posttoday
บี้ส่งแผน1.9ล้านล้าน

บี้ส่งแผน1.9ล้านล้าน

31 สิงหาคม 2555

คมนาคมเร่งทุกหน่วย2สัปดาห์สรุป เพื่อให้คลังใส่ในพรบ.กู้2.2ล.ล้าน

คมนาคมเร่งทุกหน่วย2สัปดาห์สรุป เพื่อให้คลังใส่ในพรบ.กู้2.2ล.ล้าน

“คมนาคม” สั่งหน่วยงานส่งแผนการใช้เงินกู้ 1.9 ล้านล้าน ให้ สนข. ภายใน 2 สัปดาห์ ก่อนสรุปเสนอคลังจัดสรรเข้าสู่ พ.ร.บ.เงินกู้ 2.2 ล้านล้าน

นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.คมนาคม กล่าวหลังประชุมสรุปการจัดทำกรอบแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระบบคมนาคมขนส่ง ปี 2556-2563 ว่า ได้ให้หน่วยงานในสังกัดเร่งสรุปแผนใช้เงินกู้ 1.9 ล้านล้านบาท ในการพัฒนาโครงการเสนอสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ใน 2 สัปดาห์ เพื่อสรุปเสนอกระทรวงการคลังและบรรจุเข้า พ.ร.บ.เงินกู้ 2.2 ล้านล้านบาท ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีและรัฐสภาต่อไป คาดจะใช้งบประมาณเงินกู้ดังกล่าวได้ในปี 2556

ทั้งนี้ ในส่วนของกระทรวงคมนาคมมีโครงการที่ต้องใช้เงินกู้ประมาณ 55 โครงการ เป็นเงิน 1.9 ล้านล้านบาท แต่อาจมีการปรับเปลี่ยนตัวเลข ซึ่งหากโครงการใดที่ใช้เงินงบประมาณปกติได้ก็จะไม่อยู่ในส่วนนี้ โดยโครงการทั้งหมดที่จะใช้เงินกู้ส่วนใหญ่จะเป็นโครงการที่มีความพร้อมสามารถดำเนินการได้เลย รวมทั้งต้องเป็นโครงการพื้นฐานที่เชื่อมระบบโลจิสติกส์และรองรับการขยายตัวเศรษฐกิจของประเทศเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ปี 2558

“แผนการใช้เงินกู้ 1.9 ล้านล้านบาท เป็นแผนฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศใน 8 ปีข้างหน้า ซึ่งกระทรวงคมนาคมจะเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในส่วนภูมิภาค เพื่อทำความเข้าใจแบบแผนและการลงทุน ซึ่งรัฐบาลมีนโยบายให้ใช้แหล่งเงินกู้ในประเทศ” นายจารุพงศ์ กล่าว

นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการ สนข. กล่าวว่า แผนลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรวม 1,980,080.40 ล้านบาท ประกอบด้วย สาขาขนส่งทางถนน 479,122.10 ล้านบาท คิดเป็น 24.2% สาขาขนส่งราง 1,288,034.96 ล้านบาท 65.05% สาขาขนส่งทางน้ำ 128,959.82 ล้านบาท 6.51% และสาขาขนส่งทางอากาศ 83,963.52 ล้านบาท 4.24 % ของวงเงินลงทุนรวม

“โครงการใหม่ที่เพิ่มขึ้น อาทิ โครงการต่อเชื่อมดอนเมืองโทลล์เวย์บางปะอิน ซึ่งจะสอดคล้องกับแผนก่อสร้างมอเตอร์เวย์บางปะอินสระบุรีโคราช ส่วนทางด้านใต้จะมีโครงการเชื่อมทางยกระดับบรมราชชนนีเพชรเกษม ซึ่งบางส่วนใช้เป็นโครงการในการแก้ไขปัญหาเส้นทางการเดินทางช่วงน้ำท่วมด้วย” นายจุฬา กล่าว

สำหรับกรอบการลงทุนดังกล่าวได้กำหนดเป้าหมายที่คาดว่าจะได้รับจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบคมนาคมขนส่งในปี 2563 ดังนี้ 1. ต้นทุนการขนส่งสินค้ารวมเฉลี่ย 1.8669 บาท/ตันกม. หากไม่มีการลงทุนจะทำให้ต้นทุนการขนส่งสูงเป็น 1.9949 บาท/ตันกม. ซึ่งคาดการณ์ได้ว่า ไทยจะสามารถลดต้นทุนได้ไม่น้อยกว่าปีละ 52,843 ล้านบาท 2.ปริมาณผู้โดยสารในระบบขนส่งสาธารณะของไทยโดยรวมเพิ่มขึ้น 6 % ลดการสูญเสียจากการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล 8 หมื่นล้านบาท ประหยัดมูลค่าของเวลาในการเดินทาง 108,000ล้านบาท และลดต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อม 3,600 ล้านบาท

นายจุฬา กล่าวว่า 3. สัดส่วนปริมาณการขนส่งสินค้าทางราง เพิ่มขึ้นจาก 2.5% ในปี 2554 เป็น 5 % ในปี 2563 4.สัดส่วนปริมาณการขนส่งสินค้าทางลำน้ำ เพิ่มขึ้นจาก 8.5% เป็น 10.5 % 5. สัดส่วนปริมาณการขนส่งสินค้าทางชายฝั่ง เพิ่มขึ้นจาก 6% เป็น 7.5 % 6.ปริมาณผู้โดยสารที่สนามบินสุวรรณภูมิ จากปัจจุบัน 47.4 ล้านคน คาดว่าจะเพิ่มเป็น 64 ล้านคนในปี 2560 7.มูลค่าการประหยัดเวลาในการขนส่ง ไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาทต่อปี 8.ลดความสูญเสียจากการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง 155,000 ล้านบาทต่อปี และ9. เพิ่มขีดความสามารถในการขนส่งสินค้าในภาพรวม จาก 700 ล้านตันต่อปี เป็น 900 ล้านตันต่อปี


 

 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ