
ถ่ายเลือด คุมทัพภูมิใจไทย
พรรคภูมิใจไทยได้ฤกษ์ถ่ายเลือด หลังจาก “ปู่จิ้น” ชวรัตน์ ชาญวีรกูล ยื่นใบลาออกขอลงจากเก้าอี้หัวหน้าพรรค เปิดทางให้ อนุทิน ชาญวีรกูล
โดย...ชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม ชัยรัตน์ พัชรไตรรัตน์
พรรคภูมิใจไทยได้ฤกษ์ถ่ายเลือด หลังจาก “ปู่จิ้น” ชวรัตน์ ชาญวีรกูล ยื่นใบลาออกขอลงจากเก้าอี้หัวหน้าพรรค เปิดทางให้ อนุทิน ชาญวีรกูล ทายาท สืบทอดตำแหน่งแทน โดยกำหนดนัดประชุมใหญ่สมาชิกพรรค คัดเลือกตำแหน่งต่างๆ ในเดือน ต.ค.นี้
ภูมิใจไทยแม้อายุยังน้อยเพียง 4 ขวบ และเป็นพรรคขนาดกลาง แต่ก็ประสบความสำเร็จ เมื่อครั้งเป็นตัวช่วยให้ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี จนพรรค 20 กว่าที่นั่ง ได้เก้าอี้รัฐมนตรีเกรดเอตอบแทนเป็นกอบเป็นกำ วันนี้ถึงจะกลับมาเป็นฝ่ายค้าน แต่ 34 เสียงก็ยังเป็น “ตัวแปร” การเมืองที่ต้องจับตามองในวันที่สัญญาณคืนดีกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เริ่มเป็นบวก
นัดคุยกับ “เสี่ยหนู” อนุทิน นายทุนใหญ่ภูมิใจไทย ที่อาคารชิโน-ไทย ทาวเวอร์ หลายสัปดาห์ก่อนเจ้าตัวเปิดใจว่า ลึกๆ แล้วทุกคนในพรรคอยากให้เนวิน ชิดชอบ กลับมานำพรรคภูมิใจไทยต่อ แต่เมื่อ เนวินไม่รับตำแหน่งหัวหน้าพรรค เพราะไปลุยด้านบอล เก้าอี้ตัวนี้ก็คงตกมาที่ตัวเขา เพราะดูแลสส.กลุ่มใหญ่ในพรรคอยู่ถึง 27 คน ส่วนกลุ่มสมศักดิ์ เทพสุทิน มี 7 คน
“พรรคเรามันก็มีอยู่แค่นี้ มี คุณเนวิน มีผม คุณสมศักดิ์ คุณสรอรรถ (กลิ่นประทุม) แต่ระบบการเมืองมันต้องดูที่ว่า แต่ละกลุ่มมีเสียงกันอยู่เท่าไร ก็ไม่รู้ว่ากลุ่มท่านสมศักดิ์จะเสนอท่านสมศักดิ์ หรือใครเข้ามาหรือไม่ ก็ต้องดูตรงนั้น เราไม่อยากให้มีความขัดแย้งกัน แต่ถ้ามันจำเป็นต้องมี ก็ต้องแข่งกัน ถ้ามองในแง่ดี คือ ระบอบประชาธิปไตยมีตัวให้เลือก เสียงข้างมากเลือกฝ่ายไหน ฝ่ายนั้นก็ชนะ”
ภูมิใจไทยยุคหัวหน้าอนุทิน น่าจะมีสายสัมพันธ์ดีเยี่ยมกับ ‘นายเก่า” พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะเคยร่วมรัฐบาลไทยรักไทย จึงถูกจับตาว่า ภูมิใจไทยที่ไร้เงาเนวินยุคนี้ มีอนาคตสดใสกับรัฐบาลยิ่งลักษณ์ กระทั่งข่าวว่าพรรคเพื่อไทยส่งสัญญาณเทียบเชิญให้ภูมิใจไทยเป็นอะไหล่ในอนาคต อนุทิน ยืนยันหนักแน่นว่า ไม่มีทางเป็นไปได้ วันนี้ภูมิใจไทยกับเพื่อไทยยืนกันคนละฝั่ง ทุกอย่างต้องรอเลือกตั้งใหม่เท่านั้น
“ถ้าคิดว่าภูมิใจไทยจะเข้าร่วมรัฐบาลชุดนี้ สำหรับผมคิดว่าเป็นความฝันลมๆ แล้งๆ เพราะมันเป็นขั้วที่อยู่ตรงข้าม ห้ำหั่น ต่อสู้กันมา คนที่จะเอาเราไป ก็ลำบากใจ ถามว่า ถ้าเราจะเข้าไป จะไปอยู่ส่วนไหน แล้วเขา (พรรคเพื่อไทย) ต้องการเราหรือไม่ เขาเกินครึ่งมีพรรคร่วมรัฐบาลอยู่”
“เราต้องรู้ข้อจำกัด อย่าไปขอ หรือดีลอะไรในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ก็ต้องยอมรับ เพราะทุกอย่างมันต้องโน่น กดรีเซตเลือกตั้งใหม่ พอมันผ่านไปสักสมัยหนึ่ง มีการเลือกตั้งใหม่ มีการเปลี่ยนคน เปลี่ยนอะไรใหม่ ทุกอย่างก็กลับมาเป็นการเมืองปกติจับกลุ่มรวมขั้วเป็นฝ่ายค้าน เป็นรัฐบาล จำนวนเสียงและเงื่อนไขต่างๆ ที่มาจากการเจรจากัน
อนุทิน บอกว่า ภูมิใจไทยไม่เดือดร้อนอะไรเมื่อเล่นการเมืองก็เป็นได้สองอย่าง ไม่เป็นรัฐบาลก็เป็นฝ่ายค้าน
“แหม...เราเพิ่งเป็นฝ่ายค้านปีเดียวมาบ่นแล้ว ทีตอนเป็นรัฐบาล 2 ปี 8 เดือน ไม่เห็นบ่น ตอนนั้นเรามี สส. 20 กว่าคน ได้เป็น รมว.มหาดไทย รมว.คมนาคม วันนี้งอกมาเป็น 30 กว่าคน เสร็จแล้วบอกเป็นฝ่ายค้าน งั้นกูไม่เอาแล้ว เลิกทำพรรคดีกว่ามันไม่เร็วไปหน่อยหรือ ไม่ใช่ลูกผู้ชาย ให้ผมลองก่อน ถ้าถึงวันเลือกตั้งเกิดผมเหลือ สส.แต่บุรีรัมย์ ไม่ต้องมีใครมาบอกผมว่าควรทำยังไง ผมลาออกเอง”
อีกเรื่องที่ “เสี่ยหนู” ยืนยันว่า ภูมิใจไทยไม่เข้าร่วมรัฐบาลแน่ คือ สไตล์ของแกนนำพรรคแต่ละคน ไม่ใช่พวกขอเข้าร่วมรัฐบาล
“แกนนำพรรคเดิมอย่างคุณเนวิน หรือคุณพ่อผม จะให้ไปบอกว่าช่วยเอาผมเข้าไป มันไม่มีอะไรที่เขาต้องการเรานะ ต้องรู้ว่าสถานการณ์ตอนนี้เป็นอย่างไร เรารู้สถานะของเรา การเมืองของเราเดินมาเป็นแบบนี้ พรรคการเมืองก็เหมือนองค์กรหนึ่ง มันก็ต้องมีช่วงเฟื่องฟู ช่วงคงที่ และผมไม่เคยคิดว่าพรรคผมตกอับอะไร”
แต่เงื่อนไขที่ “เสี่ยหนู” พูดยกเว้นกลุ่มสมศักดิ์7 เสียงในพรรค ที่อาจเป็นงูเห่าไปร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย อนุทิน ไม่ปฏิเสธข่าวกลุ่มสมศักดิ์ไปร่วมรัฐบาล และพร้อมสนับสนุนเต็มที่
“คนเรามันมีชนะมีแพ้ การเมืองฝ่ายรัฐบาล คือ ฝ่ายชนะ ฝ่ายค้าน คือ ฝ่ายแพ้ ถ้าคุณสมศักดิ์ไปเข้าร่วมรัฐบาลได้ ผมเชื่อว่าเขามีมากกว่า 7 คน เพราะสุดท้ายจะดูดไปได้อีก ซึ่งเป็นหลักธรรมชาติทางการเมืองอีกด้านหนึ่งถ้าผมดันเข้าร่วมรัฐบาลได้ ผมอาจจะมี 35 คน หรือ 40 คนด้วยก็ได้ฝ่ายค้านอื่นก็อาจมาร่วมด้วยก็ได้ มันเป็นเรื่องธรรมดา
“ถ้าพรรคพวกไปแล้วได้ดี เราก็สนับสนุน นี่คือ อนุทิน นะ ท่านสมศักดิ์ไม่ใช่ศัตรู เป็นคนอยู่บ้านเดียวกัน ถ้าไปเท่ากับผมมีพรรคพวกเพิ่มขึ้นในรัฐบาล และผมกับท่านสมศักดิ์และสมาชิกอีก 7 ท่าน ไม่มีปัญหาอะไร เจอท่านพรทิวา นาคาศัย ก็กอดกันจนคนต้องมาแงะ ฉะนั้นไม่มีปัญหา อะไรที่มันชัดเจนก็ดี ไม่ต้องมานั่งถาม พี่จะไปไหม แล้วผมก็มีสิทธิเลือก วันนี้ก็ไม่ต้องมาสลับฟันปลากันแล้วนะ นับหนึ่ง หยิบหนึ่ง หยิบสอง หยิบสาม หยิบสี่...ไม่มี จะได้เป็นทีของเราเต็มที่ 100% ในดีมีเสีย ในเสียมีดี ไม่มีปัญหา”
จุดยืนของพรรคภูมิใจไทย อนุทินตอบหนักแน่น เป็นฝ่ายค้าน แต่ไม่ใช่ต้องค้านทุกเรื่อง
“ฝั่งกลุ่มพวกผม คือ 27 คน ในจำนวนนี้7 คน เป็นฝั่งบุรีรัมย์ พร้อมสนับสนุนรัฐบาลถ้าเขาทำดี ถ้ารัฐบาลทำเป็นประโยชน์ ก็ไม่ควรค้านแต่ถ้าทำไม่ดี มีทุจริตก็ต้องตรวจสอบโดยเฉพาะในการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะมีขึ้น พรรคภูมิใจไทย ต้องร่วมอภิปราย ถ้ารัฐมนตรีคนใดชี้แจงได้ชัดเจน เราก็งดออกเสียง
“ผมชัดนะ เราสนับสนุนรัฐบาลหรือไม่ทุกอย่างต้องดูเป็นเคสๆ ไม่ใช่ทุกเรื่อง และไม่ต้องไปนั่งฝัน หรือวิเคราะห์ มาแบะท่า อ้าขาอีก อันไหนถูกก็พร้อมสนับสนุน ไม่ใช่ศัตรูใคร”
การเมืองในอนาคตตามทัศนะของว่าที่หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยผู้นี้ มองว่า ยังต่อสู้กันด้วย 2 พรรคใหญ่ ส่วนรัฐบาลยิ่งลักษณ์ น่าจะอยู่ครบวาระ แม้หากเกิดความขัดแย้งภายในพรรคร่วมรัฐบาล กระทั่งพรรคร่วมรัฐบาลถอนตัวออกหมด รัฐบาลก็อยู่ได้ ฉะนั้นเรื่องนี้ไม่ต้องไปเก็งว่า รัฐบาลจะมีอันเป็นไปก่อนวาระอันควร มันเป็นไปไม่ได้
“ไม่มีหรอกครับ ทุกอย่างพอเขา (พรรคเพื่อไทย) ได้เกินกึ่งหนึ่ง และยังบวกพรรคร่วมเข้าไปอีกมันก็ยิ่งแข็ง ต่อให้พรรคร่วมรัฐบาลไม่พอใจถอนตัวจากพรรคเพื่อไทยกันหมด รัฐบาลเพื่อไทยก็อยู่ได้ เผลอๆ ยิ่งดีใหญ่ จะได้มีตำแหน่งมาก เกลี่ยกันได้
“หรือต่อให้เรามี 50 เสียงก็ไม่ได้ร่วม พรรคเพื่อไทยเขาจะไปตอบประชาชนที่สนับสนุนตอนหาเสียงอย่างไร ทั้งของเราและของเขาด้วย แต่เขาอาจจะต้องมากกว่าเราอีก สรุปถ้าเอาภูมิใจไทยเข้าร่วมรัฐบาลตอนนี้ ขณะที่เพื่อไทยมีเสียงเกินครึ่ง จะกลายเป็นเต่ามีเขา มันไม่ใช่
...พรรคเพื่อไทยแข็งแกร่งมาก เราต้องไม่ไปคาดหวังอะไรอย่างนั้น ถ้าเขาทำไม่ดี ประชาชนที่จะมาเลือกตั้งครั้งต่อไป ก็จะไม่เลือกกลับมามากเท่านี้ ดังนั้น ผมคิดว่าอยู่ครบจนนายกฯ ยุบสภา ฉะนั้น ที่บอกว่า เขาต้องการเรา หรือว่าเราจะไปยื่นข้อเสนออะไรเพื่อให้เขารับเรา มันทำไม่ได้”
สองปมร้อน ร่าง พ.ร.บ.ปรองดองฯ และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่พรรคเพื่อไทยจะผลักดันให้สำเร็จ ด้านหนึ่งเพื่อล้างทุกคดีหลังการรัฐประหาร จนปลุกชนวนความขัดแย้งขึ้น อนุทิน บอกถึงท่าทีพรรคภูมิใจไทยว่า สนับสนุนการปรองดองทุกวิธี เพราะไม่อยากเห็นความขัดแย้งที่ซัดกันมา 6 ปีแล้ว จนประเทศไทยเสียหายหนักไม่เคยแตกแยกขนาดนี้มาก่อน
ปรองดองในความหมายอนุทิน ขยายความว่า เหมือนคอมพิวเตอร์แฮง ก็ต้องกดรีเซตให้ทุกอย่างกลับมาสู่สภาพเดิมๆ ใครผิด หรือขัดแย้งในเรื่องของอุดมการณ์ การชุมนุมที่ผิดกฎหมาย คดีหมิ่นประมาท ก็ควรยกกันไปทุกฝ่าย
อีกเรื่องคือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ อนุทินวิเคราะห์ว่า ความจริงรัฐบาลมีเสียงพอที่จะผ่านการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้อย่างง่ายดาย ไม่ต้องมาขอเสียงภูมิใจไทยอีก แต่จะผ่านกระแสต่อต้านหรือไม่ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ฉะนั้น ในสภาพปัจจุบันพรรคเพื่อไทยไม่ได้ต้องการอะไรจากภูมิใจไทย
อนาคตพรรคภูมิใจไทยในยุคของอนุทินจะเห็นความแตกต่างอะไร จะถึงขั้นมี “คนนอก” ชูเป็นนายกรัฐมนตรีไหม วิศวกรการเมืองผู้นี้ตอบชัดๆ
“เอาของจริงดีกว่า กินน้ำพริก ยังไงก็อร่อยกว่ากินสเต๊ก เราต้องทำมันให้ดีก่อน แล้วค่อยไปต่อยอดให้คนนอกเข้ามาเสริม ไม่ใช่คนนอกเข้ามาสร้าง คนนอกไม่มีปัญญาเข้ามาสร้างหรอก เพราะไม่มีใครรู้ดีไปกว่าบ้านเราเอง”







