
รถคันแรกทำรัฐกระเป๋าฉีก
มาตรการรถคันแรกฮิตไม่หยุด ยอดขอใช้สิทธิพุ่งสัปดาห์ละ 1 หมื่นคันทั่วประเทศ คลังคาดคืนภาษีเกินงบแน่นอน
มาตรการรถคันแรกฮิตไม่หยุด ยอดขอใช้สิทธิพุ่งสัปดาห์ละ 1 หมื่นคันทั่วประเทศ คลังคาดคืนภาษีเกินงบแน่นอน
นางเบญจา หลุยเจริญ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ยอดขอใช้สิทธิโครงการขอคืนภาษีสรรพสามิตสำหรับการซื้อรถยนต์คันแรก ตามนโยบายรัฐบาลเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากสัปดาห์ละ 100 คัน เป็น 1,000 คัน และล่าสุดเป็นสัปดาห์ละ 1 หมื่นคันแล้ว ทำให้การขอใช้สิทธิรถคันแรกสูงถึง 1.45 แสนคัน เป็นเงินที่ต้องจ่ายคืน 1 หมื่นล้านบาทแล้ว
ทั้งนี้ คาดว่าถึงสิ้นปีจะมีผู้ขอใช้สิทธิขอคืนภาษีไม่น้อยกว่า 5 แสนคัน เป็นเงินที่ต้องจ่ายคืนไม่น้อยกว่า 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นเงินที่สูงเกินคาด เนื่องจากในปีงบประมาณ 2556 กรมสรรพสามิตได้ของบประมาณเพื่อจ่ายคืนรถคันแรก 7,000 ล้านบาทเท่านั้น ขณะนี้ก็เกินงบแล้ว
“หากไม่พอก็จะขอให้รัฐบาลจัดสรรงบกลางมาจ่ายไปก่อน”นางเบญจา กล่าว
การที่มีผู้มาขอใช้สิทธิรถคันแรกมากนั้น ส่วนหนึ่งคาดว่ามาจากการที่คณะรัฐมนตรีมีมติขยายเวลาการรับรถยนต์ คือซื้อภายในวันที่ 31 ธ.ค. 2555 และไม่กำหนดวันรับรถยนต์ เนื่องจากเกรงว่าผู้ผลิตจะผลิตรถยนต์ส่งให้ลูกค้าไม่ทัน
สำหรับรถที่ขอใช้สิทธิรถคันแรก ประกอบด้วยรถยนต์นั่งทั่วไป 8 หมื่นคัน เป็นเงินที่ต้องคืน 7,336 ล้านบาท รถกระบะ 3.2 หมื่นคัน เป็นเงินที่ต้องคืน 530 ล้านบาท และรถยนต์นั่งมีกระบะ 3.16 หมื่นคัน เป็นเงินที่ต้องคืน 2,482 ล้านบาท
นางเบญจา กล่าวว่า รถยนต์คันแรกที่จะได้สิทธิคืนเงิน จะต้องเป็นรถยนต์ที่มีการประกอบการและขายได้จริง ค่ายรถไม่สามารถไปนำรถต้นแบบมาให้เปิดจอง โดยที่ยังไม่มีการผลิตเพื่อใช้สิทธิรถคันแรกได้ ซึ่งทางกรมจะทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการทุกค่ายให้เข้าใจในเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่ง
อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า กรมจะเสนอกระทรวงการคลังลดภาษีน้ำมันดีเซลต่อไปทีละเดือนเหมือนที่ผ่านมา ส่วนการปรับขึ้นภาษีตัวอื่นๆ ทางกรมยังพยายามชี้แจงฝ่ายการเมืองให้เห็นชอบต่อไป







