
ธุรกิจยับ ยอดทองวูบ 10% คอมมาร์ต รักษาความปลอดภัยเข้ม
นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมผู้ค้าทองคำ บอกว่า ยอดขายทองคำของร้านทองในย่านเยาวราชลดลงไม่น้อยกว่า 10% ซึ่งเป็นผลจากการเคลื่อนขบวนของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ในวันที่ 20 มี.ค. ที่ผ่านมา แม้ว่าราคาทองคำจะปรับตัวลดลง โดยราคาขายทองคำแท่งอยู่ที่บาทละ 17,050 บาท ราคารับซื้ออยู่ที่บาทละ 16,950 บาท
“
ยอมรับว่ายอดขายลดลงเพราะเปิดขายได้แค่ครึ่งวัน ซึ่งปกติราคาทองลดลงแบบนี้คนจะมาซื้อกันแน่น แต่ช่วงนี้ลูกค้ากลับน้อย แต่เชื่อว่าบรรยากาศการซื้อขายทองในย่านเยาวราชจะกลับมาคึกคักอีกครั้งในวันจันทร์นี้”ขณะที่ นายเอ (นามสมติ) เจ้าของร้านขายอาหารสำเร็จรูป ย่านถนนเยาวราช บอกว่า ตั้งแต่มีม็อบจำนวนลูกค้าลดลงอย่างเห็นได้ชัด และอยากให้การชุมนุมจบโดยเร็ว และไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์รุนแรง เพราะคนที่เดือดร้อนคือคนกรุงเทพฯ ทั้งหมด
นอกจากนี้ ยังไม่เชื่อว่าประชาชนที่โบกมือทักทายคนเสื้อแดงที่อยู่บนท้องถนนจะสนับสนุนการชุมนุมอย่างจริงจัง แต่น่าจะเป็นการทำด้วยความคึกคะนอง
ทราบข่าวการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงผ่านสื่อแล้วว่า ขบวนผู้ชุมนุม จะเคลื่อนผ่านมายังถนนเยาวราช โดยจะมาถึงบริเวณดังกล่าวประมาณ 15.00น. อย่างไรก็ตาม ทางร้าน จะเปิดขายตามปกติ โดยให้เหตุผลว่า เท่าที่ติดตามข่าว ขบวนผู้ชุมนุมเพียงแต่ต้องการชี้แจงและของความเห็นใจจากประชาชนในกรุงเทพฯ เท่านั้น จึงไม่รู้สึกกังวลว่าจะเกิดเหตุใดๆ
อย่างไรก็ตาม นายเอ ยอมรับว่า สมาชิกในครอบครัวส่วนใหญ่ เคยเข้าร่วมชุมนุมทางการเมืองกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แต่โดยความคิดเห็นส่วนตัว ในการชุมนุมทางการเมืองครั้งนี้ จะไม่ออกไปแสดงความมีส่วนร่วมใดๆ ต่อการชุมนุมทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นการเห็นด้วย หรือต่อต้าน แม้จะไม่เห็นด้วยกับข้อเรียกร้องในการชุมนุม หรือแม้กระทั่งได้รับผลกระทบโดยตรงจากการชุมนุม โดยพบว่าการชุมนุมตลอด 1 อาทิตย์ที่ผ่านมา กระทบต่อธุรกิจที่ทำอยู่โดยตรง ซึ่งนับตั้งแต่วันที่เริ่มมีการชุมนุม มีจำนวนลูกค้าลดลงจนสังเกตได้ชัด
“
อยากให้การชุมนุมจบโดยเร็ว และไม่มีความรุนแรง เพราะคนที่เดือดร้อน คือคนที่ทำธุรกิจร้านค้าทุกแห่งในกรุงเทพฯ การเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงในวันนี้ แม้จะดูเผินๆ เหมือน ชาวกรุงเทพฯ บางส่วนให้การสนับสนุน แต่โดยส่วนตัวแล้วไม่เชื่อว่าชาวกรุงเทพจริงๆจะคิดเช่นนั้น การโบกมือทักทายกับคนเสื้อแดงที่อยู่บนท้องถนน บางคนก็ทำด้วยความคึกคะนอง มากกว่าที่จะร่วมสนับสนุนการเคลื่อนไหวจริงๆ”นางไพริน เจ้าของร้าน นิตยาวานิช กิจการขายส่งของที่ระลึกและของชำร่วย ย่านถนนเยาวราช บอกว่า ช่วงนี้ลูกค้าเข้าร้านน้อยมาก ผิดกับช่วงก่อนชุมนุมที่มีลูกค้าเข้าร้านทุกวัน
“
เมื่อมีข่าวว่าจะมีการชุมนุม ก็ไม่มีคนมาเดินซื้อของเลย จึงอยากจะบอกกับรัฐบาลและผู้ที่กำลังชุมนุมกันอยู่เวลานี้ว่า อยากให้หาทางลงให้ได้เร็วๆ เพราะคนที่เดือดร้อนคือคนที่ต้องทำมาหากิน” นายซุป นักศึกษาปี 4 มหาวิทยาลัย เทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กล่าวว่า เมื่อวานนี้วางแผนนั่งรถไฟจากลาดกระบังมาต่อรถไฟใต้ดิน เพื่อซื้ออุปกรณ์ศิลปะที่สำเพ็ง เพราะกำลังทำวิทยานิพนธ์ เรื่องวิกฤตแห่งความแตกแยก โดยย้อนศึกษาประวัติศาสตร์การเมืองไทย สมัยตั้งแต่ 14 ตุลาคม 2516 พบว่าทั้งหมดเกิดจากความโลภไม่รู้จักพอของคนสองกลุ่ม แต่ในยุคเก่าๆพลังนักศึกษายังเป็นพลังที่บริสิทธิ์กว่า"แต่ครั้งนี้ทำไปเพื่อผลประโยชน์ชัดๆไม่ใช่ประชาธิปไตยจริงๆ บรรยากาศรู้สึกเหมือนคนออกมาเล่นสงกรานต์ จริงๆผมก็อยากตะโกนด่าแต่ไม่กล้า ต้องเงียบเข้าไว้ก่อน"นายซุปก่อน
พรข
ขณข
นายปฐม อินทโรดม ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เออาร์ไอพี ผู้จัดงานคอมมาร์ต ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ บอกว่า ในช่วงเช้าวันที่ 20 มี.ค. นั้น คนเข้าชมงานคอมมาร์ตค่อนข้างบางตา แต่ช่วงเย็นจำนวนคนเข้าชมงานก็มากเป็นปกติ ทำให้คอมมาร์ตตัดสินใจเลื่อนเวลาปิดเป็น 22.00 น. รวมถึงในวันอาทิตย์ด้วย โดยเชื่อว่าตลอดระยะเวลาจัดงานจะมีคนเข้าชมงานประมาณ 89 แสนคน มีเงินสะพัด 3,000 ล้านบาท พันล้านบาทให้เห็นแน่นอน เพราะผู้จำหน่ายแบรนด์หลักต่างขนโปรโมชั่นคอมพิวเตอร์มาแข่งขันอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะโน้ตบุ๊คที่ใช้ชิพประมวลผล คอร์ ไอ3 ที่มีราคา 17,000 บาท หรือคอร์ทูดูโอ ที่ราคาลงไปเหลือ 15,000
– 16,000 บาท ยอดขายของรายหลักจึงไม่น่ามีปัญหาแต่ในวันสุดท้ายต้องตรวจสอบยอดขายของแบรนด์เล็กๆ อีกครั้ง
ทั้งนี้ ผลกระทบจากการประกาศกระจายตัวรอบเมืองของกลุ่มผู้ชุมนุมทางการเมือง มีผลให้ช่วงเช้าวันเสาร์คนบางตา เพราะอาจจะไม่มั่นใจว่าจะเหตุการณ์เกิดขึ้นหรือไม่ แต่สุดท้ายช่วงบ่ายถึงเย็นคนก็กลับมามากเป็นปกติ ทำให้คอมมาร์ตมีการปรับเวลาปิดเป็น 4 ทุ่ม ซึ่งในวันอาทิตย์อาจจะปรับเช่นเดียวกัน
“
นอกจากผู้มาซื้อสินค้าไอทีทั่วไปแล้ว กลุ่มคนเสื้อแดงก็แวะเวียนเข้ามาชมและซื้อสินค้าในงานคอมมาร์ตเช่นเดียวกัน ซึ่งทางงานยินดีต้อนรับและอำนวยความสะดวกเต็มที่เช่นเดียวกับคนอื่นๆ เพราะถือว่าเป็นลูกค้าเหมือนกัน”นายบุญชัย เงาวิศิษฏ์กุล ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ กล่าวว่า งานคอมมาร์ตครั้งนี้คนน้อยกว่าที่ผ่านมา แต่คนที่มางานก็มาเพื่อซื้อสินค้าจริงๆ ยอดขายจึงยังดีอยู่ นายสนธิ ญา หนูจีนเส้ง ผู้จัดการฝ่ายขาย บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ยอดขายในงานคอมมาร์ตอาจจะลดลงบ้าง เป็นผลกระทบจากการเมือง แต่เชื่อว่าไม่ได้ลดลงมากมายจนต้องกังวล เพราะสินค้าไอทีมีการเปิตดัวผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีใหม่ และกลายเป็นสิ่งจำเป็นในบ้าน ดังนั้นไม่ว่าจะมีสถานการณ์อะไร แต่คนก็จำเป็นต้องซื้ออยู่ดี
วันเสาร์ที่ 20 มี.ค.53 เวลา 13.00 น. ติดตามการเคลื่อนไหวแนวร่วมกลุ่มคนเสื้อแดงต่อเนื่อง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าชาวตลาดคลองเตย รวมตัวกันราว 50 คน ขนน้ำดื่มแก้วพลาสติกใส่รถกระบะ เตรียมรับขบวนเสื้อแดงที่จะผ่านบริเวณสี่แยกคลองเตย ประมาณ 13.00 น.เป็นต้นไป และในเวลา 13.59 น. ขบวนเสื้อแดงนำขบวนโดยรถมอเตอร์ไซค์ ตามมาติดๆ ด้วยรถแท๊กซี่ รถเก๋ง รถกระบะ รถบรรทุก และรถตุ๊กตุ๊ก ก็เคลื่อนขบวนมาถึงพร้อมเสียงบีบแตรรถและปรบมือโห่ร้อง
“ยุบสภา อภิสิทธิ์ออกไป” และโบกธงชาติมาถึงถนนพระราม 4 ซึ่งมีพ่อค้าแม่ค้าและกลุ่มแนวร่วมเสื้อแดงมารอรับหลายร้อยคนอย่างคึกคักนายชาญวิทย์ เสาวนะ อายุ 56 ปี พนักงานศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ฝ่ายดูแลสถานที่ บอกว่า โดยหน้าที่ต้องมาร่วมสังเกตสถานการณ์เสื้อแดงชุมนุมครั้งนี้ด้วย บริเวณสะพานลอยสี่แยกตลาดคลองเตย เพราะตอนนี้ศูนย์การประชุมฯ กำลังมีงานคอมมาร์ตซึ่งมีคนมาเที่ยวชมงานจำนวนมาก
“
งานคอมมาร์ตคนเยอะทุกปี แล้วปีนี้คนก็ยังมาเที่ยวงานกันมาก รถไฟฟ้าใต้ดินคนเบียดเสียดกันแน่นทุกเที่ยว ส่วนการจราจรบริเวณสี่แยกตลาดคลองเตยก็เคลื่อนตัวดี ไม่มีปัญหา เพราะตำรวจจราจรท้องที่ประสานงานกับรถไฟฟ้าใต้ดิน มีการตรวจเข้มมากครับ คือถ้าคุณซื้อของจะไม่มีการซีลปิดกล่องให้ทันที ต้องตรวจก่อนออก ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ซีลฝาปิดให้โดยตรวจเอกซเรย์อีกถึง 2 ครั้ง”พล.ต.ชาติชาย ประดิษพงษ์ ผู้อำนวยการงานส่งเสริมและเผยแพร่กิจกรรม บริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ (บีเอ็มซีแอล) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าใต้ดิน กล่าวว่า จากการสำรวจตัวเลขผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดินปรากฏว่า มีผู้ใช้บริการประมาณ 1.3 แสนคน ซึ่งถือว่าเป็นไปตามปกติ เนื่องจากประชาชนหลีกเลี่ยงเดินทางออกนอกบ้านในช่วงมีการชุมนุม
อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผู้ชุมนุมเดินทางผ่านสถานีในจุดใด ทางบริษัทได้ขอให้ปิดประตูฝั่งที่มีผู้ชุมนุมเดินทางเพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้โดยสาร และเพื่อความปลอดภัย
ด้านนายอาณัติ อาภาภิรมย์ ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริษัท ระบบขนส่งมวลกรุงเทพ ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินตัวเลขผู้ใช้บริการได้ คงต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง







