
กีฬาสะท้อนการเมือง
สิ้นสุดไปแล้วกับมหกรรมกีฬาของมวลมนุษยชาติอย่างโอลิมปิกเกมส์ ลอนดอน 2012 ในครั้งนี้ดูเหมือนว่าจะมีดรามาให้พูดถึงกล่าวขวัญกันมากมาย
โดย...ธนพล ไชยภาษี
สิ้นสุดไปแล้วกับมหกรรมกีฬาของมวลมนุษยชาติอย่างโอลิมปิกเกมส์ ลอนดอน 2012 ในครั้งนี้ดูเหมือนว่าจะมีดรามาให้พูดถึงกล่าวขวัญกันมากมาย
อย่างที่ชัดเจนที่สุดคือ ความพยายามแข่งขันการเป็นมหาอำนาจโลกระหว่างสหรัฐและจีน ที่สะท้อนออกมาในรูปแบบของการแข่งขันกีฬาที่น่าดูน่าชม มีทั้งในเกม นอกเกมให้ดู เรียกได้ว่าสะใจชาวโลกครับ
ถ้ายังจำกันได้ มหกรรมกีฬาโอลิมปิก 2008 ที่กรุงปักกิ่งเป็นเจ้าภาพในครั้งนั้น เป็นช่วงเศรษฐกิจโลกกำลังเจอกับวิกฤตครั้งสำคัญ การจัดโอลิมปิกของจีนคือ การกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งสำคัญในเอเชียที่ทั่วโลกต่างฝากความหวังไว้ในครั้งนั้นว่า เศรษฐกิจที่คึกคักของโอลิมปิกจะทำให้เศรษฐกิจโลกกระเตื้องขึ้นไปด้วย
และที่สำคัญที่สุดโอลิมปิกในครั้งนั้นคือ การแสดงถึงความเป็นมหาอำนาจใหม่ของจีนอย่างแท้จริงและอย่างเป็นทางการ พร้อมๆ กับการเป็นเจ้าเหรียญทองครั้งแรกของจีนที่สามารถเอาชนะมหาอำนาจเดิมอย่างสหรัฐได้
โอลิมปิกที่ลอนดอนในครั้งนี้ จึงกลายเป็นการขับเคี่ยวกันอย่างที่สุด ระหว่างมหาอำนาจเก่าอย่างสหรัฐและผู้ที่มาใหม่อย่างจีน หลังจากตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ทั้งสองชาติปะทะกันอย่างรุนแรงทั้งในเรื่องความขัดแย้งทางเศรษฐกิจและการแย่งชิงอิทธิพลในเอเชีย
โอลิมปิกที่ลอนดอน จึงเกิดการโต้ตอบกันนอกเกมกีฬามากมายครับ ไม่ว่าจะเป็นกรณีของ เย่ว์ชีเหวิน นักว่ายน้ำหญิงวัย 16 ปี ของจีนที่ชนะเหรียญทองทำลายสถิติโลกได้อย่างน่าเหลือเชื่อกับการว่ายในช่วง 25 เมตรสุดท้ายที่เร็วกว่าผู้ชายเสียอีก แน่นอนสหรัฐออกมาแสดงความแคลงใจในทันที ว่าเป็นเรื่องปกติหรือไม่ จนทำให้เกิดการตอบโต้จากจีนว่า สหรัฐและโลกตะวันตกมักจะจ้องจับผิดนักกีฬาจีนมากจนเกินไป ซึ่งเป็นเรื่องสองมาตรฐานอย่างชัดเจน
กระนั้นก็ตามจีนในฐานะมหาอำนาจใหม่ของโลกก็ยังไม่สามารถแสดงออก ซึ่งคุณสมบัติที่มหาอำนาจโลกพึงมีและพึงเป็นตัวอย่างให้กับชาวโลก ซึ่งก็คือ สปิริต ความโปร่งใส และความยุติธรรม
ไม่ว่าจะเป็นกรณีการที่นักแบดมินตันสาวของจีนถึง 4 คน เล่นปาหี่แข่งกันแพ้ให้ชาวโลกชมร่วมกับนักแบดมินตันจากเกาหลีใต้และอินโดนีเซียเพียงเพื่อหวังผลในรอบต่อไป จนในที่สุดก็ถูกจับผิดออกจากการแข่งขันไปในที่สุด
หรือจะกรณีความไม่บริสุทธิ์ในการตัดสินการแข่งขันชกมวย ที่นักมวยจากจีนชนะนักมวยจากไทยไปอย่างค้านสายตาชาวโลก
จีนจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องแสดงออกซึ่งจิตวิญญาณ และคุณสมบัติของความเป็นผู้นำโลกให้มาก และมีความจริงใจมากกว่านี้ ถ้าจีนจะต้องก้าวขึ้นสู่การเป็นมหาอำนาจโลกอย่างแท้จริง
อย่างน้อยก็ต้องไม่ลืมว่า จีนสร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจของตัวเองขึ้นมาก็ด้วยการแทรกแซงค่าเงินหยวนให้อ่อนค่ากว่าความเป็นจริง ที่ทำให้ต้นทุนค่าจ้าง ต้นทุนการผลิตของจีนถูกกว่าคู่แข่ง ซึ่งก็ถือเป็นการแข่งขันอย่างไม่เป็นธรรมบนเวทีเศรษฐกิจโลกเหมือนกันครับ







