posttoday
คอร์รัปชั่นเชิงระบบในรัฐวิสาหกิจ

คอร์รัปชั่นเชิงระบบในรัฐวิสาหกิจ

24 สิงหาคม 2555

รัฐวิสาหกิจ : โอกาสและปัญหา

รัฐวิสาหกิจ : โอกาสและปัญหา

รัฐวิสาหกิจเป็นหน่วยงานของรัฐที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ เนื่องจากรัฐวิสาหกิจส่วนมากผลิตสินค้าและให้บริการต่างๆ ที่เกี่ยวกับสาธารณูปโภคและปัจจัยพื้นฐาน (Utilities and Infrastructure Industries) เช่น พลังงาน การขนส่ง การผลิตและจ่ายกระแสไฟฟ้า น้ำประปา เป็นต้น ณ สิ้นเดือน มี.ค. 2554 รัฐวิสาหกิจของไทยมีจำนวน 57 แห่ง มีพนักงานรวมกันทั้งสิ้นกว่า 2.7 แสนคน มีสินทรัพย์รวมกันกว่า 5.4 ล้านล้านบาท มีงบลงทุนรวมกันกว่า 2.7 แสนล้านบาท กำไรสุทธิ 8 หมื่นล้านบาท

ในแต่ละรัฐวิสาหกิจยังมีงบเพื่อการลงทุนและงบเพื่อกิจกรรมอื่นๆ เช่น งบการตลาด งบประชาสัมพันธ์ งบช่วยเหลือสังคม เช่น สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ปี 2554 มีงบบริจาคทั้งสิ้น 490 ล้านบาท การบินไทยมีค่าใช้จ่ายในการขายและโฆษณา 5,800 ล้านบาท

ขณะที่ในรัฐวิสาหกิจยังมีการจัดซื้อจัดจ้างและเปิดให้บุคคลภายนอกหาประโยชน์จากกิจการของรัฐวิสาหกิจในรูปของการจัดสรรสิทธิและสัมปทานประเภทต่างๆ เช่น สิทธิในการเป็นตัวแทนจำหน่ายบุหรี่ โควตาสลากกินแบ่งฯ เป็นต้น ดังนั้นการดำเนินโครงการหรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายใดๆ ของรัฐวิสาหกิจจึงมีผลกระทบทั้งในทางบวกและทางลบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างเลี่ยงไม่ได้

รัฐวิสาหกิจจึงเป็นที่สนใจของนักการเมืองที่จะเข้าไปแสวงหาผลประโยชน์ทั้งทางการเมืองและทางเศรษฐกิจ ทำให้รัฐวิสาหกิจกลายเป็นทั้งโอกาสและปัญหาของรัฐบาลในเรื่องการคอร์รัปชัน

ที่ผ่านมารัฐวิสาหกิจมักมีปัญหาเรื่องการดำเนินงานไม่มีประสิทธิภาพ แรงงานมีประสิทธิภาพต่ำ ต้นทุนการดำเนินงานสูงเมื่อเทียบกับธุรกิจเอกชนในอุตสาหกรรมเดียวกัน

ส่งผลให้เกิดการขาดทุน ผลตอบแทนของการลงทุนต่ำกว่าที่ควรจะเป็น และมีสินค้าหรือบริการที่มีคุณภาพต่ำ หรือบางครั้งมีการเลือกลงทุนในสิ่งที่ไม่เหมาะสม (Wrong Choice)

รัฐวิสาหกิจหลายแห่งจึงมีปัญหาหนี้สินเป็นภาระแก่งบประมาณแผ่นดิน เป็นการทำลายโอกาสที่จะได้รับสินค้าหรือบริการที่ดีของประชาชนและของประเทศในการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าสูงสุดเพื่อการพัฒนา

ปัญหาสำคัญในการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจเป็นผลมาจากการคอร์รัปชันของบุคลากรในรัฐวิสาหกิจเอง และผู้มีอำนาจทางการเมืองหรือกลุ่มผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับรัฐวิสาหกิจในรูปแบบต่างๆ เช่น นักการเมือง คณะกรรมการรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารระดับสูง และพนักงานของรัฐวิสาหกิจเอง ด้วยวิธีการบิดเบือนการดำเนินงานขององค์กรเพื่อให้เกิดผลประโยชน์ส่วนบุคคล การแสวงหาค่าเช่าทางเศรษฐกิจ และการมีผลประโยชน์ทับซ้อน เป็นต้น

การแทรกแซงรัฐวิสาหกิจจากฝ่ายการเมือง เริ่มด้วยการสร้างเครือข่ายเชิงอุปถัมภ์ (Patronage) เพื่อหวังผลในการควบคุมรัฐวิสาหกิจ ให้ช่วยกันผลักดันนโยบายหรือกระทำการที่เป็นการเอื้อประโยชน์แก่ตนและพวกพ้อง เช่น การฮั้วในการจัดซื้อจัดจ้าง ด้วยการแต่งตั้งบุคคลที่เป็นพวกพ้องเข้าเป็นคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจ รวมถึงแทรกแซงการแต่งตั้งผู้บริหารระดับต่างๆ ของรัฐวิสาหกิจ และแทรกแซงการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจ

ปัจจัยสำคัญของปัญหา

ปัจจัยที่ก่อให้เกิดคอร์รัปชันเชิงระบบในรัฐวิสาหกิจ ที่สำคัญคือ

1) ปัญหาการมีวัตถุประสงค์ในการดำเนินงานที่หลากหลายของรัฐวิสาหกิจเอง จนกลายเป็นมีช่องว่างให้ผู้มีอำนาจสามารถเลือกเอาวัตถุประสงค์บางประการที่เป็นประโยชน์กับตนมาใช้เป็นข้ออ้าง เพื่อดำเนินโครงการหรือการปฏิเสธความรับผิดชอบต่อการตัดสินใจดำเนินการใดๆ (Accountability) ในกรณีที่เกิดความเสียหายต่อรัฐวิสาหกิจ

2) ปัญหาการทำหน้าที่ของคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจที่เป็นคณะบุคคลผู้มีหน้าที่ในการกำหนดบทบาท ทิศทาง นโยบาย และตรวจสอบการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจ ดังนั้นบุคคลเหล่านี้ควรทำหน้าที่โดยคำนึงถึงความผาสุกของปวงชนและประชาชนเป็นที่ตั้งและทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

แต่ในความเป็นจริงแล้วพบว่า คณะกรรมการจำนวนมากเป็นบุคคลที่ไม่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมต่อการปฏิบัติหน้าที่ หรือเข้าสู่ตำแหน่งจากการสนับสนุนของนักการเมือง ที่หวังสร้างเครือข่ายพวกพ้อง หรือเป็นเพียงเพื่อการตอบแทนบุญคุณระหว่างกัน ทำให้รัฐวิสาหกิจตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของนักการเมืองจนนำไปสู่การเกิดคอร์รัปชันเชิงระบบในรัฐวิสาหกิจ

3) เงื่อนไขภายในรัฐวิสาหกิจเองที่ไม่มีกลไกเข้มแข็งพอจะต้านทานการกระทำของนักการเมืองและพวกพ้องได้


ความเสียหายและผลกระทบระยะยาว

การคอร์รัปชันเชิงระบบที่เกิดขึ้นในรัฐวิสาหกิจ ส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของประเทศชาติในการพัฒนาเศรษฐกิจและความมั่นคง ขณะที่ประชาชนต้องเสียโอกาสในการได้รับสินค้าหรือบริการที่มีคุณภาพและราคาที่เหมาะสมจากการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจ และตัวรัฐวิสาหกิจเองก็เกิดปัญหาความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ เสียโอกาสในการพัฒนาองค์กรในระยะยาว

การคอร์รัปชันเชิงระบบที่เกิดขึ้นยังส่งผลกระทบทางลบต่อการจัดการปกครอง (Governance) และสภาพแวดล้อมด้านคุณธรรม (Moral Atmosphere) ขององค์กรให้ตกต่ำลง จนมีผลบั่นทอนประสิทธิภาพในการทำงานและส่งเสริมพฤติกรรมที่คอร์รัปชันของบุคลากรระดับต่างๆ ทั่วไปในองค์กรในระยะยาวอีกด้วย

ดังนั้น หากเราต้องการเห็นรัฐวิสาหกิจที่เป็นสมบัติของประชาชน มีความเข้มแข็ง เป็นที่พึ่งของระบบเศรษฐกิจได้ เราจำเป็นต้องหาทางตัดวงจรความสัมพันธ์เชิงแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ของนักการเมือง นักธุรกิจ และเจ้าหน้าที่ของรัฐ

...เพื่อตัดวงจรการคอร์รัปชันเชิงระบบนี้ออกไป

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน