posttoday
มาร์คไม่กลัวม็อบประชุม 'ครม.-สภา' สัปดาห์หน้า

มาร์คไม่กลัวม็อบประชุม 'ครม.-สภา' สัปดาห์หน้า

21 มีนาคม 2553

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เตรียมใช้มาตรการตามบรรทัดฐานของศาลปกครองจากเบาไปหาหนัก ดำเนินการกับกลุ่มคนเสื้อแดงที่จะมาปิดล้อมสถานที่ราชการเพื่อขัดขวางไม่ให้รัฐบาลทำหน้าที่ ซึ่งในสัปดาห์หน้าการประชุมสภาผู้แทนราษฎรและการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะเดินหน้าตามปกติ และจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงสถานที่การประชุมสภาผู้แทนราษฎร แต่ในส่วนสถานที่ประชุม ครม. จะดูความเหมาะสมอีกครั้งหนึ่ง

สำหรับการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามมาตรา 179 นั้น นายกรัฐมนตรี เห็นว่ายังไม่น่าจะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม เพราะอาจเป็นการเพิ่มสถานการณ์ความขัดแย้งมากขึ้น และเห็นว่าการยื่นขอเปิดอภิปรายฯ ของสมาชิกวุฒิสภาตามมาตรา 161 น่าจะเพียงพอแล้ว

“รัฐบาลคงไม่ปล่อยให้สถานการณ์ชุมนุมยืดเยื้อ ซึ่งสภาพกดดันไม่ได้เกิดจากรัฐบาล แต่อยากให้ผู้ชุมนุมคำนึงถึงพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ที่ได้รับผลกระทบ ส่วนการต่ออายุการประกาศใช้ พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร นายกรัฐมนตรี ระบุว่า จะขอประเมินสถานการณ์การชุมนุมในช่วง 23 วันหลังจากนี้” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

สำหรับการตั้งโต๊ะเจรจาระหว่างผู้แทนรัฐบาลกับแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงนั้น ได้มอบหมายให้นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ไปเจรจากับ นพ.เหวง โตจิราการ และนายจรัล ดิษฐาอภิชัย แกนนำคนเสื้อแดง ในวันที่ 22 มี.ค.นี้ เวลา 12.00 น. ที่อาคารวุฒิสภา โดยมีสมาชิกวุฒิสภาบางส่วนเป็นคนกลางในการเจรจา เพื่อวางกรอบการหาทางออกของบ้านเมืองเบื้องต้น รวมถึงแนวทางการยุบสภาว่าสามารถทำได้หรือไม่

“ผมตั้งคำถามว่า หากสนใจเรื่องการยุบสภา เพื่อเดินหน้าประชาธิปไตยก็ให้มาคุยกัน แต่หากกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงปฏิเสธ มันก็ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า ที่ผ่านมาการเคลื่อนไหวไม่ใช่เรื่องประชาธิปไตย หรือเรื่องของส่วนรวม แต่เป็นเรื่องของ พ.ต.ท.ทักษิณ ใช่หรือไม่ ซึ่งการพูดคุยวันจันทร์หน้าจะเป็นการวางกรอบเบื้องต้นว่าจะมีอะไรเป็นหลักประกันว่า หากยุบสภาแล้วจะไม่มีการเรียกร้องอื่นตามมา เพราะมีแกนนำบางคนประกาศว่าการยุบสภาเป็นเพียงหลักกิโลเมตรแรกเท่านั้น” นายกฯ กล่าว

นายกฯ ระบุด้วยว่า ผลที่ได้จากการเจรจารัฐบาลก็ต้องไปสอบถามความคิดเห็นจากพรรคร่วมรัฐบาล โดยกลุ่มคนเสื้อแดงสามารถชุมนุมได้ตามปกติ แต่ต้องเป็นไปตามกรอบของกฎหมาย คือ ไม่มีการปิดล้อมสถานที่ต่างๆ หรือคุกคามให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว

เมื่อถามถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ นำประเด็นความเหลื่อมล้ำระหว่างระบบอำมาตย์กับไพร่มาขยายผล นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่อันตราย เพราะเป็นการนำความไม่เท่าเทียมกันในอดีตมาขยายผล ทั้งที่ปัจจุบันเรื่องดังกล่าวไม่มีแล้วในสังคมไทย พร้อมย้อนถามอดีตนายกรัฐมนตรีว่า เหตุใดสมัยดำรงตำแหน่ง ประชาชนจึงมีหนี้สินเพิ่มขึ้นเท่าตัว ขณะที่ พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมีทรัพย์สินมากขึ้นอย่างมากเช่นกัน แล้วทำไมจึงมายุยงให้คนไทยเกลียดกันเอง

“หาก พ.ต.ท.ทักษิณ เห็นว่าความจนและรวยเป็นเรื่องความแตกต่างระหว่างชนชั้น ก็อยากให้คิดว่าที่ที่กลุ่มผู้ชุมนุมนอนเป็นอย่างไร และที่ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ นอนในปัจจุบันเป็นอย่างไร ฉะนั้น การที่ พ.ต.ท.ทักษิณ รวยก็ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้คนเกลียด หากเป็นความร่ำรวยด้วยความชอบธรรม” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ