
นักข่าวช่อง7ร้องสภาทนายฟ้องอาญาแกนนำแดงเพชรบุรี
หลัง ส่งอีเมล์คุกคามข่มขู่ ไม่พอใจตั้งคำถามจี้ ยิ่งลักษณ์จนเดินหนี ขณะที่ศาลแขวงดุสิต นัดไต่สวนมูลฟ้อง 13 พ.ย.นี้
หลัง ส่งอีเมล์คุกคามข่มขู่ ไม่พอใจตั้งคำถามจี้ ยิ่งลักษณ์จนเดินหนี ขณะที่ศาลแขวงดุสิต นัดไต่สวนมูลฟ้อง 13 พ.ย.นี้
นาย เกรียงศักดิ์ วรมงคลชัย อุปนายกฝ่ายปฏิบัติการสภาทนายความ และรองโฆษกสภาทนายความ เปิดเผยว่า วันนี้สภาทนายความ ให้ความช่วยเหลือ น.ส.สมจิตต์ นวเครือสุนทร ผู้สื่อข่าวสายการเมือง สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 ยื่นฟ้อง น.ส.พรทิพย์ ปักษานนท์ แกนนำคนเสื้อแดงจังหวัดเพชรบุรี เป็นจำเลยต่อศาลแขวงดุสิต ในความผิดฐาน ทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัว หรือความตกใจโดยการขู่เข็ญตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 392 ซึ่งเป็นความผิดลหุโทษจากกรณีที่ น.ส.พรทิพย์ ส่งอีเมลลักษณะคุกคามข่มขู่ไปให้กับกลุ่มคนเสื้อแดง เพราะไม่พอใจที่ น.ส.สมจิตต์ ตั้งคำถาม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จน น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องเดินหนี
นายเกรียงศักดิ์ รองโฆษกสภาทนายความ กล่าวด้วยว่า คดีนี้ น.ส.สมจิตต์ เคยกล่าวโทษร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนและส่งสำนวนให้อัยการพิจารณาสั่งคดีแต่ภายหลังมีความเห็นสมควรสั่งไม่ฟ้อง น.ส.พรทิพย์ ดังนั้นสภาทนายความจึงใช้สิทธิโดยตรง ยื่นฟ้องต่อศาลเอง ตามที่ น.ส.สมจิตต์ ได้ร้องขอให้สภาทนายความ ช่วยเหลือทางกฎหมาย ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เป็นการตัดสิทธิของ น.ส.สมจิตต์ผู้เสียหาย
เมื่อถามว่า อัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องคดีนี้ไปแล้ว สภาทนายความมั่นใจหรือไม่ว่าศาลจะประทับรับคำฟ้องในคดีนี้ไว้พิจารณาพิพากษา นายเกรียงศักดิ์ รองโฆษกสภาทนายความ กล่าวว่า ตอนนี้ตนยังคงตอบไม่ได้ ต้องรอศาลไต่สวนมูลฟ้องก่อนจึงตอบได้ว่าศาลน่าจะมีคำสั่งรับฟ้องในคดีนี้ไว้หรือไม่ เพราะตามหลักถ้าศาลไต่สวนแล้วคดีมีมูลก็น่าจะรับฟ้องได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคำฟ้องคดีนี้ ระบุว่า เมื่อวันที่ 22 – 24 ส.ค.54 โจทก์ทำหน้าที่เป็นผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์ช่อง 7 โดยจำเลยได้ข่มขู่โจทก์ด้วยการโพสต์รูปภาพโจทก์บนอินเตอร์เน็ต ที่มีข้อความระบุไว้ว่า “ จำหน้าหล่อนไว้ เห็นที่ไหนก็จัดให้หน่อยก็แล้วกัน” และข้อความว่า “..เป็นนักข่าวสาวช่อง7 สี ที่นายก ฯ ชื่นชมนักชมหนาว่า กล้าหาญ ที่ถามคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จนต้องเดินเลี่ยง คนนี้เป็นใคร หล่อนคือสมจิตต์ นวเครือสุนทร หรือในนามแฝง มาตา วายุกานต์...และเคยจัดรายการวิทยุร่วมกับนายมีชัย มีเสน อดีตบก.นสพ.แนวหน้า กับผู้สื่อข่าว นสพ.บางกอกโพสต์ นี่เอง...” และจำเลยได้ส่งต่อถ้อยคำดังกล่าว ต่อเพื่อนจำเลยอีก 40 คนกระทั่งมีคนเสื้อแดง 20 คน เดินทางไปยังสถานีโทรทัศน์ช่อง 7 เพื่อกดดันให้ทบทวนการทำงานของโจทก์ และให้โจทก์ถอนคำร้องทุกข์ที่โจทก์ให้ไว้กับพนักงานสอบสวน
ซึ่ง ศาลแขวงดุสิต รับคำฟ้องไว้ในสารบบ เป็นคดีเลขดำ 2634/55 และนัดไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ในวันที่ วันที่13 พ.ย.นี้ เวลา 09.00 น.







