ที่ปรึกษาทางกฎหมายและหัวหน้าทีมทนายความของ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ ในข้อหาร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยว ทำให้เสื่อมเสียอิสรภาพและร่วมกันลักทรัพย์หรือรับไว้ซึ่งของโจร และในข้อหาหมิ่นประมาท ทำให้ได้รับความเสียหายและอับอาย เพิ่มเติม
นายสว่างกล่าวว่า สาเหตุที่เข้าแจ้งความเนื่องจากนายพลเทพ เป็นคนให้ข่าวกับสื่อมวลชน ว่า นายสามารถและนางอรษายังไม่ตาย แต่ถูกจับกุมตัวอยู่ที่ประเทศพม่า ซึ่งจากกรณีดังกล่าวแสดงให้เห็นว่านายพลเทพ มีส่วนรู้เห็นว่าสองสามีภรรยาหายตัวไปไหน แต่ทำไม พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ จึงถูกหมายจับและฝากขังที่ศาล จ.เพชรบุรี นอกจากนี้ ทั้งสองคนจะไปพม่านั้นคงเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากมีลูกสาวยังเล็กอยู่ที่บ้านโดยไม่มีใครดูแล
"เรื่องนี้ถ้าจริงดังที่นายพลเทพกล่าว ก็ต้องถือว่านายพลเทพมีส่วนร่วมและรู้เห็นในการหายตัวไปของทั้งสอง และหากไม่จริงก็แสดงว่าเป็นแผนที่ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ สั่งการหรือมอบหมายให้นายพลเทพออกมาให้ข่าวเพื่อทำลายน้ำหนักพยานและหลักฐาน ที่ตำรวจพบ"นายสว่างกล่าว
นายสว่างกล่าวอีกว่า ในวันที่1 ต.ค. จะยื่นหนังสือขอความอนุเคราะห์ต่อ พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ให้ช่วยตรวจเปรียบเทียบดีเอ็นเอโครงกระดูกที่ขุดพบในไร่พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ กับบุตรชายอีกครั้ง โดยไม่ว่าผลการตรวจจะเป็นอย่างไรก็พร้อมจะยอมรับ และค้นหาศพลูกต่อไป เชื่อศพยังถูกฝังอยู่ในไร่ของ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ ซึ่งมีจุดที่น่าสงสัยให้ขุดค้นหาอีกหลายแห่ง
ด้าน นายพลเทพ กล่าวว่า ทราบเรื่องการถูกแจ้งความดำเนินคดีแล้ว โดยขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาและเตรียมข้อมูลเพื่อเตรียมฟ้องกลับ โดยเบื้องต้นคาดว่าจะฟ้องกลับ 3 คดี ต่อ 1 ข้อกล่าวหา ซึ่งอาจมีการแถลงข่าวเร็วๆ นี้
นอกจากนี้มีรายงานว่า พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ อยู่ระหว่างหารือทนายความเพื่อเตรียมที่จะแจ้งความกลับ นายสุเทพ เลาหะวัฒนะ พี่ชาย หลังนายสุเทพเข้าให้ปากคำต่อเจ้าหน้าที่ และเจ้าหน้าที่ตำรวจอาจให้เป็นพยานในคดีดังกล่าว โดยรายงานระบุว่า การเตรียมแจ้งความกลับครั้งนี้ เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจโรงงานว่านหางจระเข้ ที่เคยทำร่วมกันในอดีตของนายสุเทพ และ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ ซึ่งต่อมาเกิดความขัดแย้งกันและเลิกกิจการไป







