posttoday
วุฒิฯถกงบ56ชี้นโยบายรัฐก่อหนี้

วุฒิฯถกงบ56ชี้นโยบายรัฐก่อหนี้

03 กันยายน 2555

วุฒิฯถกงบ56 ชี้ นโยบายรัฐตัวการก่อหนี้ หวั่นบานปลายเกินแก้ไข รมช.คลัง เผย เตรียมลดขาดดุล1แสนล้านต่อปี

วุฒิฯถกงบ56 ชี้ นโยบายรัฐตัวการก่อหนี้ หวั่นบานปลายเกินแก้ไข รมช.คลัง เผย เตรียมลดขาดดุล1แสนล้านต่อปี

วุฒิฯถกงบ56ชี้นโยบายรัฐก่อหนี้

การประชุมวุฒิสภาเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ.2556 วงเงิน 2.4 ล้านล้านบาท ได้เริ่มตั้งแต่เวลา10.30น.ทั้งนี้เนื้อหาการอภิปรายของสว.เป็นการเสนอแนะให้รัฐบาลใช้จ่ายงบประมาณให้เกิดประสิทธิภาพ โดยมีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯและรมว.คลัง นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รมว.ศึกษาธิการ เข้าร่วมรับฟัง

สำหรับขั้นตอนการอภิปรายของวุฒิสภาในวันนี้นั้นได้แบ่งตามกลุ่มตามภารกิจการชี้แจง 5 กลุ่มตามลำดับ ประกอบด้วย หน่วยงานตามรัฐธรรมนูญ ด้านสังคม ด้านบริหาร ด้านความมั่นคง และด้านเศรษฐกิจ โดยกำหนดให้ตัวแทนคณะกรรมาธิการสามัญ(กมธ.)และวิปวุฒิสภารวม 24 คณะอภิปรายคณะละไม่เกิน 30 นาที

ม.ล.ปรียาพรรณ ศรีธวัช ส.ว.สรรหา ตัวแทนกมธ.กิจการองค์กรตามรัฐธรรมนูญและการบริหารงบประมาณ อภิปรายว่า ในปี 2556 รัฐบาลประมาณการรายได้สุทธิ จำนวน 2.11 ล้านล้านบาท แต่ตั้งงบประมาณขาดดุลจำนวน 3 แสนล้านบาท จึงกังวลว่าหากรัฐบาลขาดการจัดการที่ดี อาจทำให้ตัวเลขขาดดุลดังกล่าวกลายเป็นหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น

นอกจากนั้นแล้วยังพบว่ากรณีที่รัฐบาลจัดสรรเงินเพื่อช่วยเกษตรกร ผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร วงเงิน 6.9หมื่นล้านบาท ซึ่งทำให้รัฐบาลต้องแบกรับภาระการขาดทุนปีละ 1 แสนล้านบาท แม้จะเป็นมาตรการที่จำเป็น แต่รัฐบาลต้องดำเนินนโยบายให้รอบคอบ เพื่อป้องกันไม่ให้กลายเป็นยอดหนี้ที่เพิ่มขึ้น เป็นภาระกับการบริหารงบประมาณของรัฐบาลในปีต่อๆ ไป และกลายเป็นหนี้ผูกพันที่รัฐบาลต้องหาเงินมาใช้หนี้ส่วนดังกล่าวในอนาคต

“ปัญหาการบริหารจัดการหนี้สาธารณะและการบริหารงบประมาณ ในส่วนการแก้ปัญหาอุทกภัย รัฐบาลต้องวางแนวทางจัดการให้ดี โดยมีข้อเสนอแนะคือ งบประมาณเพื่อลงทุนป้องกันอุทกภัยจากการกู้ จำนวน 3.5 แสนล้านบาท ไม่มีการแสดงรายละเอียดต่อรัฐสภา ดังนั้นหากรัฐบาลบริหารจัดการงบประมาณดังกล่าวไม่มีประสิทธิภาพจะไม่เกิดประโยชน์กับประเทศ และอีกด้านงบประมาณส่วนดังกล่าวจะกลายเป็นหนี้สาธารณะที่ทำให้ประชาชนทุกคนในประเทศต้องแบกรับ โดยรัฐบาลต้องกันเงินส่วนหนึ่งเพื่อนำไปชำระหนี้ดังกล่าวทุกปี จะส่งผลกระทบต่อการพัฒนา" ม.ล.ปรียาพรรณ กล่าว

ม.ล.ปรียาพรรณ กล่าวว่า ทั้งนี้ในเดือนพ.ค. 2555 รัฐบาลมีหนี้สาธารณะคงค้างจำนวน 3.4 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นเงินกู้ชดเชยการขาดดุลงบประมาณ จำนวน 1.7ล้านล้านบาท และมีการเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละเดือน อีกทั้งรัฐบาลมีภาระหนี้เพิ่มจากนโยบายของรัฐบาลเอง และจากกานรลงทุนและการบริหารจัดการ หากรัฐบาลใช้งบเพื่อการลงทุนเกินกำลัง จะทำให้ความสามารถชำระหนี้ลดลง จะกลายเป็นภาระผูกมัดรัฐบาลและประเทศที่ต้องชำระดอกเบี้ยจากต้นเงินกู้ ไม่สามารถหาเงินมากพอเพื่อชำระต้นเงินกู้ได้

ดังนั้นรัฐบาลควรวางแผนบริหารงบประมาณอย่างรอบคอบเพื่อไม่ให้แบกรับภาระหนี้เกินกำลัง และป้องกันไม่ให้ประเทศเจอปัญหาภาวะทางเศรษฐกิจ เพราหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น

นายวิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ ส.ว.สรรหา และกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา(วิปวุฒิฯ) ได้อภิปรายถึงการจัดสรรงบประมาณในส่วนของรัฐสภาที่ได้รับจำนวน 8.5พันล้านบาท โดยตั้งข้อสังเกตว่าการจัดทำงบประมาณและการบริหารงานของรัฐสภาที่ผ่านมาถือว่ามีความเป็นอิสระ

สิ่งที่ขาดหายคือวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์ต่างๆ โดยเฉพาะในส่วนของวุฒิสภา อยากให้รื้อฟื้นถึงยุทธศาสตร์ที่ได้เคยวางไว้ เพื่อให้งานได้เดินหน้าไปตามเป้าหมายและตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด การทำหน้าที่ในการตรวจสอบรัฐบาล ทั้งวุฒิสภา และสภาฯก็เป็นงานที่ซ้ำซ้อนเช่นกัน ถ้าเป็นไปได้ สภาฯควรทำหน้าที่ตรวจสอบเชิงลึก วุฒิสภาตรวจสอบในเชิงนโยบาย จึงอยากให้วิปทั้ง 2 สภาได้หารือกัน

"ผมขอท้วงติงเรื่องระบบการรักษาความปลอดภัยในรัฐสภายังไม่มีประสิทธิภาพดีพอ ขณะเดียวกันผู้ให้บริการอาหารในบริเวณรัฐสภากลับมีแรงงานต่างด้าวให้บริการด้วย ผมไม่รู้ว่าถูกกฎหมายหรือไม่แต่ไม่เห็นด้วย เพราะรัฐสภาเป็นศูนย์กลางของอำนาจ”นายวิชาญ กล่าว

จากนั้นนายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง ชี้แจงว่าจากการอภิปรายของ ส.ว. ที่กังวลเกี่ยวกับตัวเลขหนี้สาธารณะที่เพิ่มมากขึ้น ยืนยันว่ารัฐบาลมีแผนงานทำให้เกิดความสมดุลในเรื่องงบประมาณ โดยในปี 2556 ที่จัดสรรงบแบบขาดดุลจำนวน 3 แสนล้านบาทโดยปีต่อๆไปจะลดการขาดดุลลงปีละ1 แสนล้านบาทโดยตั้งเป้าว่าจะมีการจัดทำงบประมาณแบบสมดุลได้ในปี 2559 ซึ่งจะทำให้ขาดจากการเป็นหนี้สินในปีเดียวกันนั้น นอกจากนั้นแล้วรัฐบาลมีการใช้จ่ายงบประมาณด้วยความระมัดระวัง

อย่างไรก็ตามขณะมีร่าง พ.ร.บ. เพื่อให้เอกชนมีส่วนร่วมในโครงการลงทุนภาครัฐ(พีพีพี) ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของ กมธ.วิสามัญ โดยคาดว่าอีก 2 สัปดาห์จะพิจารณาแล้วเสร็จ เพื่อมีผลบังคับใช้ให้เกิดการทำงานร่วมกันระหว่างรัฐ และเอกชน โดยจะเป็นการเปิดโอกาสให้เอกชนร่วมลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก