
นพดลโวยบทสรุปคอป.โยนบาปทักษิณ
"นพดล"ค้านรายงานสรุปของคอป.โอดทักษิณตากเป็นเหยื่อชี้บิดาแห่งความขัดแย้งทางการเมืองคือรัฐประหาร
"นพดล"ค้านรายงานสรุปของคอป.โอดทักษิณตากเป็นเหยื่อชี้บิดาแห่งความขัดแย้งทางการเมืองคือรัฐประหาร
นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่คอป.ได้สรุปรายงานฉบับสมบูรณ์เมื่อวันที่17ก.ย.ว่า เนื้อหารายงานไม่อยู่เหนือความคาดหมาย และทำให้เข้าใจว่าทำไมรัฐบาลทหาร,คมช.ที่มีพล.อ.สุรยุทธ์ จุลลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จึงตั้งบุคคลคนเดียวกันเป็นประธานทั้งคตน.และคอป. ตนเห็นว่า ในรายงานหลายตอนคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง และเป็นข้อสรุปที่เกิดจากความเชื่อมากกว่าจากความจริง เช่นตอนที่นายคณิต ณ นคร ประธานคอป.พูดถึงการศึกษาของคตน. สมัยคมช.ที่ระบุว่า การดำเนินนโยบายปราบปรามยาเสพติดสมัยรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณมีการสังหารคนตายไปกว่าพันคนและถือว่าเป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ซึ่งเป็นความเท็จเพราะจากการศึกษาของป.ป.ส.นั้นมีคดีวิสามัญฆาตกรรมผู้ค้ายาเสพติดเพียง 46 คดี และมีคนตาย 57 คน
ส่วนคดีที่อ้างว่ามีคนตายสองพันกว่าคนนั้นเป็นการรวมเอาการตายจากทุกสาเหตุ เช่น ชู้สาว ขัดผลประโยชน์ ปล้นทรัพย์ ทะเลาวิวาทมารวมกันเพื่อบิดเบือนว่าการปราบปรามยาเสพติดสมัยรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ มีการฆ่าตัดตอนเป็นจำนวนมาก ซึ่งไม่เป็นความจริง และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ พ.ต.ท.ทักษิณหรือรัฐบาลในขณะนั้นไม่ได้สั่งการหรือมีนโยบายให้เจ้าหน้าที่หรือบุคคลใดไปฆ่าผู้ค้ายาเสพติดแต่อย่างใดทั้งสิ้น
นายนพดลกล่าวว่า รู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมากที่ในรายงานของ คอป. ซึ่งไม่ได้มีภารกิจให้ไปสอบสวนเรื่องนโยบายปราบปรามยาเสพติดก็ยังพยายามเลื้อยไปพูดถึงเรื่องนอกประเด็นเพื่อขอให้มีคำว่า อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ซึ่งสอดรับกับความพยายามของพรรคประชาธิปัตย์ที่จะหาเรื่องพ.ต.ท.ทักษิณไปยื่นต่อศาลอาญาระหว่างประเทศกรณีนโยบายปราบปรามยาเสพติด ซึ่งเป็นการสอดรับที่เหมาะเจาะจนยากที่จะเข้าใจเป็นอย่างอื่น แต่ขอบอกว่า พ.ต.ท. ทักษิณ ไม่รู้สึกหวั่นไหวแม้แต่น้อย
นายนพดลกล่าวว่า ส่วนกรณีที่นายคณิต ะบุว่า ขอให้ พ.ต.ท.ทักษิณเสียสละอยู่ต่างประเทศต่อไปและอาจได้เป็นรัฐบุรุษ ตนเห็นว่าคนส่วนใหญ่ของประเทศเห็นว่าบิดาแห่งความขัดแย้งทางการเมืองคือ การรัฐประหารเหยียบย่ำประชาชนโดยคนหยิบมือเดียว พ.ต.ท.ทักษิณเป็นเหยื่อของการรัฐประหารและการทำลายหลักนิติธรรม แต่ก็พร้อมที่จะร่วมหาทางออกเพื่อให้เกิดความปรองดองในชาติ ตนคิดว่าการเป็นรัฐบุรุษหรือรัฐสตรีคงเป็นเพราะความดี มากกว่าจะเป็นเพราะอยู่ต่างประเทศนาน และ พ.ต.ท. ทักษิณไม่ได้หวังยศหรือสรรเสริญ แต่หวังให้ประชาชนอยู่ดีกินดีมีประชาธิปไตยและความยุติธรรมในประเทศก็พอแล้ว







