posttoday
"เอฟทีเอ" ไทย-อียู เปิดช่องผูกขาดยาแพง

"เอฟทีเอ" ไทย-อียู เปิดช่องผูกขาดยาแพง

24 สิงหาคม 2555

เมื่อวันที่ 23 ส.ค. สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้จัดสัมมนาเรื่อง “ผลกระทบจากเอฟทีเออียูไทย” มีเนื้อหาน่าสนใจ ดังนี้

เมื่อวันที่ 23 ส.ค. สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้จัดสัมมนาเรื่อง “ผลกระทบจากเอฟทีเออียูไทย” มีเนื้อหาน่าสนใจ ดังนี้

ชุติมา อรรคลีพันธุ์ นักวิจัยสำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ ระบุว่า จากการวิจัยพบว่าหากยอมรับข้อตกลงทริปส์ผนวก จะทำให้มีค่าใช้จ่ายด้านยาเพิ่มขึ้น 0.1 ล้านเหรียญสหรัฐ/ปี/ยา 1 รายการ ปกติองค์การอาหารและยามีผู้จดทะเบียนยาใหม่ 60 รายการ/ปี รวมเป็นเงิน 6.263.5 ล้านเหรียญสหรัฐ/ปี ภายใน 10 ปีจะขยายเพิ่มเป็น 8065,215 ล้านเหรียญสหรัฐ

ด้าน ภญ.อุษาวดี มาลีวงศ์ นักวิชาการอิสระ กล่าวว่า การคุ้มครองข้อมูลทดสอบยาหรืออีกนัยหนึ่ง คือ การผูกขาดข้อมูลการขึ้นทะเบียนยา เป็นการสร้างระบบการผูกขาดทางการตลาดยาขึ้นใหม่ ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นสิทธิบัตรอำพรางเพื่อเพิ่มการผูกขาดของสิทธิบัตรที่มีอยู่เดิม โดยอาจมีระยะเวลาการผูกขาดเพิ่มขึ้นถึง 10 ปี

ผลการวิจัยในไทยพบว่า ถ้าปล่อยให้มีการผูกขาดข้อมูลการขึ้นทะเบียนยาแม้เพียง 5 ปี ค่าใช้จ่ายด้านยาของไทยจะเพิ่มขึ้นสูงขึ้นจากเดิมอีก 8.1 หมื่นล้านบาท/ปี หากยอมรับข้อตกลงทริปส์ผนวกไว้ในเอฟทีเออียูไทย จะมีผลตามข้อตกลงองค์การการค้าโลกให้ต้องยอมรับทริปส์ผนวกในข้อตกลงเอฟทีเอกับประเทศอื่นๆ ตามไปด้วย

ขณะที่ เฉลิมศักดิ์ กิตติตระกูล เจ้าหน้าที่ฝ่ายรณรงค์ มูลนิธิเข้าถึงเอดส์ กล่าวว่า ถ้ายอมรับทริปส์ผนวกจะไม่สามารถประกาศใช้ซีแอลยาได้ ค่าใช้จ่ายในระบบหลักประกันสุขภาพก็จะสูงขึ้น ต่อให้เก็บเงินมากกว่า 30 บาท ก็ไม่พอจ่าย ที่สำคัญขัดแย้งกับยุทธศาสตร์ด้านยาและการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ ซึ่งคณะรัฐมนตรีเห็นชอบไปเมื่อวันที่ 9 มี.ค. 2554

ด้าน สมเกียรติ ตรีรัตนพันธ์ รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ชี้แจงว่า ทีมเจรจาให้ข้อมูลว่าอียูมีท่าทียอมให้ไม่ต้องตัดเรื่องการห้ามประกาศใช้ซีแอลยาออกจากทริปส์ผนวก และไม่ได้บังคับว่าต้องชดเชยระยะเวลาสิทธิบัตร

“ประเด็นตอนนี้ คือ จะเอาหรือไม่เอาทริปส์ผนวก ซึ่งเวลาเรารับข้อเสนอการเจรจามาก็ต้องส่งให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา สุดท้ายก็อยู่ที่รัฐบาลว่าจะเอาหรือไม่เอา ถ้าไม่เอา ข้อตกลงนี้ก็เลิกเจรจาไปเท่านั้นเอง” สมเกียรติ กล่าว

อย่างไรก็ตาม เหตุผลที่หลายฝ่ายคัดค้านทริปส์ผนวก เพราะกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ในฐานะเลขานุการการประชุมระดับสูงเพื่อพิจารณาเตรียมการเปิดการเจรจาการค้าเสรีของไทย ได้เสนอต่อรัฐบาลวันที่ 9 ส.ค.ที่ผ่านมาว่า

“ควรกำหนดให้ไทยมีท่าทีการเจรจาที่ยืดหยุ่น โดยอาจยอมรับข้อผูกพันที่มากกว่าทริปส์ (TRIPs) หรือยอมรับทริปส์ผนวก (TRIPs Plus) ในการจัดทำการค้าเสรีกับสหภาพยุโรป

เนื่องจากการคุ้มครองข้อมูลทดสอบยา (Data Exclusivity) เพิ่มเติม 5 ปี จะไม่มีผลกระทบต่อราคายาในปัจจุบัน และการคุ้มครองข้อมูลทดสอบยา อาจมีผลทำให้ยาสามัญ (Generic Drugs) วางตลาดได้ช้าลงแต่ไม่เกิน 5 ปี จึงทำให้ผลกระทบต่อยามีจำกัด”

อะไรคือทริปส์? ทริปส์ คือ ข้อกำหนดมาตรฐานการคุ้มครองขั้นต่ำสำหรับทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อส่งเสริมการคิดค้นสิ่งประดิษฐ์และการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น สิทธิบัตร มีอายุคุ้มครอง 20 ปี นั่นคือ การได้สิทธิผูกขาดการผลิตและขายสิ่งนั้นๆ จนกว่าจะหมดอายุสิทธิบัตร

นั่นเท่ากับเป็นการผูกขาดย่อมทำให้ยาแพง คนจนไม่สามารถหาซื้อได้ โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนา

ด้วยเหตุนี้ จึงได้มีการออก “ปฏิญญาความตกลงว่าด้วยสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวกับการค้าและการสาธารณสุข”

สาระสำคัญ คือ เน้นให้มีการใช้มาตรการยืดหยุ่นในส่วนที่เกี่ยวกับสิทธิบัตรยา หรือเรียกสั้นๆ ว่า ประกาศใช้ซีแอลยานั่นเอง

ทั้งนี้ การประกาศใช้ซีแอลยาในหลายๆ ประเทศ ทำให้ราคายาลดลง และทำให้บริษัทยาข้ามชาติเสียผลประโยชน์มหาศาล ในระยะหลังประเทศผู้ผลิตยาจึงพยายามให้คู่เจรจาเพิ่มมาตรฐานการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาให้สูงขึ้นกว่าข้อตกลงทริปส์ หรือเรียกสั้นๆ ว่า ทริปส์ผนวก โดยจะมาใน 3 รูปแบบ

1.การขยายสิทธิผูกขาด 2.จำกัดการใช้มาตรการยืดหยุ่นตามข้อตกลงทริปส์ และ 3.ขยายขอบเขตการจดสิทธิบัตรให้กว้างขวางและง่ายดายยิ่งขึ้น

ภาคประชาสังคมจึงวิตกว่ารัฐบาลจะเห็นพ้องและยอมรับทริปส์ผนวกไว้ในข้อตกลงการค้าเสรีไทยสหภาพยุโรป และจะทำให้ไทยต้องมีค่าใช้จ่ายในระบบสาธารณสุขมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ