posttoday
อย่าเห็นปกติสุขเร็ว

อย่าเห็นปกติสุขเร็ว

21 มีนาคม 2553

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมามีโอกาสได้ไปสอบถามความรู้สึกของคนชุมชนนางเลิ้งที่ถนนพะเนียงไม่ไกลจากสำนักงานเขตป้อมปราบฯ เป็นผู้หญิงอายุ 51 และ 60 ปี

คนแรกบอกว่า เธอไม่ตำหนิการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ทำให้ต้องมีการปิดการจราจรส่วนเชื่อมโยงกับการชุมนุม แต่เธอขอร้องอย่างหนักแน่นไปทางผู้ชุมนุมว่าอย่าใช้ความรุนแรง อย่าใช้อารมณ์ แต่ให้ใช้สติ และคิดหาทางออกโดยที่ไม่มีการเสียเลือดเสียเนื้อ

ทั้งนี้ เธอได้เตือนไปทางรัฐบาลเหมือนกันว่า อย่าใช้ความรุนแรงกับประชาชน เพราะคนเสื้อแดงก็เป็นคนไทยเหมือนกัน อย่าใช้ความมีอคติเอนเอียงปฏิบัติกับประชาชน แต่ให้ใช้ความเที่ยงธรรมเป็นกลางในการที่จะทำให้สถานการณ์เกิดความผ่อนคลายและไม่เกิดความรุนแรง

ที่สำคัญ จงระวังอย่าให้มือที่สามมากระทำการก่อกวนกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งอาจจะเป็นตัวจุดชนวนให้กลุ่มผู้ชุมนุมอ้างเป็นเหตุใช้ความรุนแรงซึ่งไม่เป็นผลดีใดๆ

เธอกล่าวว่า ขอให้ทุกฝ่ายตั้งสติให้มั่นและพิจารณาให้รอบด้าน เพราะบทเรียนที่ชุมชนนางเลิ้งเคยเกิดขึ้นมาแล้วจึงไม่อยากให้เกิดรอยด่างซ้ำสอง

“ไม่อยากให้การชุมนุมยืดเยื้อ อยากให้ยุติและจบลงโดยเร็วอย่างสันติ”

อีกคนอายุ 60 บอกว่า อยากให้การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงสิ้นสุดโดยเร็ว โดยที่ทุกฝ่าย ทั้งรัฐบาล เจ้าหน้าที่รัฐ และกลุ่มผู้ชุมนุม ไม่มีการใช้ความรุนแรงต่อกัน

ทั้งนี้ หญิงคนนี้ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อที่คนกรุงเทพฯ โดยเฉพาะคนที่อยู่ในละแวกใกล้เคียงที่ชุมนุมจะได้กลับมาใช้ชีวิตตามปกติ และไปไหนมาไหนได้สะดวกดังเดิม

“ทุกวันนี้จะไปไหนมาไหนก็ยากลำบาก เพราะมีการปิดถนนหลายเส้นทางทำให้เกิดความไม่สะดวก จะไปไหนมาไหนทั้งทีก็ต้องอ้อมไปไกลและเสียค่ารถมากขึ้น”

ยิ่งทางกลุ่มเสื้อแดงบอกว่า จะดาวฤกษ์ไปตามท้องถนนทั้งหลายในกรุงเทพฯ หลายเส้นทางก็ยิ่งไม่สบายใจกลัวว่าจะเกิดการกระทบกระทั่งคนที่ไม่เห็นด้วย

แต่หากมองในแง่ดีการดาวฤกษ์ไปตามถนนต่างๆ ในกรุงเทพฯ ของกลุ่มคนเสื้อแดงอย่างน้อยก็ยังเป็นวันหยุด ซึ่งถ้าทำในวันปกติที่คนจะต้องออกจากบ้านไปทำงานไม่รู้ว่าจะเกิดเหตุอะไรบ้างก็ไม่รู้

เธอบอกว่า ไม่หวังอะไรมาก อยากให้ทุกคนทุกฝ่ายอดทน อย่าใช้อารมณ์ อย่ากระทำการที่เป็นการยั่วยุอีกฝ่าย แต่จงมีสติพิจารณาให้ดีก่อนที่จะทำอะไรลงไป

อย่างไรก็ตาม เมื่อเดินกลับมาที่สี่แยกสำราญราษฎร์ได้สอบถามความรู้สึกแม่ค้าร้านขายของชำร้านหนึ่ง เธอบอกว่า ช่วงที่อยู่ระหว่างการชุมนุมนี้ขายของไม่ดี วันหนึ่งขายได้น้อยมาก เพราะไม่ค่อยมีคนผ่านไปมาเนื่องจากมีการปิดถนน จึงอยากให้การชุมนุมสิ้นสุดโดยเร็วทุกอย่างจะได้กลับมาเป็นปกติ ทุกคนจะได้ทำมาหากิน

เมื่อถามถึงการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงซึ่งเธอบอกว่าแม้จะรู้สึกเฉยๆ แต่ก็ไม่เคยคิดรังเกียจเพราะเป็นสิทธิที่สามารถทำได้ ขอเพียงแต่อย่าให้เกิดความรุนแรง ไม่ว่าจะจากฝ่ายไหนก็ตาม

ทั้งนี้ เธอบอกว่าอยากให้คนไทยทลายกำแพงในเรื่องสีให้พินาศไปสิ้น แล้วมารักกันมากๆ และต่อไปอย่าให้เกิดการแบ่งสีแบ่งฝ่ายกันอีกเลย เพราะถ้ายังแบ่งอย่างนี้ก็จะไม่มีวันสิ้นสุด เดี๋ยวฝ่ายนี้ฝ่ายนั้นก็ลุกขึ้นมาตอบโต้กันไม่สิ้นสุด

อย่างไรก็ตาม เมื่อเดินไปยังสวนรมณีนาถเห็นพระสงฆ์รูปหนึ่งกำลังเดินมุ่งตรงไปที่สี่แยกสำราญราษฎร์จึงถามท่านด้วยความเคารพถึงการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงเมื่อไหร่จะสิ้นสุดสักที ท่านตอบว่าก็เมื่อรัฐบาลยุบสภานั่นแหละโยม

อ้าว...เป็นยังงั้นไป

ก็แหมเล่นไปถามพระอย่างนั้นจะให้ท่านตอบยังไง แต่เอาเถอะคิดเสียว่าท่านปรารถนาอยากให้คนเสื้อแดงกลับบ้านเร็วๆ เพราะลูกหลานที่บ้านเป็นห่วงก็แล้วกัน

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว