
ต้องลาออก
กรณีคลิปเสียงของนายฉลอง เรี่ยวแรง สส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย ที่มีพฤติกรรมข่มขู่คุกคามนายเจริญ ใจชน อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลม จ.กาญจนบุรี
กรณีคลิปเสียงของนายฉลอง เรี่ยวแรง สส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย ที่มีพฤติกรรมข่มขู่คุกคามนายเจริญ ใจชน อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลม จ.กาญจนบุรี
เพื่อให้ช่วยเหลือพรรคพวกของตัวเอง ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเข้าไปบุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลม รวมทั้งขอร้องแกมข่มขู่ให้นายเจริญจัดหาที่ดินให้กับตนเองจำนวน 70 ไร่ เพื่อใช้สำหรับปลูกยางพารา ซึ่งเป็นการกระทำที่เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 266 (1) และ 268 ของรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นการเข้าข่ายการแทรกแซงการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และเป็นการกระทำเพื่อประโยชน์ของตนเองไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม
คำพูดของนายฉลองตลอดที่มีการสนทนากับนายเจริญนั้น มีทั้งการแสดงอำนาจในฐานะนักการเมืองเพื่อข่มขู่ข้าราชการประจำเพื่อกดดันให้ทำตามความต้องการของตัวเอง รวมทั้งแสวงหาประโยชน์ให้กับตัวเอง ด้วยการขอให้อดีตหัวหน้าอุทยานฯ จัดหาที่ดินเพื่อนำไปปลูกยาง ที่น่าตกใจก็คือ นอกจากจะเรียกร้องขอที่ดินในเขตอุทยานแห่งชาติไปเป็นของตัวเองแบบฟรีๆ อย่างหน้าตาเฉยแล้ว ยังบอกด้วยว่า จะประสานรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นพรรคพวกของตัวเองซึ่งอยู่ในพรรคเดียวกัน ให้นำกล้ายางมาปลูกให้ฟรีอีก
ปัจจุบันนายเจริญถูกย้ายจากตำแหน่งหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลม มาประจำที่กรมอุทยานแห่งชาติ ที่กรุงเทพฯ ซึ่งนายดำรงค์ พิเดช อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ชี้แจงว่า การโยกย้ายนายเจริญไม่เกี่ยวกับที่มีคลิปเสียงขัดแย้งกับนายฉลอง เพราะได้ย้ายนายเจริญตั้งแต่ปลายปี 2554 ซึ่งเป็นการย้ายหมุนเวียนทั้งกรม อีกทั้งนายเจริญก็ถูกกล่าวหาว่าเรียกรับเงิน 2 แสนบาท จากเพื่อนของนายฉลอง โดยยืนยันว่าไม่มีการเมืองมาแทรกแซง แต่จากบทสนทนาที่เผยแพร่ออกมาฟังแล้วจับความได้ว่า บทสนทนาดังกล่าวเป็นการพูดคุยกันระหว่างที่นายเจริญยังดำรงตำแหน่งหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลมอยู่ เพราะมีการข่มขู่ว่าจะย้ายตลอดการสนทนา
เรื่องนี้นายฉลองควรจะต้องแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกทันที โดยไม่ต้องรอให้มีผู้ไปร้องกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้เสียเวลา เพราะในทางกฎหมายถือว่าได้กระทำความผิดสำเร็จแล้ว ขณะที่ในทางจรรยาบรรณก็ถือว่าการกระทำดังกล่าว เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง และไม่สมควรที่จะทำหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอีกต่อไป
สำหรับพรรคเพื่อไทย หากมีความจริงใจกับประชาชน ก็จะต้องดำเนินการกับนายฉลองอย่างจริงจัง เพราะพฤติกรรมดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า นักการเมืองบางคนได้อาสาเข้ามาทำหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็เพื่อแสวงหาประโยชน์ใส่ตัว และหากพรรคการเมืองต้นสังกัดไม่ดำเนินการใดๆ หรือปล่อยให้สมาชิกพรรคที่มีพฤติกรรมเช่นนี้ ก็เท่ากับว่าพรรคการเมืองนั้นส่งเสริมหรือสนับสนุนให้สมาชิกพรรคใช้อำนาจหน้าที่ไปแสวงหาประโยชน์ใส่ตัว







