posttoday
แจ้งความปธ.อบต.เพชรบูรณ์หายตัวปริศนา

แจ้งความปธ.อบต.เพชรบูรณ์หายตัวปริศนา

05 กันยายน 2555

ภรรยานักการเมืองท้องถิ่นเพชรบูรณ์แจ้งความสามีหายตัวปริศนา หลังขับรถออกจากบ้านไปตั้งแต่27ส.ค.

ภรรยานักการเมืองท้องถิ่นเพชรบูรณ์แจ้งความสามีหายตัวปริศนา หลังขับรถออกจากบ้านไปตั้งแต่27ส.ค.

เมื่อวันที่ 5 ก.ย. นางสมพร จีมขุนทด อายุ 43 ปี  ผู้สมัครสมาชิก อบต.โคกปรง อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ และนายบุญเกิด จีมขุนทด อายุ 55 ปี กำนันตำบลโคกปรง ซึ่งเป็นภรรยาและพี่ชายของนายชวลิต จีมขุนทด หรือ ยุ่ง อายุ 44 ปี อดีตประธานสภา อบต.โคกปรง อยู่บ้านเลขที่ 64 หมู่ 9 ต.โคกปรง อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ เดินทางเข้าร้องทุกข์ต่อ พ.ต.ท.ธรรมศักดิ์ ต่อมหล้า พงส.(สบ 3) กก.4 บก.ป. กรณีที่นายชวลิตขับรถออกจากบ้านไปตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคมแต่จนถึงขณะนี้ยังไม่กลับบ้านและไม่สามารถติดต่อได้จึงเกรงว่าจะได้รับอันตรายเนื่องจากก่อนหน้านี้เคยมีปัญหาขัดแย้งกับการเมืองท้องถิ่นฝ่ายตรงข้าม

นางสมพร เปิดเผยว่า สามีเคยเป็นสมาชิก อบต.โคกปรง และประธานสภา อบต.โคกปรงเมื่อหมดวาระและมีการสมัครรับเลือกตั้งใหม่ก็ส่งตนลงสมัครแทน ส่วนเขาเตรียมตัวจะลงสมัครชิงตำแหน่งนายก อบต.โคกปรงซึ่งจะมีขึ้นในต้นปีหน้า โดยก่อนที่จะหายตัวไปสามีก็ไม่ได้ปรับทุกข์ใดๆและไม่มีเหตุการณ์ผิดปกติใดๆเกิดขึ้นจะมีเพียงแค่การโทรศัพท์ติดต่อกับคนที่ชื่อ ดาบน้อย ค่อนข้างบ่อย และเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ก่อนที่จะขับรถออกจากบ้านไปก็ไม่มีอะไรผิดสังเกตเพราะยังสอนลูกสาวทำการบ้านและไปนั่งเล่นที่บ้านนายบุญเกิด พี่ชายอยู่

อย่างไรก็ตามระหว่างนั้นมีคนโทรศัพท์มาหา 4-5 ครั้งๆสุดท้ายทราบว่าสามีเรียกคนที่โทรมาหาว่า “ลูกพี่” เมื่อวางสายก็เร่งรีบขับรถยนต์กระบะโตโยต้า รุ่นวีโก้ ทะเบียน บบ 7777 เพชรบูรณ์ ออกจากบ้านไปรับนายไพศานติ์ จันลา อายุ 42 ปี ผู้สมัครสมาชิก อบต.โคกปรง ที่บ้านเลขที่ 113 หมู่ 1 ต.โคกปรง อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ ไปพร้อมกัน แต่หลังจากออกไปวันนั้นก็หายตัวไปและติดต่อไม่ได้อีกเลย

นางสมพร กล่าวต่อว่า หลังเกิดเรื่องได้ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.วิเชียรบุรี ซึ่งสอบสวนเบื้องต้นทราบว่ามีพยานเห็นรถยนต์กระบะของสามีครั้งสุดท้ายที่ถนนวิเชียรบุรี-ซับบอน ต.กันจุ อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งห่างออกไปประมาณ 20-30 กิโลเมตร โดยจอดอยู่ริมถนนและมีรถยนต์ 2 คัน จอดอยู่ด้านหน้าหนึ่งคัน และด้านหลังหนึ่งคัน จากนั้นทั้ง 3 คันก็ขับออกไปพร้อมกันโดยไม่ทราบว่าจุดหมายปลายทางอยู่ที่ใด ทั้งนี้เชื่อว่า คนที่สามีไปพบนั้นต้องสนิทสนมกันมากเพราะเขาเรียกว่า ลูกพี่ และการออกจากบ้านไปทั้งๆที่ใส่กางเกงขาสั้นอยู่ ที่สำคัญไม่ได้พกปืนติดตัวไปด้วยเพราะปกติสามีจะพกปืนติดตัวตลอดเนื่องจากเมื่อปีที่แล้วเคยมีข่าวว่าจะถูกปองร้ายสาเหตุขัดแย้งการเมืองท้องถิ่นรุนแรง

ด้าน นายบุญเกิด กล่าวถึงกรณีน้องชายถูกปองร้ายว่า เมื่อปีที่แล้วน้องชายทราบข่าวว่าจะมีมือปืนมาดักยิง สาเหตุก็มาจากความขัดแย้งเรื่องการเมืองท้องถิ่น แต่ต่อมาตกลงกันได้โดยน้องชายได้ให้อดีต สจ.ที่สนับสนุนกันมาตลอดเป็นคนเคลียร์ปัญหาให้เรื่องจึงเงียบไปแต่หลังจากนั้นน้องชายก็ระวังตัวมาตลอด เวลาไปไหนมาไหนก็จะพกปืนติดตัวไปด้วยเสมอ

ส่วนการหายตัวไปครั้งนี้ก็ยังไม่ทราบแน่ชัดว่ามาจากเรื่องใดเพราะเชื่อว่าคนที่เขาไปหาน่าจะสนิทสนมและไว้ใจมาก ส่วนคนที่ชื่อดาบน้อยนั้นก็ถามคนในแวดวงทราบว่าเป็นตำรวจอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง และขับรถให้กับนักการเมืองท้องถิ่นคนหนึ่งแต่ยังไม่ชัดเจนว่าจะเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ครั้งนี้หรือไม่

เบื้องต้น พ.ต.ท.ธรรมศักดิ์ รับเรื่องและสอบปากคำผู้เสียหายเพื่อเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาส่งชุดสืบสวน กก.4 บก.ป.ที่รับผิดชอบพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ไปประสานตำรวจท้องที่เพื่อสืบหาเบาะแสของคนทั้งสองอีกครั้ง 

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน