posttoday
แนวรับรัฐบาล ปูดแผนลอบสังหารมาร์ค ตร.ประกบ 5 กลุ่มต้องสงสัย

แนวรับรัฐบาล ปูดแผนลอบสังหารมาร์ค ตร.ประกบ 5 กลุ่มต้องสงสัย

18 มีนาคม 2553

หลังจากกลุ่มเสื้อแดงได้บุกไปเทเลือดที่หน้าบ้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง แกนนำคนเสื้อแดง ประกาศจะเอาเลือดนายกฯ มาล้างเท้า เมื่อวันที่ 17 มี.ค. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมายืนยันว่าข่าวที่เกี่ยวกับการลอบสังหารหรือการลอบทำร้ายนายกฯ นั้นมีมาตลอด ก็เป็นเหตุผลที่ต้องมาพักที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ โดยต้องระมัดระวังตลอดเวลา เพราะฝ่ายข่าวได้เตือนนายกรัฐมนตรีมาตลอด

ทั้งนี้ เมื่อถามว่า แหล่งข่าวที่เตือนมานั้นเชื่อถือได้หรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า จากหน่วยงานทั้งหลายที่ทำหน้าที่ด้านการข่าวก็เตือนมา นายกรัฐมนตรีเองก็พยายามระมัดระวังและเหตุการณ์ขณะนี้แกนนำผู้ชุมนุมเริ่มแตกคอกัน และกลุ่มที่นิยมความรุนแรงเริ่มมีบทบาทในการนำมากขึ้น เราก็กังวลว่าเหตุการณ์รุนแรงมีโอกาสจะเกิดขึ้นได้

“เรื่องนี้เราไม่จำเป็นจะต้องไปครีเอตความน่ากลัวเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อทำให้เกิดคะแนนสงสาร และข่าวแบบนี้สามารถดับเบิลเช็กกับฝ่ายความมั่นคงได้อยู่แล้ว” นายสาทิตย์ กล่าว

ด้าน พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวยอมรับว่า หน่วยข่าวกรองภายในประเทศได้มีการแจ้งเตือนเรื่องการลอบสังหารมายัง บช.น. เหมือนกัน ทางเจ้าหน้าที่มีแผนรองรับการดูแลรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญไว้แล้วตั้งแต่การออกตรวจพิเศษ การดูจุดสูงข่ม การยิงอาวุธวิถีโค้ง และมาตรการรักษาความปลอดภัยในด้านอื่นๆ ทางเจ้าหน้าที่มีแผนรองรับไว้หมดแล้ว

อย่างไรก็ตาม เมื่อถามว่า มีการระบุกลุ่มผู้ต้องสงสัยที่จะลอบสังหารนายกฯ หรือไม่ พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ขณะนี้มีการจับตากลุ่มผู้ต้องสงสัยประมาณ 56 กลุ่มที่เคยก่อเหตุและสร้างสถานการณ์ความรุนแรงป่วนบ้านเมืองในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้ไม่สามารถเปิดเผยได้

สำหรับการเฝ้าระวังติดตามกลุ่มผู้ไม่หวังดีที่คอยสร้างสถานการณ์ต่างๆ เจ้าหน้าที่ได้ติดตามอย่างใกล้ชิด และคอยดูแลแจ้งทุกหน่วยให้เพิ่มความเข้มในการตรวจพื้นที่ในช่วงเวลากลางคืน โดยมีการตั้งจุดตรวจทั้งสิ้น 24 จุด ทั่ว กทม. ตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่พื้นที่ชั้นใน จำนวน 6 จุด พื้นที่ชั้นกลาง จำนวน 10 จุด และพื้นที่ชั้นนอก จำนวน 8 จุด โดยเน้นตรวจบุคคล ยานพาหนะ สิ่งแปลกปลอมต่างๆ ที่สามารถก่อเหตุได้ และคอยอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่เพิ่มสายตรวจเพื่อมาเสริมในการดูแลป้องกันเหตุต่างๆ และจัดให้มีชุดเคลื่อนที่เร็วอีก 400 นาย มาดูแล

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พูดจาต้องระวัง เพราะล่อแหลมเข้าข่ายกระทำความผิดต่อความมั่นคงต่อประเทศโดยเฉพาะการกระทำมาจากนอกประเทศ โทษตามความผิดมันหนักมาก ถ้าเข้าข่าย พ.ต.ท.ทักษิณ จะยุ่ง ทั้งนี้ วิธีการนำระเบิดไปขว้างหรือนำเอ็ม 79 ไปยิงไม่ใช่วิธีการประชาธิปไตย

“ตอนนี้คุณทักษิณยังไม่เข้าข่ายโทษความผิดภัยความมั่นคง แต่เฉียดเข้ามาใกล้แล้ว คิดว่าคนส่วนใหญ่ของเขาน่าจะยึดแนวสันติวิธี ถ้าผมเป็นเขาจะสู้แบบสันติวิธี ทำคะแนนอะไรก็ว่าไป ถ้าใช้ใต้ดินประชาชนหรือพวกคุณก็ไม่ยอม” นายสุเทพ กล่าว

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ