
วีรบุรุษที่แท้จริง
...วิวรรณ ธาราหิรัญโชติ
การเสียชีวิตของ พล.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธร บันนังสตา จ.ยะลา ก่อให้เกิดความสะเทือนใจแก่ประชาชนในวงกว้าง คนอาจจะไม่สะเทือนใจเท่านี้ถ้าท่านไม่ใช่ผู้ที่เดินทางมาร้องเรียนถึงความไม่เป็นธรรมในการแต่งตั้งโยกย้ายเพียง 17 วันก่อนเสียชีวิต
เป็นที่ทราบกันดีว่า ไม่ว่าจะเป็นการบริหารธุรกิจหรือการบริหารราชการ ไม่มีองค์กรไหนสามารถดูแลคนในองค์กรให้มีความสุขสมบูรณ์ และมีความพอใจกันอย่างถ้วนหน้า สาเหตุเป็นเพราะว่าทรัพยากรมีจำกัด ต้องจัดสรรและแบ่งกันไปตามความเหมาะสม
อย่างไรก็ดี การแบ่งปันและจัดสรรทรัพยากรต้องมีหลักการ และสามารถอธิบายได้ถึงเหตุผลว่าทำไมจึงเกิดการจัดสรรอย่างนี้ เรื่องของเรื่องก็คือ ถ้าเราสามารถอธิบายเหตุผลได้ แปลว่าไม่ว่าคนกลุ่มไหนในองค์กรสอบถาม ผู้บริหารก็จะตอบด้วยเหตุผลเดียวกันกับทุกคน ซึ่งแน่นอนว่า หลักการที่จะนำมาใช้ในการจัดสรรทรัพยากรนั้นย่อมต้องผ่านการกลั่นกรองมาแล้วว่าคนที่มีเหตุมีผลในองค์กรควรจะยอมรับได้
หลักการนั้นมีคำเรียกง่ายๆ ว่า
“ความยุติธรรม”“
ยุติ” มีสองความหมาย ความหมายแรก คือ ชอบ ถูกต้อง และความหมายที่สอง เป็นความหมายที่เราใช้กันมาก คือ ตกลง จบ เลิก“
ยุติธรรม” คือความเที่ยงธรรม ความชอบธรรม ความชอบด้วยเหตุผลแล้วก็จะวนกลับไปว่า ถ้าชอบด้วยเหตุด้วยผลแล้ว คนก็จะเห็นว่า ยุติธรรม
ดิฉันชอบสุภาษิตฝรั่งบทหนึ่งที่ว่า
“ความยุติธรรมที่มาถึงช้า คือความไม่ยุติธรรม” พล.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ได้รอความยุติธรรมมานาน จนทนรอไม่ไหว เพราะในปลายปีนี้ก็จะเกษียณอายุราชการแล้ว จึงต้องเข้ามาถามถึง “ความยุติธรรม” ในการแต่งตั้งโยกย้ายจากคณะกรรมการตำรวจแห่งชาติ และเนื่องจากท่านเป็นตำรวจที่ได้รับโล่เกียรติยศ และรางวัลต่างๆ มากมาย ท่านจึงสงสัยว่า แล้วผู้ที่ทำดีจนได้รับรางวัลต่างๆ เหล่านี้ ทำไมจึงไม่ได้รับการพิจารณาโดยทั่วไปในกรณีที่มีการจัดสรรทรัพยากรแล้วไม่ทั่วถึง หากใช้หลัก
“ถือประโยชน์ของส่วนรวมเป็นที่ตั้ง” แล้ว ผู้ที่ไม่ได้รับการจัดสรรก็จะเข้าใจ และส่วนใหญ่จะยอมรับได้ และจะเห็นว่ายุติธรรม แต่เมื่อใดก็ตามที่มีการถือประโยชน์ส่วนตน หรือมีการถือประโยชน์ของฝ่ายใดหรือกลุ่มคนใดเป็นที่ตั้ง ก็จะมีอีกฝ่ายหรืออีกกลุ่มหนึ่งเห็นว่าไม่ยุติธรรมการเปิดให้มีการแสดงความคิดเห็น ควรทำให้เป็นเรื่องปกติของทุกองค์กร เพราะหากไม่เปิด ก็จะมีการเรียกร้องหาความยุติธรรมเกิดขึ้นได้บ่อยๆ เช่น มีการสไตรก์ การประท้วง เพื่อให้ผู้บริหารหันมาสนใจในประเด็นต่างๆ เหล่านั้น ผู้บริหารต้องรับฟัง แต่ฟังแล้วจะดำเนินการอย่างไร เป็นสิ่งที่ต้องนำไปพิจารณา
หากพิจารณาแล้วเห็นว่าเรื่องที่แสดงความเห็นมาหรือร้องเรียนมานั้น ได้รับการดำเนินการอย่างยุติธรรม อย่างมีเหตุมีผลแล้ว ก็สามารถดำเนินการทุกอย่างไปตามปกติได้ แต่หากรับฟังแล้วเห็นว่าเรื่องที่ร้องเรียนหรือเรียกร้องมา มีประเด็นที่ต้องพิจารณาปรับปรุง ผู้บริหารก็จะสามารถพิจารณาปรับปรุงขั้นตอน กระบวนการ หรือนโยบาย ให้เหมาะสมและดีขึ้นได้ ถือว่าเป็นการให้สมาชิกขององค์กรนั้นๆ ได้มีส่วนร่วมในการชี้ให้เห็นจุดอ่อน หรือเสนอแนวทางในการปรับปรุง นโยบาย หรือการดำเนินการขององค์กรนั้นๆ
ในการเรียกร้องขอความเป็นธรรม พล.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา กล่าวไว้ด้วยน้ำตาคลอเบ้าว่า
“ตลอดเวลาที่เป็นตำรวจมา 40 ปี รับราชการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มา 30 ปี ได้เป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาความสงบเรียบร้อย เอาชีวิตเข้าแลก ถูกยิง และถูกระเบิดจากการปฏิบัติหน้าที่จนเอาชีวิตเกือบไม่รอด และวิสามัญฆาตกรรมกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ไปถึง 22 ราย มีผลงานที่ผู้บังคับบัญชาให้การยอมรับหลายคนถามว่าทำไมไม่ขอย้ายก่อนหน้านี้ทั้งที่มีโอกาส แต่ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ จึงอยู่ทำหน้าที่มาโดยตลอด
แต่วันนี้ที่ต้องมาขอความเป็นธรรม เพราะเหลือระยะเวลาชีวิตราชการเพียงอีก 1 ปีเท่านั้น จึงขอย้ายเพื่อไปพักผ่อนบ้าง ซึ่งการร้องเรียนครั้งนี้ไม่คิดว่าจะทำให้ สตช.เสียหาย เพราะตลอดระยะเวลาผมได้ทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีกับตำรวจรุ่นหลังมาตลอด และเชื่อว่าตำรวจรุ่นหลังก็จะปฏิบัติหน้าที่เหมือนอย่างที่ผมปฏิบัติ และควรจะได้รับขวัญและกำลังใจในช่วงปลายของชีวิตบ้าง
”พล.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา เป็นวีรบุรุษที่แท้จริง เพราะท่านเป็นตัวแทนของตำรวจผู้ที่รู้สึกว่าไม่ได้รับความยุติธรรม และท่านได้ออกมาเรียกร้อง หาความยุติธรรม น้ำตาลูกผู้ชายของท่าน คงเกิดจากความอัดอันตันใจจริงๆ ณ จุดที่ท่านรู้สึกน้อยใจในโชคชะตา
มาถึงตอนนี้ ความยุติธรรมที่ท่านเรียกร้องจะไม่เกิดขึ้นกับท่านแน่นอนแล้ว เพราะท่านจากไปแล้ว แต่หากเหตุการณ์นี้ จะทำให้ความยุติธรรมเกิดขึ้นกับตำรวจท่านอื่นๆ ที่ตั้งใจทำงาน ทำความดี จะก่อให้เกิดความตื่นตัวจากผู้ที่เกี่ยวข้องให้หันมาสนใจตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือในถิ่นทุรกันดาร ว่าควรจะได้รับการดูแล ควรจะมีการตอบแทนความดี ความเหนื่อยยาก อย่างยุติธรรมแล้ว
ท่านคงต้องภูมิใจเป็นแน่แท้ว่าการเรียกร้องของท่านจะช่วยให้ผู้อยู่เบื้องหลังได้รับความยุติธรรมมากขึ้น
“
ทำไมไม่ตอบแทนคนเหล่านี้ขณะที่พวกเขายังมีชีวิตอยู่ ไม่ใช่ให้เขาอยู่ในหลุมฝังศพแล้วค่อยบอกว่าเขาเป็นวีรบุรุษ” เป็นคำพูดของท่านที่กินใจและสะเทือนใจคนทั้งชาติล่าสุดมีข่าวว่าทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ออกคำสั่งเป็นกรณีพิเศษให้บุตรชายสองคนของท่านที่รับราชการเป็นตำรวจ ได้โยกย้ายเข้ามาอยู่ อ.หาดใหญ่ เพื่อที่จะสามารถดูแลมารดาได้ แม้จะไม่สามารถทดแทนชีวิตของท่าน แต่อย่างน้อยก็ทำให้เกิดการชดเชยต่อครอบครัวของท่านได้ในบางส่วน
ขอน้อมคารวะแด่ พล.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา วีรบุรุษที่แท้จริงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และของประเทศไทย ขอให้ดวงวิญญาณของท่านไปสู่สุขคติ ขอให้คุณงามความดีที่ท่านได้ทำมา ปกปักรักษาท่านไปตลอดกาลนานเทอญ...







