
หมดยุคค้าเสรี
วันศุกร์นี้จะมีการเปิดประชุมสุดยอดกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจ เอเชีย-แปซิฟิก หรือเอเปก ที่เมืองวลาดิวอสต๊อก ทางตะวันออกของรัสเซีย
โดย...ธนพล ไชยภาษี
วันศุกร์นี้จะมีการเปิดประชุมสุดยอดกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจ เอเชีย-แปซิฟิก หรือเอเปก ที่เมืองวลาดิวอสต๊อก ทางตะวันออกของรัสเซีย
ก่อนหน้าจะถึงวันเปิดประชุม ทางสภาความร่วมมือเศรษฐกิจแห่งเอเชีย-แปซิฟิก (พีอีซีซี) เผยผลสำรวจกลุ่มธุรกิจในภูมิภาค ปรากฏว่า ความสนใจต่อเรื่องข้อตกลงการค้าเสรีรอบโดฮาขององค์การการค้าโลก ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายของเอเปกนั้น กำลังได้รับความสนใจน้อยลงทุกทีๆ โดยปีนี้มีความสนใจเพียง 17.5% เท่านั้น จากการสำรวจเมื่อปี 2007 ที่ราวๆ 52.1% ครับ
นั่นบ่งบอกถึงอะไรได้บ้าง บ่งบอกได้ชัดเจนว่าความสนอกสนใจของโลกต่อความร่วมมือทางการค้าที่แต่ละประเทศจะลดกำแพงกีดกันทางการค้าลงนั้น กำลังลดลงเรื่อยๆ พูดง่ายๆ ก็คือ ในยุคนี้แต่ละประเทศ แต่ละภาคธุรกิจกำลังให้ความสนใจกับการลดกำแพงกีดกันทางการค้าน้อยลงเรื่อยๆ
ข้อตกลงรอบโดฮากำลังกลายเป็นเรื่องแค่ฝัน เป็นเรื่องเพ้อเจ้อ เพราะในสภาพที่เศรษฐกิจโลกตึงตัวอยู่เช่นนี้ถือว่ายากครับ ที่ใครจะมาคิดถึงส่วนร่วมกัน
ยิ่งในทางกลับกัน แนวทางการปกป้องตัวเองทางเศรษฐกิจ หรือที่เรียกกันเป็นภาษาฝรั่งว่า Protectionism นั้นกลับกำลังมาแรง ที่หลายประเทศซึ่งสภาพเศรษฐกิจไม่สู้ดีนักจากผลกระทบวิกฤตเศรษฐกิจในสหรัฐและยุโรป รวมไปถึงการถดถอยของเศรษฐกิจยักษ์ใหญ่ในเอเชียอย่างจีนก็ทำให้แนวโน้มของการกีดกันทางการค้าระหว่างกันในโลกใบนี้กำลังมาแรงมากขึ้นด้วย
โดยเฉพาะบรรดาประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลกนี่แหละครับที่เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีเอาเสียเลย แทบจะไม่เคยแสดงเป็นแบบอย่างที่จะสนับสนุนการค้าเสรีอย่างเป็นจริงเป็นจัง โดยเฉพาะสหรัฐและจีนที่ตอบโต้และกล่าวหากันไปมา มีการใช้นโยบายกีดกันทางการค้าด้วยการตั้งกำแพงภาษีและศุลกากร อย่างต่อเนื่อง
ยุโรปเองก็เช่นกัน นโยบายการเรียกเก็บภาษีคาร์บอนจากสายการบินทั่วโลกที่บินไปยุโรปก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการกีดกันทางการค้าครับ
ยิ่งเศรษฐกิจโลกไม่ดีเช่นนี้ เราจะเห็นการกีดกันทางการค้าเพิ่มมากขึ้น ยามหน้าสิ่วหน้าขวานใครๆ ก็ต้องเอาแต่ตัวเองกันทั้งนั้น
ถ้าเศรษฐกิจโลกยังเป็นเช่นนี้อยู่ ก็ยากครับที่ในอนาคตที่เราจะได้เห็นการลดกำแพงทางการค้าระหว่างกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2015 ที่กลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนจะเดินหน้าเข้าสู่การเป็นชุมชนเศรษฐกิจร่วม ที่สมาชิกจะลดกำแพงภาษีสินค้าและเปิดพรมแดนการค้าและแรงงานกันอย่างจริงจังเป็นครั้งแรก
แต่ในขณะนี้ ก็ยังไม่อาจจะพูดได้เต็มปากว่าอาเซียนเมื่อถึงวันนั้นจริง เราจะเปิดพรมแดนระหว่างกันได้อย่างเต็มที่หรือไม่ เพราะบทเรียนมีมาให้เห็นแล้วในอดีต เมื่อครั้งที่อาเซียนเปิดเขตการค้าเสรี หรืออาฟตา เมื่อปี 2005 ซึ่งขณะนั้นแต่ละประเทศสมาชิกก็ส่งรายการสินค้านอกรายการกันยาวยืดครับ
การค้าจะเสรีกันจริงๆ ในช่วงจังหวะเวลาปกติก็เป็นเรื่องยากอยู่แล้ว ยิ่งเศรษฐกิจแย่อย่างทุกวันนี้ แต่ละประเทศก็ต้องเอาตัวเองไว้ก่อนทั้งนั้นครับ







