
หยุดรถคันแรก
การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจ เมื่อวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา ได้มีการประกาศอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ 1 แสนล้านบาท
การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจ เมื่อวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา ได้มีการประกาศอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ 1 แสนล้านบาท
ผ่าน 4 กองทุน ที่รัฐบาลตั้งไว้แล้วตั้งแต่ปีงบประมาณ 2555 และปีงบประมาณ 2556 แต่เงินจากกองทุนยังไม่ยอมออกไปสู่ระบบ ยังติดขัดในหลายๆ เรื่อง
การไขก๊อกให้เงินไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโดยเร็ว เป็นหนึ่งในความพยายามของการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยมาตรการอื่นที่จะเสริมออกมา คือ รัฐบาลจะโปรโมตการท่องเที่ยวให้มากขึ้น อาศัยช่วงชุลมุนของความขัดแย้งระหว่างญี่ปุ่นและจีน ดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาในไทย
นอกจากนี้ ก็จะอาศัยจังหวะเกิดภัยแล้งในหลายประเทศ เน้นการส่งออกสินค้าเกษตร เพื่อที่จะเพิ่มการส่งออกให้ได้มากขึ้น เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้
ในด้านของแนวทางกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น เป็นสิ่งที่ดีและรัฐบาลควรจะเร่งรัดดำเนินการนานแล้ว แต่ในอีกด้านหนึ่งทางผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ได้เสนอต่อนายกรัฐมนตรี ขอให้ทบทวนโครงการรถยนต์คันแรก ที่เป็นนโยบายรัฐบาลให้คืนเงินภาษีสรรพสามิตรถยนต์ที่มีขนาดเครื่องยนต์ต่ำกว่า 1,500 ซีซี ให้ผู้ซื้อรถยนต์เป็นคันแรกในชีวิต และจะได้คืนภาษีสูงสุด 1 แสนบาท
แนวคิดของการออกนโยบายนี้ก็เพื่อที่จะกระตุ้นกำลังซื้อของประชาชน แต่ในอีกด้านหนึ่งก็เป็นการสร้างหนี้ สร้างภาระระยะกลางถึงระยะยาวให้กับประชาชนในการเช่าซื้อรถยนต์ นอกจากนี้จะมีค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ค่าบำรุงรักษารถยนต์ ค่าประกันภัย และค่าต่อทะเบียนรถยนต์
ค่าใช้จ่ายเหล่านี้เป็นภาระในอนาคตและเป็นภาระตลอดไปที่ยังครอบครองรถอยู่ ในปีแรกที่ซื้ออาจจะกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวม แต่จะเป็นการบั่นทอนอำนาจการซื้อของประชาชนในอนาคต เพราะเป็นหนี้เสียแล้วจะใช้จ่ายอะไรคงจะต้องคิดหากมีรายได้ไม่มากนัก
แต่ในภาพรวมเศรษฐกิจ การที่ ธปท.เสนอให้รัฐบาลหยุดโครงการนี้ ก็เพราะเห็นว่ารัฐบาลสูญเสียรายได้ไปแล้วเป็นแสนล้านบาท และยิ่งซื้อรถแม้โรงงานจะอยู่ในประเทศไทย จ้างงานคนไทย แต่กำไรก็เป็นของต่างชาติที่จะส่งกลับบริษัทแม่ในต่างประเทศ
นอกจากนี้ ประเทศไทยต้องนำเข้าน้ำมันมาใช้ปีละหลายแสนล้านบาท และจะเพิ่มขึ้นอีกหากรถยนต์เพิ่มก็ใช้น้ำมันเพิ่ม จะส่งผลเสียต่อดุลการค้าในอนาคต อีกทั้งรถเยอะก็ยิ่งทำให้รถติด อัตราการเผาผลาญพลังงานก็สูงตามไปด้วย ในระยะยาวไม่เป็นผลดีและไม่ได้สร้างประสิทธิภาพอะไรให้เกิดขึ้นกับเศรษฐกิจ
เราเห็นด้วยหากรัฐบาลจะทบทวนโครงการนี้ เพราะทำมาระยะหนึ่งแล้วก็ได้ผลแล้วควรเลิกเสีย เพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่งบประมาณและเกิดผลเสียต่อหนี้ครัวเรือนในอนาคต







