
ไฟไหม้โรงงานกลั่นน้ำมันปากน้ำวอดกว่า 10 ล้าน
ไฟไหม้โรงงานกลั่นน้ำมันเชื้อเพลิงจากเศษพลาสติกวอดกว่า 10 ล้าน
ไฟไหม้โรงงานกลั่นน้ำมันเชื้อเพลิงจากเศษพลาสติกวอดกว่า 10 ล้าน
พ.ต.ท.ชัยเชนทร์ แววรั้งรัตนกุล สารวัตรเวร สภ.บางปู สมุทรปราการ ได้รับแจ้งเกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในโรงงานรีไซเคิลพลาสติกเป็นน้ำมัน ชื่อบริษัท ภูมิทรัพย์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 545 / 2 หมู่ 2 ซอยรุ่งโรจน์ ถนนพุทธรักษา ต.แพรกษาใหม่ อ.เมือง สมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยรถดับเพลิง อบต.แพรกษาใหม่ และเทศบาลใกล้เคียงกว่า 10 คันเดินทางตรวจสอบที่เกิดเหตุ
โดยที่เกิดเหตุที่โรงงานดังกล่าวเป็นโรงงานผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงจากเศษพลาสติกขนาดใหญ่ชั้นเดียวตั้งอยู่บนเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ ได้พบเพลิงกำลังลุกไหม้อยู่ที่บริเวณเครื่องจักรหม้อต้มพลาสติกและเครื่องจักรกลั่นแยกน้ำมันเชื้อเพลิงและแก๊ส LPG ซึ่งตั้งอยู่ภายในโรงงานด้านหลัง โดยเพลิงได้ลุกโหมอย่างรุนแรง เนื่องจากภายในเตาหลอมมีการกลั่นน้ำมันเชื้อเพลิงและแก็ส ที่เป็นเชื้อเพลิงอย่างดีเพลิงได้ลุกโหมขึ้นติดตัวอาคารและลุกลามมาลุกไหม้รถโฟล์คลิฟท์ และถังบรรจุแก็สทำให้เกิดการระเบิดขึ้นเป็นระยะๆ
นอกจากนี้เพลิงยังได้ลุกลามลงมาติดเศษพลาสติกที่เตรียมจะนำเข้าเตาหลอมเพื่อกลั่นเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงจำนวนมากที่วางเรียงรายอยู่กับพื้นโรงงาน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ช่วยกันระดมฉีดน้ำสกัดเพลิงอยู่นานกว่า 1 ชั่วโมงเพลิงจึงสงบ จากการตรวจสอบพบว่าเพลิงได้ลุกไหม้เครื่องจักรที่เป็นเตาหลอมพลาสติก เครื่องจักรแยกน้ำมันเชื้อเพลิงจากพลาสติก และเครื่องแยกแก็ส LPG เสียหายทั้งหมด รวมทั้งรถโฟล์คลิฟท์ และตัวอาคารที่ได้รับความเสียหาย กว่าครึ่งโรงงาน ค่าเสียหายเบื้องต้นคาดว่าไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท
นายนภดล หัสถิน อายุ 28 ปี หัวหน้าคนงานซึ่งอยู่ในขณะเกิดเหตุ ได้ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนและคนงานอีก 2 คนได้ช่วยกันลำเลียงเศษพลาสติกเอาไปใส่เตาหลอมหรือหม้อต้ม เพื่อหลอมเศษพลาสติกให้เป็นของเหลวก่อนเข้าขบวนการกลั่นให้เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงและแก็ส LPG หลังจากที่ตนและคนงานนำเศษพลาสติกใส่เครื่องจนเต็มและปิดฝา ในขณะที่คนงานทั้งหมดกำลังหันหลังเดินออกจากเตาหลอม อยู่ ๆ ได้เกิดระเบิดขึ้นเปลวไฟลุกท่วมหลังคาเศษพลาสติกที่ถูกหลอมจนเป็นของเหลวได้ไหลทะลักออกมาจำนวนทำให้เพลิงลุกโหมอย่างรุนแรงก่อนลุกลามไปติดเครื่องจักรตัวอื่นๆ และรถโฟล์คลิฟท์
"ตนและคนงานได้พยายามช่วยกันเอาถังเคมีมาฉีดเพื่อสกัดเพลิงแต่ไม่สามารถสกัดเพลิงเอาไว้ได้เพลิงได้ลุกลามลงมาติดเศษพลาสติกที่วางเรียงลายอยู่ที่พื้นโรงงานจึงกลายเป็นเชื้อเพลิงอย่างดีทำให้เพลิลุกลามอย่างรวดเร็ว ตนและคนงานต่างพากันวิ่งหนีตายกันอลหม่านออกมานอกโรงงานก่อนแจ้งขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่" นายนภดล กล่าว
ทั้งนี้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้น่าจะเกิดจากเครื่องจักรเตาหลอมทำงานหนักจึงทนแรงดันและความร้อนในอุณหภูมิสูง ๆ ไม่ไหวจึงเกิดระเบิดขึ้นก่อนที่เปลวเพลิงจะลุกลามไปลุกไหม้เครื่องจักรตัวอื่น ๆ ร่วมทั้งรถโฟล์คลิฟท์และอาคารโรงงานได้รับความเสียหาย อย่างไรก็ตามจะได้ประสานเจ้าหน้าที่วิทยาการเข้าตรวจสอบหาสาเหตุอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป







