
ยกระดับธุรกิจบริการผู้สูงอายุ ตั้งรับสังคมสูงวัยยุคเออีซี
นอกเหนือจากการร่วมเป็นหนึ่งในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 แล้ว ปีเดียวกันนี้ประเทศไทยจะเข้าสู่สถานะการเป็นสังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบ
โดย...ธนวัฒน์ เพ็ชรล่อเหลียน
นอกเหนือจากการร่วมเป็นหนึ่งในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 แล้ว ปีเดียวกันนี้ประเทศไทยจะเข้าสู่สถานะการเป็นสังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบ
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ประมาณการสัดส่วนของผู้สูงอายุในปี 2558 พบว่าอยู่ที่ 9.1 ล้านคน หรือ 13% ของประชากรทั้งหมด ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2548 ถึง 2.5 ล้านคน
ระยะเวลาอีกเพียง 3 ปี คงไม่เพียงพอต่อการวางมาตรการตั้งรับให้ครอบคลุมในทุกมิติ แต่หากโฟกัสเฉพาะธุรกิจบริการผู้สูงอายุ พบว่ากรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เริ่มวางรากฐานเพื่อความมั่นคงในระยะยาวแล้ว
ธุรกิจบริการผู้สูงอายุ แบ่งออกเป็น 3 ประเภท 1.บ้านพักผู้สูงอายุ มีบริการตรวจสุขภาพและให้คำแนะนำในการส่งเสริมดูแลสุขภาพ เช่น การดูแลสุขภาพ อาหาร และการออกกำลังกาย 2.สถานบริบาลและฟื้นฟูผู้สูงอายุ ให้บริการดูแลผู้สูงอายุทั้งทางด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ทั่วไป พร้อมมีบริการทางการแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิด เป็นสถานที่ที่เหมาะกับผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพาและต้องมีผู้ดูแลตลอดเวลา
3.ศูนย์บริการจัดส่งผู้ดูแลผู้สูงอายุ เป็นบริการหนึ่งที่ทางบริษัทในเครือของโรงเรียนสอนผู้ดูแลผู้สูงอายุเปิดขึ้น เพื่อจัดส่งผู้เรียนที่ผ่านการอบรมเป็นผู้ดูแลผู้สูงอายุไปดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน ธุรกิจประเภทนี้พบว่ามีเป็นจำนวนมาก เพราะเป็นธุรกิจที่มีการลงทุนน้อยและมีการบริหารจัดการที่ไม่ซับซ้อน
บรรยงค์ ลิ้มประยูรวงศ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า อธิบายว่า ธุรกิจภาคบริการมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตและการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งหากพิจารณาจากมูลค่าทางเศรษฐกิจและการจ้างงาน จะพบว่าธุรกิจภาคบริการมีมูลค่าคิดเป็น 38.6% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในของประเทศ (จีดีพี) หรือประมาณ 3.89 ล้านล้านบาท ซึ่งสูงกว่าภาคอุตสาหกรรม
สำหรับธุรกิจบริการในประเทศไทย กว่า 99.7% เป็นธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม มีการจ้างงานคิดเป็น 66.75% ของการจ้างงานรวมของประเทศ
บรรยงค์ ระบุอีกว่า การเคลื่อนย้ายทรัพยากร การค้า และการลงทุนระหว่างประเทศ ภายหลังเข้าสู่เออีซีในปี 2558 จะส่งผลกระทบ 2 ด้าน ได้แก่ 1.ด้านการขยายการลงทุน ซึ่งจะทำให้ธุรกิจบริการของไทยมีตลาดที่กว้างขึ้น เป็นโอกาสของผู้มีศักยภาพความเข้มแข็งที่เหนือกว่า 2.ต่างชาติจะเข้ามาลงทุน ซึ่งจำเป็นต้องเตรียมกลยุทธ์ในการตั้งรับการแข่งขัน เร่งพัฒนาปรับปรุงประสิทธิภาพของธุรกิจ
อย่างไรก็ดี ลักษณะของธุรกิจบริการผู้สูงอายุในปัจจุบัน ส่วนใหญ่ยังคงมีขนาดเล็กและยังขาดแนวทางการบริหารงานที่ชัดเจน และยังไม่มีการควบคุมคุณภาพ ด้วยเหตุนี้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจึงได้จัดทำ “เกณฑ์คุณภาพธุรกิจบริการผู้สูงอายุ” ขึ้น ภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพธุรกิจบริการและเตรียมความพร้อมสู่สากลปี 2554
“เกณฑ์คุณภาพฯ มีลักษณะคล้ายกรอบการดำเนินธุรกิจ ซึ่งจะเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยพัฒนาและยกระดับคุณภาพธุรกิจบริการผู้สูงอายุ โดยผู้ประกอบการรายใดสนใจให้ติดต่อมาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า แล้วจะมีทีมงานช่วยแนะนำให้เข้าถึงเกณฑ์ หรือสามารถแจ้งความประสงค์สมัครเข้าอบรมการดำเนินธุรกิจได้” อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบุ
รุ่งชัย ชวนไชยะกูล รองคณบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะหัวหน้าโครงการทีมที่ปรึกษาดำเนินการพัฒนาธุรกิจบริการผู้สูงอายุ อธิบายว่า ที่ผ่านมาได้มีการจัดอบรมผู้ประกอบการเพื่อให้ดำเนินธุรกิจตามเกณฑ์คุณภาพตามที่กรมพัฒนาธุรกิจฯ กำหนด
สำหรับแผนการดำเนินงาน แบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอน ได้แก่ 1.การสร้างความตระหนักและความเข้าใจในแนวทางการบริหารจัดการ กำหนดผู้เข้าร่วมจำนวน 40 ราย 2.คัดเลือกผู้ประกอบการจำนวน 12 ราย และดำเนินการวิเคราะห์ วินิจฉัย คุณภาพการบริหารจัดการของธุรกิจเหล่านั้น พร้อมทั้งให้คำปรึกษาเชิงปฏิบัติการในลักษณะ On the Job Training 3.คัดเลือกผู้ประกอบการจำนวน 6 ราย จากผู้ประกอบการ 12 รายข้างต้น และให้คำปรึกษาแนะนำเชิงปฏิบัติการในลักษณะ On the Job Training เพื่อพัฒนาธุรกิจบริการผู้สูงอายุคุณภาพตัวอย่าง
อาจารย์รุ่งชัย เสนอแนะว่า ปัจจุบันกฎหมายที่ควบคุมหรือกำกับดูแลธุรกิจบริการผู้สูงอายุของไทยยังไม่มีความชัดเจน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ใช้บริการทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ จึงต้องผลักดันให้เกิดกฎหมายเพื่อสนับสนุนธุรกิจประเภทนี้อย่างเต็มรูปแบบ







