
ดัน'วงศ์เทวัญ'ขึ้นแม่ทัพ1 หลบกระแสแดงต้าน
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ผ่าทางตันในการเลือกแม่ทัพภาคที่ 1 คนใหม่ เพื่อเป็นการ Balance of power
โดย...ทีมข่าวการเมือง
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ผ่าทางตันในการเลือกแม่ทัพภาคที่ 1 คนใหม่ เพื่อเป็นการ Balance of power ระหว่างทหารวงศ์เทวัญ ที่เติบโตจากกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1รอ.) กับบูรพาพยัคฆ์ ที่เติบโตจากกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ร.2รอ.) ด้วยการเสนอชื่อ พล.ต.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รองแม่ทัพภาคที่ 1 สายวงศ์เทวัญ เป็นแม่ทัพภาคที่ 1 คนใหม่
ในขณะที่ พล.ต.วลิต โรจนภักดี รองแม่ทัพภาคที่ 1 ซึ่งเป็นเต็งจ๋า แม่ทัพภาคที่ 1 น้องรักสายบูรพาพยัคฆ์ ของ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องมานั่งเป็นแม่ทัพน้อยที่ 1 เท่านั้น
เหตุผลสำคัญคือ ถ้า พล.ต.วลิต มานั่งเป็นแม่ทัพ 1 เกรงจะเป็นเป้าให้เสื้อแดงถล่ม เพราะ พล.ต.วลิต ช่วงเป็น ผบ.พล.ร.2รอ. เคยลงบัญชาการในการปราบปรามกลุ่มเสื้อแดงในช่วงสงกรานต์เลือด เม.ย. 2552 และสี่แยกคอกวัว วันที่ 10 เม.ย. 2553 จนเจ้าตัวได้รับบาดเจ็บสาหัส ในขณะที่ พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม เสียชีวิต
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงการเลือกผู้มาดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 1 คนใหม่ ว่ากองทัพไม่ทะเลาะกันอยู่แล้ว ทหารสอนตั้งแต่เรียนโรงเรียนนายร้อย จปร.ว่า คำสั่งผู้บังคับบัญชาคือพรจากสวรรค์ ผู้บังคับบัญชาให้เป็นอะไรก็ต้องเป็น ถ้ายังไม่ได้เป็นก็ทำความดีต่อไป
“บางคนบอกว่า เขาทำดี เช่น ไปทำงานบาดเจ็บกลับมา แต่เขาดันเป็นรุ่นน้อง รุ่นพี่ก็ต้องเป็นก่อน ก็ตอบแทนในเรื่องอื่นไปก่อน ถึงเวลาค่อยเอาเขาขึ้น แต่ไม่ใช่ว่าเพราะบาดเจ็บเพื่อเรา แล้วต้องเอาเขาขึ้น มันไม่ได้ อย่างนี้กองทัพบกเสียหาย ผมพิจารณาละเอียด รายชื่อทุกคนที่ขึ้นมา ผมจะเอารายชื่อมาดูด้วยตัวเองทุกคน ผมเหน็บทำเนียบฯ ไว้กับตัวตลอด โดยจะดูผู้บังคับหน่วยลงมาว่า ใครรุ่นพี่รุ่นน้อง ใครอาวุโส ทุกอย่างเป็นไปตามโชคชะตา อย่าไปกังวล ใครเป็นก็เหมือนกัน” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ในส่วนแคนดิเดตที่เป็นเพื่อนรุ่นเดียวกันนั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่ต้องเคลียร์อะไร ถ้าให้คนนี้เป็นแล้วอีกคนไม่สบายใจ ก็ย้ายออกไป เพราะระบบกองทัพตั้งมาอย่างนี้ ดังนั้นไม่ต้องเคลียร์ เพราะตัวเองเป็นผู้บังคับบัญชา
สำหรับความคืบหน้าในการจัดทำบัญชีรายชื่อโยกย้ายนายทหารว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือของกระทรวงกลาโหม และกองบัญชาการกองทัพไทยเกี่ยวกับรายชื่อที่ต้องส่งกลับไปกลับมาว่า มียอดบัญชีรายชื่อเท่าไร
“อย่ากังวล คิดว่าใครจะเป็นก็เหมือนกัน ตราบใดที่เอาคนดี คนเก่ง คนมีความสามารถขึ้นมา ให้เขาอยู่ในระบบของเขา ถ้าคัดสรรขึ้นมากองทัพก็อยู่ได้ ประเทศชาติก็มั่นคง ระบบนี้จะทำให้ทุกอย่างปลอดภัย เช่น ถ้าผมจะเกเร ผมก็ต้องเกรงใจ เพราะอยู่ในระบบทั้งหมด เพราะไม่ใช่คนคนเดียวตั้ง เป็นเรื่องของผู้บังคับบัญชาลงความเห็นในการเลือก ถ้าตั้งโดยคนคนเดียว โดยใช้วิธีการขอมาก็จะไม่ได้รับการยอมรับนับถือ” ผบ.ทบ. กล่าว
เมื่อถามว่า การันตีหรือไม่ว่ารายชื่อ 5 เสือ ทบ.ที่จะออกมาจะเป็นที่ยอมรับ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ถ้าขึ้นมาถึงตรงนี้ได้ ก็ต้องเป็นที่ยอมรับ อยู่ที่ว่าขึ้นมาแล้วจะทำอะไรต่อไป และทำงานดีหรือไม่ ตอนนี้อย่าคิดว่าเป็นนายพลแล้วไม่มีความหมาย ตอนนี้มีตำแหน่งทุกคน ผู้ทรงคุณวุฒิไม่ใช่ตำแหน่งแขวนลอย จะใช้งานทุกคน โดยใช้สมองคนเหล่านั้นมาประชุมแสดงความคิดเห็น ไม่ใช่นายพลว่างงาน
“ดังนั้นใน 5 เสือ ทบ. ควรจะมาจากหน่วยกำลังรบส่วนหนึ่งและมาจากฝ่ายเสนาธิการส่วนหนึ่ง จะมาจากหน่วยกำลังรบทั้งหมดคงไม่ได้ เพราะส่วนฝ่ายเสนาธิการจะบอกว่าไม่เป็นธรรมกับเขา” ผบ.ทบ. กล่าว
ทั้งนี้ เมื่อถามว่าในการโยกย้ายครั้งนี้ ได้วาง ผบ.ทบ.คนต่อไปหรือยัง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ต้องพิสูจน์อีก 2 ปี ไม่ใช่ขึ้นมาแล้วจะได้เป็นเลย และต้องดูย้อนหลังกลับไปด้วย ดูจากการทำงาน ดูจากคุณความดี ดูจากกุศลผลบุญชาติที่แล้ว และอีก 3 ชาติ ไม่ใช่ดูวันนี้
“แล้วผมจะตั้งเพื่อรักษาเก้าอี้ผมคงไม่ใช่ เพราะเก้าอี้อยู่ที่เดิม ไม่มีใครยกไปไหน ใครจะยกเก้าอี้ผมได้ จะย้ายผมได้ก็ย้ายไป ถ้าย้ายก็เลิกทำงาน” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว







