
รัฐอิสลาม
ช่วงนี้ดูเหมือนว่าเครือข่ายเจมาห์ อิสลามิยาห์ (เจไอ) ซึ่งเป็นเครือข่ายก่อการร้ายที่เคลื่อนไหวอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะดูเงียบๆ ไป หลังจากที่อินโดนีเซียเปิดฉากกวาดล้างมาอย่างต่อเนื่อง จนสมาชิกกลุ่มตายจากไปมากไม่รู้ว่าใครเป็นผู้นำที่แน่ชัด
ช่วงนี้ดูเหมือนว่าเครือข่ายเจมาห์ อิสลามิยาห์ (เจไอ) ซึ่งเป็นเครือข่ายก่อการร้ายที่เคลื่อนไหวอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะดูเงียบๆ ไป หลังจากที่อินโดนีเซียเปิดฉากกวาดล้างมาอย่างต่อเนื่อง จนสมาชิกกลุ่มตายจากไปมากไม่รู้ว่าใครเป็นผู้นำที่แน่ชัด
แต่ที่ต้องนำมาพูดกล่าวถึงกันอีกครั้งหนึ่งเพราะว่า ความรุนแรงในภาคใต้บ้านเราบางกระแสก็บอกว่าเป็นผลพวงจากการเคลื่อนไหวของกลุ่มก่อการร้ายกลุ่มนี้เช่นกัน
เจไอก่อตั้งเมื่อปี 2533 เป้าหมายสูงสุดของกลุ่มนี้เรียกว่าคิดการใหญ่ก็คือ การจัดตั้งรัฐอิสลามขึ้นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้ลองนึกภาพแผนที่ตามไปด้วย จะเห็นว่ารัฐอิสลามของเจไอครอบคลุมพื้นที่มาเลเซีย พื้นที่บางส่วนของประเทศไทย อินโดนีเซีย บอร์เนียว ปาลาวัน และลามไปถึงภาคใต้ของฟิลิปปินส์ รอบๆ เกาะมินดาเนา
แนวทางการก่อตั้งรัฐอิสลามดังกล่าวขึ้นนั้นจะดำเนินการปกครองโดยกฎหมายชาเรียห์ และเป็นการปกครองแบบอิสลามเคร่งจารีต
ทว่าแนวทางของเจไอ ซึ่งใช้ความรุนแรงเป็นที่ตั้งด้วยผลงานการก่อเหตุความรุนแรงหลายครั้งในช่วงระหว่างปี 2000 เรื่อยมานั้น ทำให้มุสลิมสายกลางก็ต่อต้านอยู่ไม่น้อยเช่นกัน และถูกไล่ล่าอย่างหนักจากทางการอินโดนีเซีย
โดยเมื่อปี 2551 ได้มีการยิงเป้าประหาร อัมโรซี, มุคลาส และอิหม่าม ซามุดรา ฐานก่อเหตุระเบิดสถานบันเทิงบนเกาะบาหลี เมื่อปี 2002 ไป ทำให้เครือข่ายขาดแกนนำระดับปฏิบัติการอย่างหนัก ซึ่งคาดว่าตอนนี้แกนนำและสมาชิกที่เหลือก็หนีหัวซุกหัวซุนอยู่ในป่าลึกบนเกาะมินดาเนาของฟิลิปปินส์
จะเห็นว่าพื้นที่ส่วนหนึ่งบริเวณตอนใต้ของฟิลิปปินส์และของไทย ก็ถูกรวมเอาเข้าเป็นส่วนหนึ่งของการจัดตั้งรัฐอิสลามนี้ขึ้นด้วย ซึ่งทำให้หลายฝ่ายเชื่อว่า สถานการณ์ความรุนแรงใน 3 จังหวัดภาคใต้ของไทยนั้น อาจจะมีเครือข่ายเจไอเข้ามาเกี่ยวข้อง
แต่จะมองอีกด้านหนึ่ง ความรุนแรงในภาคใต้ของไทยก็ไร้ซึ่งความชัดเจนเช่นกัน ว่าเจไอเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ เพราะการปฏิบัติงานของเจไอที่ผ่านมาในอินโดนีเซีย หรือฟิลิปปินส์นั้น จะมีการแสดงออกถึงสัญลักษณ์ว่าเป็นผลงานของกลุ่มอย่างชัดเจน
ผิดกับผู้ก่อการร้ายในเมืองไทย ที่ใช้วิธีปฏิบัติการเข้าข่ายเป็นการลอบกัด รุมตี แทงข้างหลัง ขาดลักษณะของความเป็นผู้ก่อการที่มีอุดมการณ์ แต่เป็นลักษณะของคนขี้ขลาดเสียมากกว่าที่จะเป็นผู้กล้าที่ต่อสู้เพื่อศาสนาหรือเพื่อชาติ
หรือว่าจะเป็นลักษณะการลอบทำร้ายแบบโจรกระจอกเหมือนกับที่อดีตผู้นำบางคนเคยบอกเอาไว้! ?







