posttoday
นปช.ร้องนครบาลสอบรายงาน คอป.

นปช.ร้องนครบาลสอบรายงาน คอป.

28 กันยายน 2555

ทนาย นปช.ร้องนครบาลตรวจสอบรายงาน คอป.ระบุมีชายชุดดำ

ทนาย นปช.ร้องนครบาลตรวจสอบรายงาน คอป.ระบุมีชายชุดดำ

เวลา 11.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) นายคารม พลพรกลาง ทนายความ นปช. และทนายความผู้รับมอบอำนาจจากญาตินายฟาบิโอ โปเลงกี นักข่าวอิตาลี ซึ่งเสียชีวิตจากการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง เข้ายื่นหนังสือต่อพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. กรณีขอให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับชายชุดดำในรายงานฉบับสมบูรณ์ของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริง (คอป. โดยมี พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รอง ผบช.น. ดูแลงานกฎหมายและสอบสวน เป็นผู้รับหนังสือแทน

นายคารม เปิดเผยว่า ตนในฐานะเป็นทนายความ 2 ส่วนคือ นปช. และนายฟาบิโอ ที่มาพบและยื่นหนังสือที่ บช.น. เนื่องจากเห็นว่ารายงานของ คอป.บางส่วนรับฟังไมได้ เป็นผลร้าย โดยเฉพาะที่มีการกล่าวถึงชายชุดดำ อีกทั้งตัวคณะกรรมการของ คอป. บางรายก็รับไม่ค่อยได้ ซึ่งที่บอกว่านายฟาบิโอ เสียชีวิต เวลา 10.00 น. วันที่ 19 กันยายน 53 ซึ่งนายมิเชล มาสส์  ผู้สื่อข่าวชาวเนเธอแลนด์ บอกว่าไม่มีชายชุดดำ เกิดจากการกละทำของทหาร จึงอยากให้ บช.น. ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบในส่วนนี้ตามอำนาจหน้าที่ ว่าชายชุดดำมีจริงหรือไม่ หากมีอยู่ที่ใดบ้าง เพราะตนไม่เชื่อถือในรายงานของ คอป. ที่สำคัญหากตั้งธงว่าเป็นชายชุดดำก่อเหตุ ก็อาจไม่ต้องมีการไต่สวนได้เพราะไม่ใช่การกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ

“สาเหตุสำคัญคือ นายถวิล เปลี่ยนศรี (เลขา สมช. ในขณะนั้น) พูดในวันที่ 10 กันยายน 53 ว่า มีชายชุดดำ จึงมีการตั้งธงและนำไปสู่ความชอบธรรมในการสลายการชุมนุม เรื่องชายชุดดำจึงรับไม่ได้ทั้งเรื่องเผาเซ็นทรัลเวิล์ด  ฆ่าคนที่วัดปทุม (วัดปทุมวนาราม)  และอื่นๆ กระทั่งเรื่องเผาศาลากลางตามจุดต่างๆ คนที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ เดินอยู่ก็ถูกจับ ถึงขณะนี้บางรายยังไมได้ประกันตัวเลย จึงสรุปได้ว่าไม่เป็นกลาง”นายคารมกล่าว

ด้านพล.ต.ต.อนุชัยกล่าวว่า  ขณะนี้ต้องรอขอตรวจสอบรายงาน คอป. ฉบับเต็มเสียก่อน จากนั้นเมื่อประมวลเรื่องทั้งหมดจะเรียนเสนอให้  พล.ต.ท.คำรณวิทย์ รับทราบ ซึ่งเรื่องนี้จะตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อไป

นปช.ร้องนครบาลสอบรายงาน คอป. ภาพประกอบข่าว

 

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเอกสารที่นายคารามนำมามอบให้ พล.ต.ต.อนุชัย ระบุว่า “อ้างถึง รายงานฉบับสมบรูณ์คณะกรรมการอิสระตรวจและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ(คอป.) กรกฎาคม 2553 – กรกฎาคม 2555

ตามที่คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อนการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ได้สรุปรายงานเกี่ยวกับการศึกษารากเหง้าปัญหาความขัดแย้ง การเยียวยาฟื้นฟู และการเสนอมาตรการเพื่อลดความขัดแย้งและส่งเสริมให้เกิดความปรองดองในประเทศ ซึ่งมีระยะเวลาการดำเนินการระหว่างวันที่ 17 กรกฎาคม 2553 – วันที่ 16 กรกฎาคม 2555 นั้น

ภายหลังจากที่คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ได้ทำการรับฟังข้อมูลและความเห็น และลงพื้นที่เพื่อค้นหาความจริงแล้ว ต่อมาเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2555 คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ได้แถลงต่อสื่อมวลชน รวมทั้งต่อประชาชนที่ติดตามรับฟัง รวมทั้งได้เสนอรายงานฉบับสมบรูณ์ต่อสาธารณชน ดังที่ปรากฏเป็นที่ทราบโดยทั่วไปแล้วนั้น หลังจากที่คณะกรรมการคอป.ได้ออกแถลงการณ์รายงานฉบับสมบรูณ์เพื่อเสนอแนะต่อรัฐบาลรวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว

จากเนื้อหาและรายละเอียดต่างๆของรายงานฉบับสมบรูณ์ของคอป.ดังกล่าวข้างต้น ได้มีเนื้อหาที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์อยู่บ้าง แต่ก็มีทั้งข้อเท็จจริงบางประการที่ปรากฏในรายงานว่าไม่ได้ส่งผลดีต่อการสร้างความปรองดองให้กับสังคมตามชื่อของคณะกรรมการฯและเจตนารมณ์ของการจัดตั้งคอป.แต่อย่างใด และนอกจากนั้นยังปรากฏว่ามีข้อเท็จจริงบางส่วนที่ส่งผลให้เกิดความขัดแย้งในสังคมมากขึ้นโดยเฉพาะมีการกล่าวหาว่ากลุ่มผู้ชุมนุมซึ่งหมายถึง กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติหรือนปช. เป็นพวกเดียวกับกลุ่มบุคคลที่เรียกว่าชายชุดดำ และชายชุดดำเหล่านี้เป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิงทำร้ายประชาชนและเจ้าหน้าที่จนถึงแก่ความตาย หาใช่เป็นการกระทำของฝ่ายเจ้าหน้าที่ทหารหรือฝ่ายเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลแต่อย่างใดไม่ ซึ่งการนำเสนอข้อเท็จจริงดังกล่าวนี้ทำให้เกิดปัญหาต่อคดีความทั้งหมดที่กำลังพิจารณาอยู่ในชั้นสอบสวน ชั้นอัยการ และชั้นศาล และหรือที่จะต้องมีการดำเนินคดีต่อไป เช่น คดีที่มีการกล่าวหาว่าแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติได้กระทำความผิดฐานก่อการร้ายแต่คอป.กลับละเลยที่จะพูดถึงคดีที่มีการยึดสนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมือง ของกลุ่มพันธมิตรฯ และขณะนี้คดีดังกล่าวก็ยังไม่มีการยื่นฟ้องต่อศาลแต่อย่างใด ทั้งๆที่ลักษณะของการกระทำของบุคคลทั้งสองกลุ่มก็มีลักษณะคล้ายกัน และมีกลุ่มที่ได้ทำการยึดหรือปิดสนามบินนั้นกลับมีพฤติการณ์ที่รุนแรงและมีแนวโน้มจะผิดกฎหมายมากกว่าด้วย

ในประเด็นการที่คณะกรรมการคอป.ได้ยืนยันข้อเท็จจริงในหลายที่หลายแห่งว่า ความตายของประชาชนและเจ้าหน้าที่บางคนนั้นเกิดจากการกระทำของชายชุดดำ เช่น บริเวณสี่แยกคอกวัว วัดปทุมวนาราม ถนนสารสิน เหล่านี้เป็นต้น การชี้หรือยืนยันว่าความตายของประชาชนและเจ้าหน้าที่บางคนที่เสียชีวิตนั้นเกิดจากการกระทำของชายชุดดำ ทั้งๆที่ข้อเท็จจริงนั้นกลับมีพยานหลักฐานต่างๆทั้งจากภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวว่าผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่มีข้อมูลบันทึกไว้ว่าเกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือทหารทั้งสิ้น จนขณะนี้ได้มีการนำบางคดีขึ้นไต่สวนชันสูตรพลิกศพต่อศาลแล้ว เนื่องจากเป็นกรณีที่บุคคลถูกทำร้ายถึงแก่ความตายในขณะอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงานทั้งนี้เพื่อให้ทราบสาเหตุและพฤติการณ์ที่ตายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

ดังนั้น รายงานของคอป.ในส่วนนี้จึงก่อให้เกิดผลกระทบต่อการดำเนินคดีไต่สวนชันสูตรพลิกศพ และในคดีที่จะต้องดำเนินเป็นคดีต่อไปถึงผู้สั่งการใช้กำลังทหารเพื่อสลายการชุมนุม ซึ่งข้อเท็จจริงเรื่องชายชุดดำนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้สามารถดำเนินคดีกับผู้สั่งการได้หรือไม่ ดังนั้นเพื่อให้มีการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดซึ่งเป็นผู้สั่งการต่อไปได้ เนื่องจากคดีต่างๆนี้เกิดขึ้นในพื้นที่ของกองบัญชาการตำรวจนครบาลทั้งสิ้น ดังนั้นกระผมในฐานะทนายความของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ และในฐานะทนายความผู้รับมอบอำนาจของญาตินายฟาบิโอ โปเลงกี นักข่าวต่างประเทศอิตาลีผู้ตาย ซึ่งถึงแก่ความตายบริเวณถนนราชดำริ และเป็นบริเวณหนึ่งที่มีการกล่าวอ้างว่ามีชายชุดดำปะปนอยู่ในบริเวณดังกล่าว จึงขอให้ท่านในฐานะเป็นผู้บังคับบัญชาของตำรวจนครบาลในท้องที่ต่างๆที่มีการกล่าวอ้างว่ามีชายชุดดำปรากฏอยู่ ให้สั่งการให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อทำการตรวจสอบข้อเท็จจริง ตามรายงานคอป.ที่อ้างว่ามีกลุ่มชายชุดดำปะปนอยู่กับกลุ่มผู้ชุมนุม และได้ใช้อาวุธทำร้ายผู้ชุมนุมจนถึงแก่ชีวิต เพื่อให้ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่างๆเพื่อให้ความจริงปากฎว่าได้มีชายชุดดำอยู่จริงตามรายงานของคอป.หรือไม่ และหากมีจริงมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไรกับกลุ่มผู้ชุมนุม หรือเป็นการแฝงตัวของกลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อสร้างสถานการณ์ขึ้นเพื่อให้รัฐบาลมีเหตุผลเพียงพอในการใช้กำลังทหารสลายการชุมนุมกลุ่มนปช. โดยเหตุผลว่าเพราะผู้ชุมนุมโดยไม่สงบและมีกองกำลังที่มีอาวุธร่วมอยู่ด้วย"
 

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก