
บางระกำยังอ่วม!น้ำเพิ่มวันละ20ซม.
แม่น้ำยมอ.บางระกำยังคงเพิ่มสูงต่อเนื่องวันละ 20 ซม. คาดอีก 2 วันขึ้นสูงสุดเหตุน้ำเหนือจากสุโขทัยและอ.พรหมพิราม เข้าสมทบ เร่งระบายออกสู่แม่น้ำน่าน ชลประทานเผยไม่น่าห่วง น้ำปีนี้มาน้อยกว่าปีที่แล้ว
แม่น้ำยมอ.บางระกำยังคงเพิ่มสูงต่อเนื่องวันละ 20 ซม. คาดอีก 2 วันขึ้นสูงสุดเหตุน้ำเหนือจากสุโขทัยและอ.พรหมพิราม เข้าสมทบ เร่งระบายออกสู่แม่น้ำน่าน ชลประทานเผยไม่น่าห่วง น้ำปีนี้มาน้อยกว่าปีที่แล้ว
สถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดพิษณุโลก ขณะนี้ หนักสุดอยู่ที่อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ภาพรวมขณะนี้ มีพื้นที่ 3 อำเภอที่ยังคงมีน้ำท่วมขัง อ.พรหมพิราม ต.บ้านกร่าง อ.เมืองพิษณุโลก และอ.บางระกำ ด้วยอิทธิพลของแม่น้ำยมล้นตลิ่ง กินเนื้อที่น้ำท่วม 70,000 ไร่
นายบรรดิษฐ์ อินต๊ะ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานพิษณุโลก เปิดเผยว่า ขณะนี้อ.บางระกำ ได้รับผลกระทบจากแม่น้ำยมมากที่สุด วันนี้แม่น้ำยมที่สถานีวัดน้ำ Y 16 อ.บางระกำ สูง 8.37 เมตร เพิ่มจากวานนี้ที่สูง 8.17 เมตร ( ความจุลำน้ำ 7 เมตร ) เพิ่มขึ้นวันละ 20 เซนติเมตร และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกต่อเนื่องไปอีกประมาณ 2 วัน น้ำยมที่ท่วมในเขตอ.เมืองสุโขทัย อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก กำลังไหลมารวมกันที่อ.บางระกำ ที่ขณะนี้มีพื้นที่ถูกน้ำท่วมแล้ว 50,000 ไร่ และถ้ารวมพื้นที่น้ำท่วมของอ.เมืองพิษณุโลก และอ.พรหมพิราม ขณะนี้มีพื้นที่น้ำท่วมขังแล้ว 70,000 ไร่
นายบรรดิษฐ์ เผยต่อว่า ชลประทานได้ระบายน้ำที่ท่วมขังในเขตอ.บางระกำ ออกสู่แม่น้ำน่าน ผ่านคลองระบายน้ำDR 15.8 ในอัตรา 56 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ( ลบ.ม.ต่อวินาที ) และคลอง DR 2.8 ในอัตรา 159 ลบ.ม.ต่อวินาที รวมสองคลองที่ระบายน้ำท่วมขังออกสู่แม่น้ำน่านได้ 215 ลบ.ม.ต่อวินาที สถานการณ์ขณะนี้ไม่น่าเป็นห่วง ปริมาณน้ำที่ท่วมขังในเขตอ.บางระกำเมื่อเทียบกับปี 2554 ถือว่าน้อยมาก ขณะนี้มีน้ำที่ท่วมในทุ่งอ.บางระกำประมาณ 120 ล้านลบ.ม. หรือ ประมาณ 28 % เมื่อเทียบกับปริมาณน้ำที่ท่วมขังในอ.บางระกำเมื่อปี 2554 ที่ช่วงนั้นมีน้ำท่วมขังถึง 600 ล้านลบ.ม. หรือ เกินครึ่งหนึ่งของปริมาณน้ำที่กักเก็บในเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน
สำหรับ แผนการระบายน้ำในช่วงปลายฤดูฝน ถ้าไม่มีฝนตกมาเพิ่มในช่วงนี้ น้ำท่วมขังในเขต.บางระกำจะเพิ่มสูงสุดในอีก 2 วันข้างหน้า หรือ ช่วงประมาณวันที่ 23-24 กันยายน 2555 จากนั้นระดับน้ำจะค่อย ๆ ลดลง จากการไหลผ่านแม่น้ำยมเข้าสู่จ.พิจิตร และการระบายน้ำออกสู่แม่น้ำน่าน โดยชลประทาน จะระบายน้ำที่ท่วมทุ่งในเขตอ.บางระกำให้หมดในช่วงประมาณกลางเดือนพฤศจิกายน 2555 นี้ เพื่อให้เกษตรกรได้เริ่มเพาะปลูกนาข้าวรอบแรก ที่น่าห่วงขณะนี้คือ เกรงว่าน้ำที่ท่วมขังในทุ่งจะเน่าเสีย เนื่องจากน้ำไม่ค่อยไหลแรงมากนัก
ผอ.ชลประทานพิษณุโลก กล่าวว่า ในปี 2555 ประสิทธิภาพการระบายน้ำแม่น้ำยมลงสู่แม่น้ำน่านในเขตภาคเหนือตอนล่างเริ่มทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ มีการเพิ่มประสิทธิภาพประตูระบายน้ำ และคลองสาขาหลายแห่ง อาทิ คลองเกตุ คลองกล่ำ ประตูระบายน้ำคลองบางแก้ว การบริหารจัดการน้ำในปีนี้ ช่วยลดผลกระทบน้ำท่วมในเขตอ.เมืองสุโขทัยได้อย่างดี ด้วยการผันน้ำจากแม่น้ำยมสายหลัก จากประตูน้ำบ้านหาดสะพานจันทร์ อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย ผ่านคลองหกบาท ส่วนหนึ่งผันลงแม่น้ำน่านที่อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ และอีกส่วนหนึ่งผันลงแม่น้ำยมสายเก่าเข้าสู่อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ขณะที่พื้นที่ตอนล่าง การระบายน้ำยมออกสู่แม่น้ำน่านก็ทำได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยการปรับปรุงประตูระบายน้ำคลองบางแก้ว การเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำคลอง DR2.8 และคลอง DR 15.8 และการขุดลอกคลองเกตุ คลองกล่ำ ที่ระบายน้ำหลากในเขตรอยต่อระหว่างอ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย และอ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ทำให้น้ำออกสู่แม่น้ำยมและแม่น้ำน่านได้เร็วขึ้น
ทั้งนี้ ตามแผนของรัฐบาลที่จะใช้ในการบริหารจัดการน้ำ หากเกิดเหตุการณ์น้ำมากเหมือนปี 2554 จังหวัดพิษณุโลก ชลประทานพิษณุโลกได้เตรียมพื้นที่รองรับน้ำนองในประเภทที่ 1 ไว้จำนวน 1.8 แสนไร่ เป็นพื้นที่ในเขตโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพลายชุมพล เป็นพื้นที่ที่สามารถควบคุมปริมาณน้ำเข้าและน้ำออกได้ ครอบคลุมพื้นที่อ.พรหมพิราม อ.เมือง อ.บางระกำ และอ.บางกระทุ่ม ถ้าหากจำเป็นต้องใช้พื้นที่ส่วนนี้ในการรับน้ำ รัฐบาลจะมีกฏเกณฑ์ในการจ่ายเงินชดเชยเยียวยาให้ ในปี 2555 จังหวัดพิษณุโลก ไม่ได้ใช้พื้นที่นี้ เนื่องจากปริมาณน้ำท่วมน้อยมาก เมื่อเทียบกับปี 2554 ส่วนที่เหลืออีก 3 ประเภท ได้แก่ ประเภทที่ 2 ควบคุมน้ำออกได้ ควบคุมน้ำเข้าไม่ได้ ( พิษณุโลกไม่มี ) ประเภทที่ 3 คือแก้มลิงใหญ่ ๆ อาทิ ทะเลหลวง บึงบอระเพ็ด ( พิษณุโลกไม่มี ) และ ประเภทที่ 4 ที่ไม่สามารถควบคุมน้ำเข้าออกได้เลย ได้แก่พื้นที่น้ำท่วมปกติในเขตอ.พรหมพิราม อ.บางระกำ ที่ขณะนี้มีพื้นที่น้ำท่วม 70,000 ไร่







