posttoday
นิติธรรมในแดนใต้

นิติธรรมในแดนใต้

11 สิงหาคม 2555

คราวที่แล้วได้พูดคุยกันไปถึงเรื่องปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งโดยทั่วไปมักจะเรียกกันว่า 3

โดย...เจษฐ์ โทณะวณิก

คราวที่แล้วได้พูดคุยกันไปถึงเรื่องปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งโดยทั่วไปมักจะเรียกกันว่า 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่อันที่จริงการกระจายตัวของปัญหา รวมถึงแนวทางหรือการออกประกาศหลายๆ อย่างของรัฐก็ครอบคลุมถึง 5 จังหวัดด้วยกัน นั่นคือ รวมเอาสงขลาและสตูลเข้าไว้ด้วย ไม่ใช่เพียงแค่ปัตตานี ยะลา นราธิวาส

ดังนั้น หากจะพิจารณาการแก้ปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงควรที่จะพิจารณาทั้ง 5 จังหวัดไปพร้อมกัน แต่แน่นอน การแบ่งพื้นที่ตามความรุนแรงของปัญหาและการดำเนินการที่สอดคล้องกับแต่ละพื้นที่ อาจจะเห็นว่าเกิดความแตกต่างในการแก้ปัญหาบ้าง ก็คงจะไม่ว่ากัน เพราะขนาดเดียวคงจะไม่สามารถใส่ได้เหมือนกันหมด (One Size Does Not Fit All)

อย่างไรก็ตาม มีการดำเนินการหลายๆ เรื่องที่สามารถจะทำได้ในแนวทางเดียวกัน หรืออาจจะทำเหมือนๆ กันได้ในทั้ง 3 หรือ 5 จังหวัด เนื่องจากเป็นวิธีการเบื้องต้น หรือเป็นวิธีการรักษาความสงบ หรือความปลอดภัยทั่วไป อาจจะเรียกได้ว่าเป็นมาตรการป้องกันที่สามารถใช้ได้กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในภาคใต้ตามที่เราเห็นกันอยู่ โดยเป็นมาตรการทางกายภาพสามารถทำได้เช่นเดียวกันในทุกพื้นที่ ส่วนมาตรการทางชีวภาพ คือ การทำความเข้าใจกับพี่น้องใน 3-5 จังหวัด ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องประชาชน หรือตำรวจ ทหาร ข้าราชการพลเรือน นั่นคงจะต้องตามมาหรือต้องทำควบคู่กันไป

มาตรการที่ว่าได้เคยเสนอท่านผู้อ่านไปคร่าวๆ ในคราวที่แล้ว โดยมีทั้งหมด 6 มาตรการด้วยกันตามแนวทางยุทธศาสตร์ที่ ศ.อุกฤษ มงคลนาวิน ประธานคณะกรรมการอิสระว่าด้วยการส่งเสริมหลักนิติธรรมแห่งชาติ (คอ.นธ.) ได้นำเสนอเอาไว้ ซึ่งหลายๆ มาตรการคงจะได้นำเสนอต่อรัฐบาลไปแล้ว เห็นได้จากการที่รัฐบาลมีแนวทางเกี่ยวกับการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ออกมาเมื่อไม่กี่วันที่สอดคล้องกัน เช่น เรื่องการเพิ่มเขตเซฟตีโซนและการเพิ่มกล้องวงจรปิด

มาตรการที่ว่าไปนั้น มาตรการที่ 1 คือ การใช้อุปกรณ์ช่วยป้องกันภัย ซึ่งเบื้องต้นมีอยู่ 6 มาตรการ ในมาตรการนี้แบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรก คือ การเพิ่มประสิทธิภาพระบบกล้องวงจรปิด โดยการใช้ระบบการจดจำด้วยความถี่คลื่นวิทยุ (RFID) ตรวจสอบยานพาหนะที่เดินทางเข้าออก

ระบบดังกล่าวจะทำการบันทึกข้อมูลต่างๆ ของยานพาหนะไว้ที่ป้ายทะเบียน โดยสามารถตรวจสอบได้ตามจุดตรวจต่างๆ เมื่อผ่านเครื่องสแกนว่าเป็นยานพาหนะที่ถูกขโมยมาหรือทำการปลอมแปลงแล้วเข้ามาก่อเหตุในพื้นที่หรือไม่ พร้อมทั้งสามารถติดตามเส้นทางได้อีกด้วย

ส่วนที่สอง คือ การใช้ระบบช่วยจดจำใบหน้า (Face Recognition) ตรวจสอบบุคคลต้องสงสัยผ่านทางกล้องวงจรปิดตามจุดสำคัญๆ แล้วส่งภาพไปยังคอมพิวเตอร์เพื่อประมวลผล และสืบค้นประวัติจากเครือข่ายข้อมูลของหน่วยงานรัฐ

มาตรการที่ 2 คือ การใช้เครื่องตรวจค้นสิ่งต้องสงสัยแบบเคลื่อนที่ด้วยรถรังสีเอ็กซ์ ซึ่งจะทำหน้าที่เสมือนด่านเคลื่อนที่ มีความคล่องตัวและประสิทธิภาพสูงในการตรวจจับสิ่งผิดกฎหมายต่างๆ ที่ซุกซ่อนมาในยานพาหนะ โดยไม่ต้องลงจากรถหรือเปิดประตู อีกทั้งยังแสดงลักษณะของสิ่งของที่บรรทุกอยู่ภายในได้อย่างชัดเจน โดยรถสามารถเคลื่อนที่ไปตามเส้นทางถนนหรือท่าเทียบเรือตามชายฝั่งทะเลที่มีการลักลอบขนสินค้า สิ่งเสพติด หรือคนต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองได้อีกด้วย

มาตรการที่ 3 คือ การใช้เครื่องสแกนบุคคลด้วยคลื่นมิลิมิเตอร์ ซึ่งเครื่องสแกนดังกล่าวจะตรวจวัตถุที่ซุกซ่อนอยู่ในร่างกาย สำหรับสถานที่ราชการหรือที่สาธารณะที่ต้องการความปลอดภัยสูง เช่น สนามบิน ศาลากลาง

มาตรการที่ 4 คือ การใช้เครื่องตรวจค้นสิ่งผิดกฎหมายความละเอียดสูง เครื่องนี้สามารถตรวจค้นสารเคมีและสารเสพติดที่มีความแม่นยำสูง โดยใช้แผ่นทดสอบป้ายที่วัตถุต้องสงสัยแล้วนำเข้าเครื่องตรวจ จะสามารถบอกได้ทันทีว่าเป็นสารชนิดใด ช่วยตรวจสอบผู้ต้องสงสัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

มาตรการที่ 5 คือ การใช้ถังขยะป้องกันระเบิด เป็นถังขยะชนิดพิเศษที่สามารถกักเก็บการระเบิดไว้ภายในตัว โดยไม่ทำให้สภาพแวดล้อมข้างเคียงเสียหาย สามารถนำไปวางในจุดที่เป็นอาคารสาธารณะที่มีคนพลุกพล่านมากๆ เช่น สนามบินได้

มาตรการที่ 6 คือ การใช้ระบบไฟส่องสว่างแบบผสม โดยเป็นการผสมระหว่างพลังงานแสงอาทิตย์และลม เสาไฟฟ้าที่ใช้พลังงานทดแทนในการผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อให้แสงสว่างนี้ สามารถติดตั้งในพื้นที่ห่างไกล สะดวก รวดเร็วในการติดตั้งใช้งาน เมื่อมีแสงสว่างมากพอที่จะมองเห็นได้อย่างชัดเจน ย่อมสามารถช่วยลดการเกิดเหตุร้ายต่างๆ ได้ ที่สำคัญเสาไฟฟ้าและหลอดไฟที่ใช้ไม่สามารถถูกทำลายได้โดยง่ายอีกด้วย

ลองช่วยกันพิจารณาดูนะครับ มีอะไรเพิ่มเติมก็ช่วยกัน พี่น้องภาคใต้ของพวกเราจะได้พบสันติสุขกันเสียที

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ