
ปิดจ๊อปคอป.
“รายงาน คอป. 300 กว่าหน้า จะมีคนอ่านจบสักกี่คน เราเขียนให้อ่านนะ ไม่ใช่ให้ฉีกทิ้ง ก็ต้องอ่านทำความเข้าใจกัน
โดย...ชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม
“รายงาน คอป. 300 กว่าหน้า จะมีคนอ่านจบสักกี่คน เราเขียนให้อ่านนะ ไม่ใช่ให้ฉีกทิ้ง ก็ต้องอ่านทำความเข้าใจกัน แต่ผมเชื่อว่าสังคมไทยคนพูดมีเยอะ ประสาทการรับฟังเราบอด เพราะเราไม่ได้ใช้เหตุผลในการฟัง พอได้ยินปุ๊บ เราก็ออกไปเลย ถ้าเราฟัง ก็จะพูดด้วยเหตุผลมากขึ้น”
คณิต ณ นคร ประธาน คอป. ตอบคำถามอีกครั้ง หลังแกนนำเสื้อแดงเรียงหน้ารุมโจมตีว่าผลสรุปของ คอป. หรือคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ โดยเฉพาะรายงานผลสอบข้อเท็จจริงเหตุการณ์ความรุนแรงเดือน เม.ย.-พ.ค. 2553 ไม่เป็นกลาง มุ่งให้ร้ายม็อบแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และคนชุดดำ ก่อนจะยืนยันว่าไม่มีคนชุดดำแม้แต่คนเดียว ถ้ามีก็เป็นฝ่ายทหาร!!
ไม่เพียงเท่านั้น ยังกลับมาตั้งข้อสงสัยในตัว คณิต เหมือนช่วงที่ได้รับแต่งตั้งเป็นประธาน คอป.ใหม่ๆ ว่า ใกล้ชิดกับพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งที่ก่อนหน้านี้แกนนำ นปช.และแกนนำพรรคเพื่อไทยได้ใช้ คอป.เป็นเวทีปรองดอง และขอให้ คณิต เป็นพยานในชั้นศาล เพื่อปล่อยตัวแกนนำ นปช. จำเลยคดีก่อการร้ายที่ติดอยู่ในคุก
ขณะที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ แถลงนโยบายชัดเจน จะสนับสนุน คอป.ทุกเรื่อง แต่เมื่อรายงานฉบับสมบูรณ์ปรากฏต่อสังคม ท่าทีรัฐบาลกลับเป็นคนละเรื่อง
คณิต เฉยๆ กับกระแสความไม่พอใจของฝ่ายเพื่อไทย เขาบอกว่า เคยถูกตรวจสอบหนักกว่านี้สมัยเป็นอัยการสูงสุดที่สั่งไม่ฟ้องคดี สปก.401 แต่กาลเวลาได้พิสูจน์การทำหน้าที่ ดังนั้นใครจะคัดค้าน ไม่เห็นด้วยก็ไม่เป็นไร
“คุณเดียร์ (ขัตติยา สวัสดิผล บุตรสาว เสธ.แดง) ก็เป็นลูกศิษย์ผม เขาเรียนนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ตอนคุณพ่อเขาเสีย ผมยังมีจดหมายไปถึงเขาเลย ผมก็เห็นใจ ผมไม่มีอะไรกับเขา ผมไปเจอเขาที่บางกอกโพสต์ เขาก็ยังขอบคุณผมเลยที่แสดงความเสียใจ”
ประธาน คอป. บอกว่า หลังแถลงรายงาน ยังไม่มีใครทั้งรัฐบาล ฝ่ายค้าน หรือแกนนำ นปช.โทรมาพูดคุย ส่วนตัวก็เข้าไปดูในเว็บไซต์ เพื่อตรวจสอบใครพูดอะไรบ้าง แม้จะมีเสียงด่า ชม ก็เป็นเรื่องปกติ แต่ขออย่าใช้ความรุนแรง
“นักข่าวควรไปถามหมอเหวง (โตจิราการ) ว่าฉีกเอกสารทำไม เท่ากับทำลายภาษีประชาชนนะ แต่ผมว่าการที่เขาด่า ชม ผม มันไม่ใช่เรื่องเสียหาย แสดงว่าเขาสนใจผมนะ ตรวจสอบผม แต่ คอป.เราไม่ได้พูดข้างเดียว เราพูดหมด ทุกฝ่าย ภาครัฐ ทหาร เราไม่ได้ตำหนิใครฝ่ายเดียว
“ถ้าอ่านให้ละเอียดจะรู้ว่าเราดูสาเหตุ ผู้เกี่ยวข้อง ทำไม อย่างไร และก็มีข้อเท็จจริงเท่าที่เห็น มันอาจมีอะไรไม่กระจ่าง หรือต้องทำต่อ มันก็เป็นเรื่องของคนอื่น แต่เราใช้เวลา 2 ปี ถือว่าทำได้สำเร็จในระดับที่สูงและค่อนข้างดี”
คณิต ยืนยันว่า งาน คอป.เป็นงานวิชาการ ไม่ได้ยกเมฆหรือใช้ความรู้สึก ทั้งยังได้รับความร่วมมือจากต่างประเทศหลายองค์กร ตอนแถลงข่าว เอกอัครราชทูตสวิตเซอร์แลนด์ ยังไปร่วมฟังด้วย ท่านช่วยเราส่งผู้เชี่ยวชาญด้านนิติวิทยาศาสตร์มา แต่เราไม่ได้เอาเงินจากเขา
“ผมว่า คอป.เป็นกรรมการชุดเดียวและชุดแรกที่อดทนในการฟังที่สุด และเราไม่ได้ฟังเฉยๆ แต่กลับมาคิดเพื่อให้ประเทศเกิดความสงบและสร้างความเป็นธรรมเกิดขึ้นในสังคม เพราะมนุษย์มีความต้องการ 2 อย่าง 1.ความต้องการภายนอก เช่น ความมั่นคงในชีวิต หลังจากนั้นแล้ว สิ่งที่มนุษย์ต้องการคือ ความเป็นธรรม แม้คุณจะมีเงินมีทอง แต่ถ้าไม่ได้รับความเป็นธรรม คุณก็ชีช้ำ ฉะนั้นรายงานของ คอป.คือ สร้างความเป็นธรรม”
คณิต ย้ำว่า ตลอดเวลาที่ทำงาน คอป. โดยใช้เวลา 2 ปีจนเสร็จภารกิจ เป็นการทำหน้าที่ที่รับผิดชอบต่อประชาชน ซึ่งต้องมีข้อเสนอต่อสังคมไทยและประชาคมโลก คอป.ไม่ได้รับผิดชอบต่อรัฐบาล ดังนั้นรายงานที่ออกมาจึงมีความเป็นกลางและทำเพื่อประโยชน์ของประเทศ
ขณะเดียวกัน ช่วงเป็นประธาน คอป.บรรยากาศการเมืองค่อนข้างตึงเครียด โดยเฉพาะในช่วงรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ซึ่ง คอป.ก็มีส่วนคลี่คลายความขัดแย้ง
“ในชีวิตผมไม่เคยทำเลยนะ จดหมายเปิดผนึก แต่ตอนมาอยู่ที่นี่ก็ได้ออกไปเพื่อแตะเบรก เพราะตอนนั้นสถานการณ์ทำท่าไม่ค่อยดี กระทั่งผมนอนไม่หลับ รู้ไหมบางทีไปพักผ่อนต่างจังหวัด ไม่ได้นอนเฉยๆ นะ ผมนั่งคิดตลอด ผมห่วงเรื่องกฎหมายปรองดอง แก้รัฐธรรมนูญ และที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย เราฟัง สถานการณ์มันไม่ค่อยจะดี แต่ คอป. ผม หรือใครคนใด ไม่สามารถทำอะไรได้มากมาย ถ้าเราไม่ช่วยกัน”
แม้กระนั้น คณิต กล่าวขอบคุณรัฐบาลนี้ที่ไม่เคยเข้าไปยุ่งกับ คอป. ทำให้การทำงานเป็นอิสระ ส่วนข้อเสนอแนะของ คอป.เพื่อสร้างความปรองดองระยะสั้น ระยะยาว เช่น ไม่ควรนิรโทษกรรม และถ้าจะแก้รัฐธรรมนูญก็ควรทำความเข้าใจกับประชาชนให้ถ่องแท้ ทั้งหมดอยู่ที่ฝ่ายรัฐบาลนำไปปฏิบัติ
“ผมไม่ทราบท่านนายกฯ ได้เห็นรายงานหรือเปล่า เห็นแต่ท่านสัมภาษณ์ว่า ได้ให้คุณยงยุทธเอาไปดู” ประธาน คอป.หัวเราะ พลางว่า “ความจริงรัฐบาลไม่ต้องทำตามข้อเสนอ คอป.ครบทุกข้อหรอก แต่ถ้าทำได้มากเท่าไรก็ยิ่งดีกับประเทศ”
“นี่ไงยูเอ็นให้รัฐบาลรับข้อเสนอ คอป.ไปดำเนินการ ต่างชาติเขาเห็นตรงนี้ เพราะถ้าเมืองไทยไม่สงบ มันก็กระทบที่อื่นด้วย” คณิตเปิดข่าวหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษให้ดู เพื่อยืนยันว่าข้อเสนอ คอป.เริ่มมีเสียงตอบรับ
ความขัดแย้งในสังคมไทยจะคลี่คลายลงไหม? ประธานคณะกรรมการปรองดองแห่งชาติ ตอบเสียงเข้ม “อนาคตผมไม่อยากทำนายนะ แต่ผมคิดว่าสิ่งที่เราประสบมามันควรได้คิดกัน ผมไม่อาจพูดได้มันจะมีหรือไม่มี แต่เราต้องมีหวัง ผมเห็นทิศทาง เพราะเดี๋ยวนี้ทุกภาคส่วนตื่นตัว และเป็นหน้าที่ของเราที่ต้องพัฒนาประชาธิปไตยให้ได้ ผมยังหวังว่านอกจากรัฐบาลแล้ว ทุกภาคส่วนก็พยายามช่วยกันประคับประคอง”
เหตุที่กระแสตื่นตัวดีขึ้น คณิตขยายความว่า เห็นจากภาคธุรกิจที่ออกมาต่อต้านการคอร์รัปชัน ซึ่งถ้าประชาชนตื่นตัวมาดูแลสังคม ตรวจสอบซึ่งกันและกันมากขึ้น ฝ่ายการเมืองก็ต้องระวังด้วย
“ตอนคุณดุสิต (นนทะนาคร ประธานหอการค้าไทย ที่ต่อต้านคอร์รัปชัน) เสีย ผมก็ไปงานศพเขานะ ผมอยากเห็นเราสร้างมิติการตรวจสอบให้มาก เพราะวันนี้บ้านเราการโซเชียลแซงก์ชันมันน้อย ไม่แข็งแรงเหมือนต่างประเทศ”
คณิต เล่าประสบการณ์ว่า ครั้งหนึ่งไปประเทศญี่ปุ่น คนที่นั่นบอกว่า เหตุที่ประเทศเขาสามารถพัฒนาเศรษฐกิจและประชาธิปไตยได้ดี เพราะกระบวนการยุติธรรมเขาเข้มแข็ง ในญี่ปุ่นเขาลงโทษถึง 99% จนผู้นำที่ทุจริตต้องลาออก หรืออดีตผู้นำเกาหลีใต้ก็กระโดดหน้าผาตาย ถ้าประเทศไหนกระบวนการยุติธรรมเข้มแข็ง มันทำให้ทุกอย่างสงบได้ แล้วถ้าเรายังอยู่อย่างนี้ จะล้าหลังที่สุด โดยเฉพาะกระบวนการยุติธรรมของไทยมีปัญหามาก ประสิทธิภาพแย่ คุกคามสิทธิ และมีราคาแพง
ความหวังของคณิต ที่อยากให้บ้านเมืองสงบ สังคมตื่นตัว กระบวนการยุติธรรมได้รับการปฏิรูป แม้วันนี้คอป.จะยุติภารกิจ อย่างสมบูรณ์ แต่เจ้าตัวบอกว่า ถ้ายังมีเรื่องใดที่ คอป.จำเป็นต้องสานต่อ ก็สามารถทำได้ในฐานะประธานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ที่ยังเหลือวาระอีก 2 ปี
ถามไปว่า ถ้ามีใครมาเชิญเป็นประธานสอบเหตุการณ์ความรุนแรงอีกในอนาคต จะรับไหม เพราะเคยสอบเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ทั้งพฤษภาทมิฬ 2553 และคดีฆ่าตัดตอนสงครามยาเสพติด? คณิต หัวเราะ “ผมไม่อยากเป็น เพราะประเทศไม่ควรเกิดเรื่องอย่างนี้ แล้วอย่าไปคิดว่ามันจะมีเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้น ผมคิดว่าบ้านเมืองครั้งนี้ต้องสงบ”
“ผมคงเป็นคนมีกรรมที่ต้องมาทำงานที่มันยากๆ ทั้งสามเรื่องนี้ ผมถือว่าทำงานตอบแทนแผ่นดิน ตั้งแต่ที่ผมเป็นนักเรียนทุนไปเรียน 6 ปี แต่ผมคงใช้หนี้แผ่นดินไม่หมดหรอกชีวิตนี้ อีกด้านผมก็เป็นคนมีบุญที่ได้ทำงานกับผู้ร่วมงานที่จิตใจดีทั้งสิ้น ทำงานก็ทุ่มเทโดยไม่มีอะไรตอบแทน อย่าง คอป.ผมประชุม เบี้ยประชุม 1,500 บาท เหมือนกับราชการ แต่ของคุณยงยุทธ วิชัยดิษฐ ที่เป็นประธาน ปคอป.ของภาครัฐ คุณรู้ไหมได้เท่าไร 1 หมื่นบาทนะ”
คณิต บอก ที่เขาโชคดีอีกอย่างคือ ครอบครัวที่เป็นกำลังใจให้ทุกสิ่ง
“ทั้งภรรยาและลูกผมไม่เคยมายุ่งกับผม มีแต่ให้กำลังใจ บางทีผู้ใหญ่มัน พ พ ม พังเพราะเมียทั้งนั้น (หัวเราะ) งานผมมันเลยสำเร็จนี่ไง”







