
ศาลอุทธรณ์รับฟ้องตู่หมิ่นรสนา
ศาลอุทธรณ์รับฟ้องคดีจตุพรหมิ่นรสนากล่าวหาเป็นตัวตั้งตัวตีโยกคดีพธม.บุกสนามบินให้ดีเอสไอดำเนินการ
ศาลอุทธรณ์รับฟ้องคดีจตุพรหมิ่นรสนากล่าวหาเป็นตัวตั้งตัวตีโยกคดีพธม.บุกสนามบินให้ดีเอสไอดำเนินการ
ศาลอาญา อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีที่น.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กทม.เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ( นปช.) เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328 กรณีเมื่อวันที่ 29 ส.ค.2553 นายจตุพร จำเลย ให้สัมภาษณ์ทำนองว่า โจทก์มีความพยายามโยกคดีของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย บุกยึดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและดอนเมืองไปอยู่ในความรับผิดชอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดยมีโจทก์เป็นตัวตั้งตัวตี
คดีนี้ศาลชั้นต้น มีคำสั่งในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง เมื่อวันที่ 8 ส.ค.2554 พิพากษายกฟ้องเนื่องจากเห็นว่าคดีไม่มีมูล ต่อมาโจทก์ยื่นอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ พิเคราะห์พยานหลักฐานในชั้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้จากคำเบิกความของโจทก์ตอบทนายจำเลยซักค้านว่า โจทก์เคยขึ้นปราศรัยบนเวทีของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และโจทก์มีความสนิทสนมกับนายพิภพ ธงไชย ซึ่งเป็นกรรมการมูลนิธิโกมลคิมทอง และมูลนิธิสุขภาพไทย โดยโจทก์รู้จักกับนายพิภพเป็นการส่วนตัวและทราบว่านายพิภพเป็นหนึ่งในแกนนำพันธมิตรฯ ช่วงที่กลุ่มพันธมิตรล้อมทำเนียบรัฐบาล โจทก์และ สว. หลายคนเดินทางไปเยี่ยมผู้ชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาล การกล่าวเช่นนี้ย่อมทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจได้ว่า โจทก์เป็นพวกเดียวกับกลุ่มพันธมิตรฯ ที่จำเลยให้สัมภาษณ์ดังกล่าวย่อมทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจได้ว่าโจทก์ใช้อำนาจหน้าที่ช่วยเหลือกลุ่มพันธมิตรฯผู้ต้องหาซึ่งเป็นพรรคพวกเดียวกับโจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ที่ศาลชั้นต้นพิพากษามานั้น ศาลอุทธรณ์ไม่เห็นพ้องด้วย จึงพิพากษากลับเป็นให้ประทับฟ้อง เพื่อสืบพยานและมีคำพิพากษาต่อไป
ทั้งนี้ ศาลอาญา นัดสอบคำให้การจำเลย วันที่ 12 พ.ย.นี้ เวลา 09.00 น.และการนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์วันนี้ โจทก์และจำเลย ไม่ได้เดินทางมาศาล คงมีเพียงทนายความและผู้รับมอบอำนาจแทนเท่านั้นที่มาฟังคำสั่ง







