
อีสานใต้ยังแล้งนาพังกว่า9แสนไร่
อีสานใต้ตอนล่าง 4 จังหวัดฝนยังทิ้งช่วงพื้นที่การเกษตรเสียหายแล้วกว่า 9 แสนไร่
อีสานใต้ตอนล่าง 4 จังหวัดฝนยังทิ้งช่วงพื้นที่การเกษตรเสียหายแล้วกว่า 9 แสนไร่
สถานการณ์ฝนทิ้งช่วงในห้วงที่ผ่านมาส่งผลให้พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 4 จังหวัด คือ นครราชสีมา , ชัยภูมิ , บุรีรัมย์ และสุรินทร์ มีพื้นที่ที่ประสบภัยแล้งขยายเป็นบริเวณกว้าง โดยล่าสุดขณะนี้ได้มีการประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติฉุกเฉิน ( ภัยแล้ง) แล้ว 22 อำเภอ ใน 2 จังหวัด คือ สุรินทร์ 12 อำเภอ , บุรีรัมย์ 10 อำเภอ รวมมีพื้นที่การเกษตรที่ได้รับความเสียหายแล้วกว่า 9 แสนไร่ ส่วนใหญ่เป็นนาข้าวนอกเขตชลประทานที่ขาดน้ำยืนต้นตาย
ขณะที่ที่จ.นครราชสีมา ถึงแม้ขณะนี้จะยังไม่มีการประกาศพื้นที่ประสบภัยแล้ง แต่มี 6 อำเภอที่มีการสำรวจข้อมูลพื้นที่การเกษตรเสียหายที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งส่งรายงานมายังทางจังหวัดเพื่อขอให้ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยแล้งแล้ว ประกอบด้วย อ.โชคชัย , อ.บ้านเหลื่อม , อ.สีดา , อ.เสิงสาง , อ.หนองบุญมาก และอำเภอแก้งสนามนาง รวมพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายมากกว่า 2 แสนไร่
อย่างไรก็ตามแม้ว่าขณะนี้ในพื้นที่จ.นครราชสีมา รวมถึงจังหวัดต่างๆในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง เริ่มมีฝนตกลงมาในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง แต่ในส่วนของศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงนครราชสีมา ก็ยังคงส่งเครื่องบินออกโปรยสารเคมีทำฝนเทียมเพื่อช่วยเพิ่มปริมาณฝนที่ยังมีปริมาณไม่มากนัก เพิ่มลดความเสียหายให้กับพื้นที่การเกษตรโดยเฉพาะนาข้าวที่กำลังต้องการเจริญเติบโต และเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำต่างๆที่ีเริ่มลดต่ำลงอย่างต่อเนื่อง
นายประสพ พรมมา หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงนครราชสีมา กล่าวว่า ได้ส่งเครื่องบินขึ้นทำฝนเทียมในพื้นที่จ.นครราชสีมา บุรีรัมย์ และสุรินทร์ วันละ 6 เที่ยว ซึ่งขณะนี้การทำฝนเทียมได้ผลเต็มที่และทำให้มีฝนตกกระจายในทุกพื้นที่ในปริมาณที่น่าพอใจ ซึ่งทางศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงนครราชสีมา จะยังคงส่งเครื่องบินขึ้นทำฝนเทียมอย่างต่อเนื่องไปจนกว่าฤดูหนาวจะมาถึง เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำฝนในพื้นที่ให้มากขึ้นต่อไป







