posttoday
คปภ.ปิ๊งลดฟ้องร้องรถชนคน

คปภ.ปิ๊งลดฟ้องร้องรถชนคน

11 กันยายน 2555

จับประกันภัย42แห่งร่วมมือประกันชั้น1ใครรับคนนั้นจ่าย

จับประกันภัย42แห่งร่วมมือประกันชั้น1ใครรับคนนั้นจ่าย

คปภ.จับบริษัทประกันภัย 42 แห่งลงนามรักษาผู้บาดเจ็บจากรถชนแบบลูกค้าใครบริษัทนั้นจ่าย

เมื่อวันที่ 10 ก.ย. สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) จัดพิธีลงนามในสัญญา สละสิทธิการเรียกร้องค่าเสียหายซึ่งกันและกันของบริษัทประกันวินาศภัย โดยสาระของข้อตกลงดังกล่าวคือการให้แต่ละบริษัทที่รับประกันภัยประเภท 1 รับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลลูกค้าของตัวเอง เมื่อเกิดอุบัติเหตุ โดยจะไม่ไปเรียกร้องค่าเสียหายจากบริษัทประกันภัยคู่กรณี

นายประเวช องอาจสิทธิกุล เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า นี่เป็นพัฒนาความร่วมมือระหว่างกันของอุตสาหกรรมประกันภัย เพื่อลดข้อพิพาทและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของธุรกิจประกันภัย เพื่อภาพลักษณ์ที่ดีสู่สาธารณชน และยังช่วยลดข้อพิพาทที่จะเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการของสำนักงาน คปภ. รวมถึงการพิจารณาคดีความในชั้นศาลอีกด้วย

ทั้งนี้ รถยนต์ที่จดทะเบียนทุกคันกฎหมายกำหนดให้มีการทำประกันภัย พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ซึ่งจะมีความรับผิดชอบส่วนแรกกรณีบาดเจ็บ 5 หมื่นบาท ทันทีที่รถยนต์เกิดอุบัติเหตุประกัน พ.ร.บ.จะทำงานก่อน สามารถส่งผู้บาดเจ็บเข้ารักษาพยาบาลทันที หากรักษาเกินวงเงินคุ้มครองตามประกัน พ.ร.บ. ก็ใช้วงเงินประกันภัยประเภท 1 ที่ลูกค้าได้ซื้อกับบริษัทประกันไว้

ตามข้อตกลง บริษัทที่รับประกันจากลูกค้าที่บาดเจ็บจะจ่ายเงินค่ารักษาให้โดยจะไม่ไปเรียกร้องจากบริษัทประกันคู่กรณี เพื่อลดขั้นตอนการพิสูจน์ว่าใครถูกหรือผิด ฉะนั้นก็จะลดการฟ้องร้องระหว่างบริษัทประกันวินาศภัยลง

อย่างไรก็ดี บริษัทประกันภัยขนาดใหญ่อย่างบริษัท วิริยะประกันภัยที่มีส่วนแบ่งตลาดประกันภัยรถยนต์สูงที่สุด ปฏิเสธที่จะเข้าร่วมข้อตกลงนี้ เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องยากในการปฏิบัติ และยิ่งบริษัทใหญ่มีลูกค้าเยอะความเสี่ยงสูงกว่าบริษัทเล็กที่มีลูกค้าน้อย จะเสียเปรียบอย่างมาก แต่ทางบริษัทประกันขนาดเล็กอาจจะได้ประโยชน์

ดังนั้น เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ทางธุรกิจและไม่เชื่อว่าโครงการนี้จะยั่งยืน

นายจีรพันธ์ อัศวะธนกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัย กล่าวว่า ในฐานะที่สมาคมประกันวินาศภัยเป็นศูนย์กลางความร่วมมือในการพัฒนาธุรกิจประกันวินาศภัยให้มี ความมั่นคงเข้มแข็ง รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ผู้เอาประกันภัย การลงนามสัญญาสละสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายซึ่งกันและกัน ตามเอกสารแนบท้ายความคุ้มครองเพิ่มเติมการประกันภัยค่ารักษาพยาบาล (ร.ย.02) นี้ เป็นอีกหนึ่งความร่วมมือของการพัฒนา การให้บริการของบริษัทประกันวินาศภัย อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทประกันภัย และเป็นการลดขั้นตอนในการปฏิบัติงาน รวมถึงข้อพิพาทระหว่างกันของบริษัทประกันภัย

ด้านนายสมพร สืบถวิลกุล ประธานคณะกรรมการประกันภัยยานยนต์ กล่าวถึงรายละเอียด และวัตถุประสงค์การจัดทำสัญญาสละสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายซึ่งกันและกันดังกล่าวว่า สืบเนื่องมาจากบริษัทประกันวินาศภัยที่รับประกันภัยรถยนต์ ได้ร่วมลงนามในสัญญาสละสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายซึ่งกันและกัน ตามกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ โดยมีผลใช้บังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2539 และต่อมาได้มีบันทึกเพิ่มเติมแนบท้ายสัญญาสละสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายซึ่งกันและกันตามกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ โดยมีผลใช้บังคับตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2545

ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อลดข้อพิพาทในการเรียกร้องค่าเสียหายระหว่างบริษัทประกันภัย รวมทั้งลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเรียกร้องระหว่างกัน ส่งผลให้จำนวนข้อพิพาทและค่าใช้จ่ายของบริษัทประกันภัยลดลงเป็นอย่างมาก และบริษัทประกันวินาศภัยสามารถชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้ผู้เอาประกันภัยได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องรอพิจารณาความรับผิด แต่ทั้งนี้สัญญาดังกล่าวครอบคลุมเฉพาะความคุ้มครองหลักตามกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์เท่านั้น เพื่อให้ผู้ประสบภัยจากรถได้รับการบริการที่ดียิ่งขึ้น สมาคมประกันวินาศภัย โดยคณะกรรมการประกันภัยยานยนต์ จึงได้ขยายความร่วมมือและจัดทำสัญญาสละสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายซึ่งกันและกันตามเอกสารแนบท้ายความ

คุ้มครองเพิ่มเติมการประกันภัยค่ารักษาพยาบาล (ร.ย.02) ขึ้น การดำเนินการร่วมกันในครั้งนี้จะทำให้บริษัทประกันภัยมีแนวปฏิบัติที่ถูกต้องตรงกัน ตามกฎ ระเบียบ หรือข้อบังคับต่างๆ ที่ผูกพันกับบริษัท อันจะเป็นการเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับธุรกิจประกันวินาศภัยต่อไป

ข่าวล่าสุด

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน