
ฝนถล่มต่อเนื่องทั้งสัปดาห์ "ปลอด" ยัน 3 วันปราจีนฯแห้ง
ฝนตกหนักในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก เป็นสิ่งที่น่าจับตามากที่สุดต่อสถานการณ์น้ำในขณะนี้ เมื่อกรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฝนตกหนักถึงหนักมาก บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ในระยะ 13 วันนี้
ฝนตกหนักในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก เป็นสิ่งที่น่าจับตามากที่สุดต่อสถานการณ์น้ำในขณะนี้ เมื่อกรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฝนตกหนักถึงหนักมาก บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ในระยะ 13 วันนี้
นอกจากนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาได้พยากรณ์อากาศในช่วง 7 วันข้างหน้า โดยช่วงวันที่ 25-28 ก.ย. ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนหนักบางแห่ง ส่วนในภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง
ขณะที่ช่วงวันที่ 29 ก.ย.1 ต.ค. ร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ทำให้ยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่น
อย่างไรก็ตาม ปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมหลายอำเภอ ที่ จ.ปราจีนบุรี นั้น เกิดจากปริมาณน้ำฝนปริมาณมากกว่า 100 มิลลิเมตร ที่ตกหนักติดต่อกันหลายวัน คาดว่าอีกไม่เกิน 3 วัน พื้นที่ทั้งหมดจะแห้งสนิท
“หลังจากนี้ต้องดูเรื่องการไหลของน้ำ อาจพิจารณาว่าควรมีประตูระบายน้ำเพิ่มหรือไม่ จะควบคุมการเปิดและปิดประตูระบายน้ำอย่างไรให้น้ำที่ไหนมาก่อนและมาหลัง และหากต้องการรักษา อ.ศรีมหาโพธิ ก็อาจต้องทำเขื่อนดินล้อมรอบ น้ำที่ท่วมขังจะระบายลงแม่น้ำบางปะกงออกอ่าวไทย ไม่ต้องกังวลว่าจะย้อนกลับเข้า กทม. เพราะปิดประตูน้ำคลองระพีพัฒน์ตั้งแต่ 7 วันที่แล้ว” ประธาน กบอ.กล่าว
ทั้งนี้ สถานการณ์น้ำท่วม จ.ปราจีนบุรี ล่าสุดเย็นวันที่ 24 ก.ย. ระดับน้ำท่วมขังตลาดเก่า อ.กบินทร์บุรี และบริเวณริมตลิ่งแม่น้ำปราจีนบุรีมีแนวโน้มทรงตัว และมวลน้ำจะเคลื่อนที่ไปยัง ต.ท่าตูม และนิคมอุตสาหกรรม 304 อ.กบินทร์บุรี แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม 304 แต่อย่างใด เนื่องจากเป็นพื้นที่สูงน้ำท่วมไม่ถึง โดยระดับน้ำบางปะกงช่วง อ.กบินทร์บุรี สูงกว่าตลิ่ง 2 เมตร ขณะที่ช่วงไหลผ่าน อ.เมืองปราจีนบุรี สูงกว่าตลิ่ง 30 เซนติเมตร
ด้าน จ.ฉะเชิงเทรา ความกังวลมวลน้ำจาก จ.ปราจีนบุรี ทำให้หลายพื้นที่รีบก่อคันดินล้อมหมู่บ้านเลียบแนวชายฝั่งลำน้ำบางปะกงสูงเกือบ 2 เมตร และเกิดเหตุสลดใจขึ้นเมื่อ บรรจะ ใหม่เจริญ คนงานชี้แนวเขตก่อคันกั้นน้ำของหมู่ 2 ต.บางตีนเป็ด อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา ถูกไฟฟ้าดูดเสียชีวิตใกล้เสาไฟฟ้าริมแม่น้ำเมื่อบ่ายวันที่ 24 ก.ย.
เช่นเดียวกับพื้นที่ จ.ปทุมธานี ความกังวลต่อน้ำเหนือทำให้ชาวนาในพื้นที่ จ.ปทุมธานี เร่งทำคันดินป้องกันนาข้าว เนื่องจากน้ำที่มาจากคลอง 15 อ.องครักษ์ จ.นครนายก และฝนที่ตกหนักทำให้มีน้ำท่วมขังในพื้นที่ อ.ธัญบุรี และลำลูกกา ขณะที่ประตูระบายน้ำคลอง 12 ในเขต อ.ธัญบุรี หยุดการระบายน้ำออกมาแล้ว ซึ่งทำให้ระดับน้ำที่ท่วมขังในพื้นที่ยังไม่ลด
อะหมัด ตะมา ชาวนา ต.พืชอุดม อ.ลำลูกกา กล่าวว่า กำหนดเก็บเกี่ยวข้าวอีกประมาณ 20 วัน แต่ตอนนี้น้ำมาแล้ว ทำให้ต้องจ้างรถตักดินยกคันดินรอบนาข้าวป้องกันน้ำ
หมอน ใจหาญ ชาวนา หมู่ 2 ต.บึงคอไห อ.ลำลูกกา กล่าวว่า ข้าวยังไม่แก่เต็มที่แต่ต้องรีบเกี่ยว ทำให้ถูกกดราคาเหลือเพียงตันละ 7,000 บาท แต่ถ้าเป็นข้าวสุกเต็มที่และไม่มีปัญหาน้ำท่วมก็จะได้ราว 1.3 หมื่นบาท
ขณะที่สถานการณ์พื้นที่ด้านตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา ระดับน้ำในแม่น้ำท่าจีนที่ประตูระบายน้ำโพธิ์พระยา จ.สุพรรณบุรี เริ่มทรงตัว ส่วนพื้นที่ จ.นครปฐม นํ้าท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำท่าจีน 6 อำเภอ ก็มีแนวโน้มลดลง โดยเฉพาะที่ อ.บางเลน และนครชัยศรี ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่งประมาณ 24 เซนติเมตร
ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือ บรรดิษฐ์ อินต๊ะ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานพิษณุโลก เปิดเผยว่า ระดับน้ำในแม่น้ำยมในช่วงพื้นที่ อ.บางระกำ ขึ้นสูงสุดแล้ว โดยสูงกว่าตลิ่ง 2 เมตร คาดว่าจะทรงตัวเช่นนี้อีกหลายวันจากนั้นจะเริ่มลดลง เพราะน้ำที่ท่วมใน อ.เมือง และพรหมพิรามเริ่มคลี่คลาย โดยประเมินน้ำที่ท่วมขังในเขต อ.บางระกำ ขณะนี้มีปริมาณ 150 ล้านลูกบาศก์เมตร อยู่ในเกณฑ์ท่วมปานกลาง คาดว่าน้ำจะท่วมในพื้นที่ประมาณ 40 วัน และจะระบายออกหมดในช่วงปลายเดือน ต.ค.นี้ เพื่อให้เกษตรกรในพื้นที่เริ่มทำนาปรังรอบแรก







