
ภาษีที่ดินวัดใจพท.
กฎหมายการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เป็นเรื่องที่กระทรวงการคลังพยายามผลักดันมาไม่น้อยกว่า 30 ปี ล่าสุด
กฎหมายการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เป็นเรื่องที่กระทรวงการคลังพยายามผลักดันมาไม่น้อยกว่า 30 ปี ล่าสุด
นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ออกมาเดินหน้าจะใช้กฎหมายนี้ให้ได้ภายใน 2 ปี เพื่อสร้างความเป็นธรรมในระบบภาษีและสังคม ช่วยกระจายทรัพยากรจากคนที่มีมากกว่าไปให้คนที่มีน้อยกว่า
อย่างไรก็ตาม การเก็บภาษีที่ดินฯ กลายเป็นของแสลงของนักการเมืองรวมทั้งกลุ่มทุนที่ร่ำรวยที่ดิน เพราะหากกฎหมายนี้มีผลออกมาบังคับใช้ คนกลุ่มนี้จะต้องมีภาระภาษีเพิ่มขึ้นจำนวนมาก ดังนั้นที่ผ่านมานักการเมืองและกลุ่มทุนจึงผนึกกันเตะถ่วงกฎหมายนี้ไม่ให้เกิดขึ้นมาได้
ในอดีตรัฐบาลประชาธิปัตย์ (ปชป.) ช่วงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ได้ผลักดันกฎหมายภาษีที่ดินฯ ได้ไกลที่สุดเท่าที่เคยมีมา ถึงขั้นบรรจุเป็นวาระให้สภาพิจารณา แม้ว่าจะมี สส.ใน ปชป.และพรรคร่วมรัฐบาลในขณะนั้นคัดค้านไม่เห็นด้วยก็ตาม
เหตุผลออกกฎหมายภาษีที่ดินฯ ขณะนั้น เพราะกฎหมายนี้จะเป็นการเก็บภาษีจากทรัพย์สินครั้งแรกของประเทศ ซึ่งจะสร้างความเป็นธรรมในระบบภาษี และลดความเหลื่อมล้ำของสังคม ให้คนมีที่ดินต้องจ่ายภาษีเพื่อกระจายไปให้คนที่ไม่มีที่ดิน
ในร่างกฎหมายภาษีที่ดินฯ ดังกล่าว ยังให้มีการจัดตั้งธนาคารที่ดิน โดยให้กันภาษีส่วนหนึ่งที่เก็บได้ไปตั้งกองทุนเพื่อซื้อที่ดินไปให้คนจนเช่าในราคาถูกเพื่อทำมาหากิน เป็นการสร้างโอกาสให้คนจนไม่มีที่ดิน ได้มีที่ดินทำกินแบบยั่งยืน
แต่เมื่อมีการเลือกตั้งใหม่ รัฐบาลเพื่อไทย (พท.) ที่มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ยืนยันร่างกฎหมายภาษีที่ดินฯ เพื่อให้สภาพิจารณาต่อ ทำให้ต้องเริ่มนับหนึ่งกฎหมายนี้กันใหม่
ซึ่งช่วง 1 ปีที่รัฐบาล พท.บริหารประเทศมา ก็ไม่เคยที่จะเร่งเดินหน้ากฎหมายนี้ เหมือนกฎหมายบางฉบับที่นอกจากไม่ช่วยแก้ปัญหาลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ที่รัฐบาลได้หาเสียงไว้กับคนเสื้อแดงว่าเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมไทยในขณะนี้แล้ว ยังเป็นการสร้างความแตกแยกให้กับสังคมมากขึ้นอีกด้วย
ขณะที่ร่างกฎหมายที่ดินฯ ของรัฐบาลนี้ก็ถูกแก้ไขสาระสำคัญหลายประเด็น เช่น ให้เริ่มเก็บภาษีที่ดินเฉพาะจังหวัดที่มีความพร้อม ซึ่งจะกลายเป็นช่องว่างให้นักการเมืองและนายทุนที่ดิน แทรกแซงไม่ให้มีการเก็บภาษีที่ดินในจังหวัดที่ตัวเองถือครองที่ดินจำนวนมาก
นอกจากนี้ เรื่องของธนาคารที่ดินก็ถูกตัดทิ้ง โดยให้เหตุผลว่าเป็นคนละเรื่อง การตั้งกองทุนที่ดินไม่ควรมารวมกับเก็บภาษีที่ดินฯ
ดังนั้น เมื่อกระทรวงการคลังชงเรื่องขึ้นมาถึงขนาดนี้แล้ว จากนี้ไปก็ขึ้นกับรัฐบาลเพื่อไทย ซึ่งหาเสียงว่าเป็นพรรคต้องการลดความเหลื่อมล้ำของสังคม จะต้องแสดงความจริงใจเร่งออกกฎหมายภาษีที่ดินฯ อย่างเร่งด่วน เพื่อกระจายทรัพยากรที่ดินให้ใช้งานได้มีประสิทธิภาพและเป็นธรรม







