posttoday
อย่าโยนบาปให้เพศหญิงทารกถูกทิ้ง...เพศชายต้องรับผิดชอบ

อย่าโยนบาปให้เพศหญิงทารกถูกทิ้ง...เพศชายต้องรับผิดชอบ

28 สิงหาคม 2555

ข่าวสารบนหน้าสื่อฉายภาพความชำรุดของสังคม...

โดย...ธนวัฒน์ เพ็ชรล่อเหลียน

ข่าวสารบนหน้าสื่อฉายภาพความชำรุดของสังคม...

27 ส.ค. : ช็อก! ศพเด็ก 2 เดือน

ถูกฝังดินกลิ่นเหม็นคลุ้ง

26 ส.ค. : สาว 18 เหยื่อข่มขืน

ทิ้งลูกแรกเกิดหนีอายเข้ากรุง

25 ส.ค. : ตะลึง ศพเด็กทารก

หมกส้วมโรงพยาบาล

24 ส.ค. : สลด! ทารกถูกทิ้ง

มดยุงรุมกัด... ฯลฯ

ความบกพร่องทางศีลธรรมคือบาปกรรมที่ถูกผลักให้เพศหญิงเป็นผู้แบกรับ “การคลอดทารกแล้วทิ้ง” จะเด็ด เชาวน์วิไล ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ยืนยันว่า ปัญหาการทอดทิ้งทารกส่วนใหญ่สาเหตุมาจากเพศชาย ด้วยความสัมพันธ์เชิงอำนาจระหว่างชาย-หญิง คือโซ่ตรวนล่ามไม่ให้ปัญหาได้รับการคลี่คลาย

จะเด็ด อธิบายว่า การทอดทิ้งทารกสะท้อนถึงความไม่พร้อมมีบุตร หากพิจารณาจากสถิติแล้วจะพบว่าเกิดจากการเกี่ยวโยงกับความสัมพันธ์ของชายและหญิงที่ไม่เท่าเทียมกันด้านสถานะทางสังคม โดยมูลเหตุของปัญหาแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ 1.ถูกหลอก ในที่นี้หมายถึงผู้หญิงที่ถูกผู้ชายหลอกมีเพศสัมพันธ์ (เต็มใจ) และ 2.ถูกข่มขืน (ไม่เต็มใจ)

สำหรับการหลอกเพื่อมีเพศสัมพันธ์ ข้อมูลมัดแน่นเพศชายคือตัวการ ทั้งการหลอกด้วยข้ออ้างความรักโดยไม่ป้องกัน หรือหลอกให้เป็นภรรยาคนที่ 2 โดยผู้หญิงไม่รู้ตัว ซึ่ง 2 ปัจจัยนี้ทำให้เกิดสภาวะไม่พร้อมมีบุตร นำมาสู่การทำแท้ง หรือการทอดทิ้งทารกในที่สุด

อย่าโยนบาปให้เพศหญิงทารกถูกทิ้ง...เพศชายต้องรับผิดชอบ

 

“ต้องเข้าใจว่าเมื่อผู้หญิงไม่มีทางเลือกก็ต้องทำ สังคมต้องมีความเข้าใจให้ถูกต้องว่าไม่ใช่เป็นเพราะแม่ใจยักษ์ หรือผู้หญิงนิสัยไม่ดีปล่อยเนื้อปล่อยตัว” จะเด็ด ระบุ

อย่างไรก็ตาม จากสถิติร้องเรียนที่มูลนิธิได้รับและเข้าไปช่วยเหลือ เกินกว่าครึ่งมีสาเหตุมาจากผู้ชายที่ไม่รับผิดชอบ ส่วนความเข้าใจร่วมของสังคมที่มองว่าเพศหญิงไม่มีการศึกษา ไม่มีการป้องกัน ห่างไกลความเจริญ...มีปริมาณที่น้อยมาก

“ความชุกของสถานการณ์กระจายตัวอยู่ทั่วทั้งประเทศ ไม่เกี่ยวว่าเป็นชุมชนเมืองหรือชุมชนชนบท ระดับความรุนแรงของสถานการณ์เท่าๆ กัน” จะเด็ด ให้ข้อมูล

ขณะที่การแก้ปัญหาในปัจจุบันเป็นไปอย่างผิดที่ผิดทาง มุ่งแต่รณรงค์ให้ผู้หญิงป้องกันตัวเอง ดังนั้นสิ่งแรกที่ภาครัฐและภาคประชาสังคมต้องร่วมกันทำ คือ เปลี่ยนวิธีการมองปัญหา โดยต้องเลิกโยนความผิดให้กับเพศหญิง และเลิกปลูกฝังเรื่องผู้ชายเป็นช้างเท้าหน้า เป็นผู้นำครอบครัว ขณะที่ผู้หญิงต้องเป็นช้างเท้าหลัง เป็นแม่บ้านที่ดี เพราะสิ่งนี้คือค่านิยมให้เพศชายมีอำนาจเหนือเพศหญิง

นอกจากนี้ ควรตรากฎหมายกำหนดบทลงโทษเอาผิดผู้ชายด้วย เพราะปัญหาการทอดทิ้งทารก หรือการทำร้ายทารก ส่วนใหญ่เกิดขึ้นกับผู้หญิงที่ถูกผู้ชายทอดทิ้งไปขณะตั้งครรภ์ และผู้หญิงเหล่านี้มักเกิด ภาวะซึมเศร้าจนท้ายที่สุดก็มาลงที่เด็ก

ด้าน ณัฐยา บุญภักดี ผู้จัดการแผนงานสร้างเสริมสุขภาวะทางเพศ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ผู้ทำงานด้านอนามัยเจริญพันธุ์ผู้หญิงมานานกว่า 15 ปี ฉายภาพเพิ่มว่า ตลอด 4-5 ปีที่ผ่านมา แนวโน้มของวัยรุ่นที่ตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยปัจจุบันมีเด็กสาวที่อายุต่ำกว่า 20 ปี เข้าฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลเฉลี่ยวันละ 360 ราย

ณัฐยา บอกว่า อัตราการตั้งครรภ์ที่เพิ่มขึ้นแปรผันตามสัดส่วนของประชาชนที่เพิ่มขึ้น แต่การตั้งครรภ์ของแม่ที่อายุยังน้อยสะท้อนถึงปัญหาที่สุกงอม สืบเนื่องมาจากในอดีต 10-15 ปีที่ผ่านมา ไม่มีการเตรียมความพร้อมเรื่องเพศศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ

“เมื่อ 10-15 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยไม่เคยวางระบบรองรับเรื่องนี้ เมื่อเวลาผ่านไปจนเด็กเหล่านั้นโตขึ้น ปัญหาก็เริ่มสุกงอมและแสดงผลให้เห็นในปัจจุบัน หากเริ่มวางระบบป้องกันและเยียวยาให้ครอบคลุมในตอนนี้ กว่าจะได้ผลก็คงต้องรออีก 5-10 ปีข้างหน้า แต่ถ้ายังไม่เริ่ม เวลาก็จะทอดยาวออกไปอีก” ณัฐยา ระบุ

 

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก