posttoday
มีวันนี้เพราะประชาชนให้

มีวันนี้เพราะประชาชนให้

29 กันยายน 2555

เรื่องจริงยิ่งกว่านิยายของนายตำรวจที่มีชีวิตอยู่ได้วันนี้ไม่ใช่เพราะพี่ให้ แต่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้มอบชีวิตใหม่ให้เขา

โดย...ธรรมสถิตย์ ผลแก้ว

เรื่องจริงยิ่งกว่านิยายของนายตำรวจที่มีชีวิตอยู่ได้วันนี้ไม่ใช่เพราะพี่ให้ แต่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้มอบชีวิตใหม่ให้เขา อันเป็นผลจากการทำงานสร้างมวลชนตลอด 10 ปี จนเกิดความผูกพันและไม่ปรารถนาย้ายออกจากพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

พล.ต.ต.นพดล เผือกโสมณ ผู้บังคับการกองอำนวยการตำรวจภูธรภาค 9 เป็นหนึ่งในตัวแทนของข้าราชการอีกหลายคนที่ทั้งมีชีวิตและสูญเสียไปแล้ว ได้พิสูจน์การทำงานให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้เห็น จนนำมาสู่การสร้างทัศนคติเป็นมิตรร่วมมือทำงาน ประหนึ่งเป็นครอบครัวเดียวกัน

เขาผ่านนาทีแห่งความตายมาแล้วสองครั้ง แต่เพราะความรักใคร่ของพี่น้องชาวพุทธมุสลิม ช่วยต่อลมหายใจให้

พล.ต.ต.นพดล ย้อนเล่าความหลังอีกครั้ง เมื่อปี 2544 ผู้บังคับบัญชาให้ความไว้วางใจแต่งตั้งไปเป็นผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรระแงะ จ.นราธิวาส เนื่องจากเห็นว่าคุ้นเคยในพื้นที่นานพอสมควร คงสามารถแก้ไขปัญหาได้ก็ลงไปปฏิบัติงานด้วยการสร้างมวลชน

มีวันนี้เพราะประชาชนให้

 

กระทั่งมีเหตุการณ์เมื่อ เม.ย. ปี 2546 ขณะนั้นมีการปล่อยข่าวเรื่องโจรนินจาปล้นสะดม ทำร้ายร่างกายชาวบ้าน เผอิญมีข้าราชการตำรวจตระเวนชายแดน 2 นายจากค่ายนเรศวร อ.หัวหิน เข้าไปในพื้นที่ ซึ่งเป็นหน่วยตั้งใหม่ ชาวบ้านคิดว่าเป็นคนที่มาทำมิดีมิร้าย มีการล้อมจับกระทั่งนำไปสู่การเจรจา

“ผมมีโอกาสเข้าไปเจรจาขอตัวตำรวจพลร่มทั้งสองนายออกมา สถานการณ์ช่วงนั้นมีการปลุกกระแสเอาคนมาเต็มไปหมด ขณะเจรจาประสบผลสำเร็จ ทั้ง สส.สว.บอกให้ผมเอาตำรวจกลับไปได้ ขณะที่พาเดินกลับออกมามีกลุ่มก่อความไม่สงบแทรกตัวเข้ามารุมทำร้าย ผมพยายามเข้าไปช่วยอุ้มพวกเขาออกมา แต่ก็ทำร้ายผมด้วย ทีนี้มีพี่น้องประชาชนในพื้นที่สนิทกับผมมากเป็นมุสลิม พยายามบอกว่าอย่าทำร้ายผู้กำกับ ช่วยผมคนเดียว เมื่อผมออกจากที่เกิดเหตุก็บอกให้ช่วยพลร่มมาด้วย ก็ไม่มีใครไปช่วย”

สถานการณ์เลวร้ายยิ่งขึ้น ทำให้ พล.ต.ต.นพดล ตัดสินใจกลับไปช่วยพลร่มทั้งสองนาย

“คราวนี้เริ่มมีอาวุธทั้งไม้ กระถาง ทุบใส่ศีรษะผม ต่อมาทราบว่าเอามีดแทงพลร่มสองท่านเสียชีวิต ส่วนผมสลบ ไปรักษาตัวอยู่เดือนกว่า สะบักสะบอมมาก ช่วงนั้นฐานกะโหลกข้างกกหูร้าวไปนิดนึง ทำให้ศูนย์กลางการทรงตัวสูญเสีย ลุกขึ้นนั่งก็จะล้ม ต้องนอนอยู่เฉยๆ อาทิตย์หนึ่ง ขณะที่รักษาตัวฟื้นฟูเรียบร้อยก็กลับไปทำงานต่อ”

ความรุนแรงครั้งแรกไม่เท่ากับครั้งที่ 2 เกิดเหตุเมื่อ เม.ย. ปี 2550 กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบวางระเบิดหลายจุด พล.ต.ต.นพดลเข้าตรวจที่เกิดเหตุได้เหยียบกับระเบิด ทำให้ขาซ้ายขาด กระดูกขาขวาหัก มือซ้ายแตกละเอียด และตาซ้ายได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง

“ช่วงที่เหยียบกับระเบิดรู้สึกตัวแล้วว่าโดนแล้ว ในใจคิดเดชะพระบารมีปกเกล้า เพราะเวลาเราทำงานในพื้นที่แบบนี้ เราต้องมีอะไรสักอย่าง พนมมือสวดมนต์เสร็จ ขอเดชะพระบารมีปกเกล้า ขอให้ทำงานปลอดภัย เราก็อธิษฐานเดชะพระบารมีปกเกล้า จากนั้นเราก็ล้มลง”

“แรงอัดระเบิดเหมือนวิญญาณออกจากร่าง ลูกน้องก็ตะโกนบอกรองฯ ตายแล้ว ผมรวบรวมสติบอกว่ายังไม่ตาย แค่ไปโรงพยาบาล ลูกน้องรุมช่วยจับผมขึ้นรถ ผมถามว่ามีใครบาดเจ็บไหม เขาก็บอกคนอื่นไม่มี มีท่านคนเดียว คนอื่นนิดหน่อย ก็ได้ยินเสียงเอานายไปก่อน พอไปโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ โห! สาหัสยับเยิน หลายคนเห็นสภาพเมินหน้าหนีแล้วว่าน่าจะไม่รอด ก็พยายามติดต่อส่งตัวไปโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ที่หาดใหญ่ จากนั้นเอา ฮ.กู้ชีพทหารบกใส่ผมขึ้นมาโรงพยาบาล”

มีวันนี้เพราะประชาชนให้

 

พล.ต.ต.นพดล เล่าถึงห้วงเวลาไม่มีวันลืม “เมื่อมาถึงโรงพยาบาลคนมารอเยอะประมาณ 200 คน อย่างที่บอกเราทำงานในพื้นที่ มีมวลชนรู้ว่าบาดเจ็บก็มารอบริจาคโลหิต โรงพยาบาลนราธิวาสฯ รับโลหิตไม่ไหวแล้ว มากเกิน ก็ให้ไปบริจาคที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ที่หาดใหญ่ ซึ่งพี่น้องก็รอให้เลือด”

เหตุการณ์ครั้งนั้นมีประชาชนสงขลา นราธิวาส เดินทางมาชุมนุมให้กำลังใจ ถือป้ายยกย่อง “วีรบุรุษของชาวนราธิวาส” “พ.ต.อ.นพดล ตำรวจตงฉิน เสียสละเพื่อชาติ ขอให้พระเจ้าคุ้มครองคนดี” ทั้งที่เจ้าตัวทำความดี แต่ไม่เคยโฆษณา

“ผมฟื้นขึ้นมามีความรู้สึกว่าชาวบ้านให้เลือดเพื่อให้เรามีชีวิตอยู่ต่อเพื่อได้ทำงาน เพราะฉะนั้น เลือดในกายผมคือเลือดชาวบ้าน เลือดผมหมดตั้งแต่ขึ้นมาบน ฮ. เลือดไหลเต็มเลย ให้สองถุงหมด ผมถึงบอกว่าไม่ทรยศต่อพี่น้องประชาชน”

พล.ต.ต.นพดล ใช้เวลารักษาร่างกายเกือบปี ผ่าตัดใหญ่หลายครั้ง ต้องเสียขา แขน กว่าหมอจะต่อได้ ส่วนลูกตาเย็บเข้าไปในเบ้าตา 5 เข็ม

“แรกๆ มองไม่เห็น ช่วงหลังๆ ค่อยดีขึ้น ได้ตากลับคืนมา มือข้างซ้ายพอมีอยู่แต่ยังใช้การไม่ได้ เหล็กที่ดามบริเวณข้อต่อนิ้วตอนนี้หักลงไป ขาซ้ายขาดไป ขาขวาสูญเสียเยอะ ผ่าตัดต่อกระดูกหลายครั้งด้วยวิธีเลาะเอากระดูกรอบตัวมาใส่ขากับมือ เพราะเราไม่สามารถใช้กระดูกคนอื่นได้ กระดูกเทียมก็ใส่ไม่ได้ ส่วนกระดูกหลังมวลกระดูกค่อยๆ สร้างขึ้นมาได้ หมอบอกอย่างน้อยต้องรักษาปีครึ่ง แต่ผมเป็นนักกีฬารักบี้ จะแข็งแรงทนทาน พยายามฟื้นฟู ก็ออกจากโรงพยาบาล เมื่อปฏิบัติหน้าที่ถือว่าปกติ ตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้ทำงานไม่หยุด อะไรทำได้ทำเลย”

“อย่างที่ผมบอกคือความผูกพัน พี่น้องในพื้นที่ยังเดือดร้อนอีกเยอะ เราโดนแค่นี้ คุณลองไปดูแววตาพี่น้องในพื้นที่สิ ต้องช่วยกัน อย่างน้อยผมทำอะไรไม่ได้ก็ไปช่วยเติมกำลังใจ ให้ความเห็นอกเห็นใจ เวลามีการมีงานก็ไปช่วย มันเป็นความผูกพัน เหมือนพี่น้อง เลือดเนื้อเชื้อไข ทั้งพุทธ มุสลิม เหมือนกันหมด มีความรักใคร่กลมเกลียว”

น้ำเสียงและท่าทีของ พล.ต.ต.นพดล ที่สื่อสารออกมาไม่ได้บ่งบอกถึงความย่อท้อ แม้สภาพร่างกายตอนนี้จะไม่ต่างอะไรกับตำรวจกระดูกเหล็ก แต่เจ้าตัวไม่เคยกังวลว่าจะเป็นอุปสรรคต่อการทำงาน

คิดอยู่อย่างเดียว ต้องทำงานตอบแทนประชาชน

 

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก