
อเมริกันตะลึงพระสิริโฉม
ครอบครัวของคุณเพ็ญพรรณเป็นคนมีฐานะดีพอควร อยู่ในสังคมไฮโซ
โดย...ประมนต์ สุธีวงศ์
ครอบครัวของคุณเพ็ญพรรณเป็นคนมีฐานะดีพอควร อยู่ในสังคมไฮโซ เป็นสมาชิกสโมสรดังของเมือง และเราเคยได้รับเชิญไปทานอาหารที่สโมสรนี้พร้อมครอบครัวเป็นครั้งคราว
บางครั้งพาเราไปฟังคอนเสิร์ตวงใหญ่ที่มาแสดง อาศัยที่มีประสบการณ์ฟังโอเปรากับเพื่อนอิหร่านที่หอพักที่มหาวิทยาลัยแคนซัสอยู่บ้าง เลยพอถูๆ ไถๆ ฟังไปสัปหงกไปนิดหน่อย
ฝรั่งเขาบอกว่า การฟังดนตรีคลาสสิกเป็น “Acquired Taste” หรือแปลง่ายๆ ว่า “รสนิยมที่ต้องสรรหา” คงจริงอย่างที่พูด เพราะถ้าไม่ศึกษาความเป็นไปและเป็นมาของวงดนตรีประเภทนี้ ไม่ศึกษาว่าใครคือผู้แต่ง และรสนิยมเขาเป็นอย่างไร ฟังก็คงไม่เข้าใจและไม่สนุก
อยู่ไปๆ พอแก่ๆ ได้ที่ ก็รู้สึกพอมีความชำนาญพอสนทนาภาษาดนตรีกับเขาได้บ้าง ว่ากันตามจริงเพลงคลาสสิกของฝรั่งที่เป็นอมตะนั้นมีมาก ใครที่ได้ฟังก็ชอบได้ทั้งนั้น
ต่อมาภายหลังผมโชคดีมีโอกาสได้ไปชมคอนเสิร์ตชุดใหญ่ที่กำกับวงโดยวาทยกรชื่อดัง คือ Arthur Toscanini ที่ Radio City Hall, N.Y. และมี Isacs Stern นักไวโอลินเอกเป็นผู้นำวง Toscanini เสียชีวิตไปหลายปีแล้ว แต่ในยุคนั้นเขาชื่อเสียงโด่งดังมาก ต่อมาก็ได้มีโอกาสไปชมการบรรเลงซึ่งกำกับโดยวาทยกรชื่อดังของโลกอีกหลายคน เช่น Zubin Nehta หรือ สุบิน เมตตา เชื้อสายอินเดีย เคยมากำกับวงที่เมืองไทย 2-3 ครั้ง หลายท่านที่มีโอกาสไปชมแล้วคงลืมลีลาของเขาไม่ลง
ระหว่างที่เรียนหนังสือผมสะสมแผ่นเสียงเพลงคลาสสิกไว้พอสมควร และได้ปรึกษาคุณเพ็ญพรรณ ว่า เราควรซื้อเครื่องเล่นแผ่นเสียงและระบบเครื่องเสียงดีๆ ไว้สักชุดก่อนกลับประเทศไทย ยุคนั้นเครื่องเสียงที่มีชื่อที่สุดคือ Fisher เครื่องเสียงแบบหลอดสุญญากาศ รูปร่างเทอะทะและหนักหลายกิโล ถ้าเทียบประสิทธิภาพและคุณภาพเสียงของเครื่องเสียงปัจจุบันแล้ว คงไม่ต่างกว่า iPod ที่มีขนาดเท่าฝ่ามือเท่านั้น
เราต้องทุบกระปุกลงขันด้วยเงินเกือบทั้งหมดที่เรามี เพื่อไปซื้อเครื่องเสียงดังกล่าวชุดหนึ่ง
ตอนจ่ายเงินสดๆ ให้กับคนขายซึ่งเป็นหญิงสูงอายุ เธอคงสงสารเลยบอกด้วยความเป็นห่วงว่า You got to eat too, you know! หมายความว่า อย่าลืมว่ายังต้องมีไว้กินไว้ใช้ด้วยนะหนูน้อย
ผมยังเก็บรักษาเครื่องเสียงชุดนี้ไว้อย่างดีและยังสมบูรณ์ใช้ได้ดี แม้เดี๋ยวนี้แผ่นเสียงถูกทดแทนด้วยซีดีและเครื่องเสียงได้พัฒนาเป็นระบบดิจิตอล ไม่ใหญ่โตเหมือนก่อนแล้ว แต่เครื่องเสียงชุดที่เก็บรักษาไว้นี้มิใช่มีค่าต่อความหลังของเราสองคนเท่านั้น แต่เผลอๆ อีก 20-30 ปี อาจเป็นวัตถุโบราณที่หาไม่ได้อีกแล้ว อาจมีค่าทางการเงินไม่น้อยอีกด้วย ไว้ให้หลานๆ ได้กุศลไป
ในระหว่างศึกษาอยู่ที่สหรัฐอเมริกาเป็นเวลา 7 ปีนั้น มีเหตุการณ์สำคัญๆ ทั้งทางการเมืองและสังคมเกิดขึ้นมากมาย จะขอกล่าวถึงบางเหตุการณ์ที่ประทับอยู่ในความทรงจำด้วยสาเหตุต่างๆ กันดังนี้
ในปี 2503 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินเยือนสหรัฐอเมริกาเป็นเวลา 3 เดือนเต็ม ตั้งแต่วันที่ 14 มิ.ย.14 ก.ย. จุดแรกที่เสด็จพระราชดำเนินถึง คือ เมืองโฮโนลูลู มลรัฐฮาวาย ขณะนั้นมีข่าวรายงานว่าคนอเมริกันพากันตื่นตะลึงในพระสิริโฉมของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เป็นอันมาก
วันที่ 18 มิ.ย. เสด็จฯ ถึงลอสแองเจลิส มลรัฐแคลิฟอร์เนีย ทรงเยือนโรงถ่ายภาพยนตร์พาราเมาท์ และพระราชทานพระวโรกาสให้ เอลวิส เพรสลีย์ เข้าเฝ้าฯ
คนไทยที่เมืองแอลเอและใกล้เคียงได้เข้าเฝ้าฯ ด้วยความปลื้มปีติ ขณะนั้นผมย้ายไปอยู่ที่มหาวิทยาลัยแคนซัสแล้ว จึงมิได้ไปเฝ้าฯ รับเสด็จด้วย วันที่ 28 มิ.ย. เสด็จพระราชดำเนินเยือนนครวอชิงตัน ดี.ซี. เมืองหลวงของสหรัฐ ประธานาธิบดี ไอเซนฮาวร์ ถวายการต้อนรับ ทรงได้เสวยพระกระยาหารค่ำร่วมกับท่านประธานาธิบดีและคณะทูตและทูตานุทูตของหลายประเทศ
ต่อมาได้พระราชทานกระแสพระราชดำรัสเจริญสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศไทยและสหรัฐต่อทั้งสองสภาของสหรัฐ
คนในยุคนั้นคงจำได้ว่าระหว่างมีพระราชดำรัสทรงได้รับการปรบมือแสดงความชื่นชมถึง 17 ครั้ง
จากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ไปเยือนโรงพยาบาลที่ทรงประสูติที่เมืองเคมบริดจ์ มลรัฐแมสซาชูเซตส์ เมืองเคมบริดจ์อยู่ติดกับเมืองบอสตัน สองเมืองนี้มีมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงอยู่ 2 มหาวิทยาลัย คือ แมสซาชูเซตส์ อินสติจูต ออฟ เทคโนโลยี (MIT) ซึ่งดังทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรม ตั้งอยู่ที่บอสตัน และมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังทางบริหารธุรกิจ อยู่ที่เมืองเคมบริดจ์
หลายปีต่อมาผมมีโอกาสได้ไปเข้าอบรมวิชาผู้บริหารระดับสูงที่ฮาร์วาร์ดเป็นเวลา 3 เดือน และเดินผ่านถนนชื่อภูมิพล บริเวณจัตุรัสเคมบริดจ์เป็นประจำ ถนนเส้นนี้ทางเมืองนำพระปรมาภิไธยไปตั้งชื่อให้เพื่อถวายพระเกียรติยศแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา
การเสด็จฯ เยือนสหรัฐในครั้งนั้น ทำให้คนอเมริกันรู้จักประเทศไทยมากขึ้น เพราะข่าวการเสด็จฯ กระจายไปทั่วสหรัฐอย่างต่อเนื่อง ต่อมาอีกไม่นานชาวอเมริกันได้ยินชื่อประเทศไทยบ่อยๆ เพราะสหรัฐได้ขอใช้ฐานการบินในประเทศไทย เพื่อสนับสนุนสงครามในเวียดนามที่สหรัฐหลวมตัวเข้าไปเต็มเปา นอกจากนั้นไทยยังเป็นที่สำหรับทหารอเมริกันมาพักผ่อนระหว่างพักรบอีกด้วย
เมื่อก่อนนี้ถ้าใครถามว่ามาจากไหน พอตอบว่า ไทยแลนด์ เขาก็มักจะเข้าใจว่า ไต้หวัน เลยมักจะถามต่อว่าอยู่ส่วนไหนของประเทศจีน สร้างความหงุดหงิดบ่อยๆ
อีก 5 ปีต่อมา ในปี 2508 ชื่อประเทศไทยดังไปทั่วสหรัฐอีกครั้ง โดยเฉพาะในหมู่คนที่ติดตามการประกวดนางงามจักรวาล
ในปีนั้น คุณอาภัสรา หงสกุล วัย 17 ปี ได้รับเลือกเป็นนางงามจักรวาลปีนั้น ขณะนั้นผมทำงานอยู่ที่เมืองพิตต์สเบิร์ก และได้นั่งชมการประกวดรอบสุดท้ายถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์อยู่ด้วย ตอนที่คุณอาภัสราได้รับการประกาศชื่อเป็นคนสุดท้ายของ 5 นางงามที่เข้ารอบสุดท้ายนั้น จำได้ว่าคุณอาภัสรายืนงงๆ อยู่พักใหญ่ กว่าจะรู้ตัวว่าตนเองเป็นผู้ชนะเลิศของการประกวดนางงามจักรวาล เป็นที่ชื่นชมของชาวไทยทั่วโลก
นั่นเป็นครั้งแรกที่คนไทยได้เป็นนางงามจักรวาล หลังๆ ถึงแม้ประเทศไทยจะมีนางงามจักรวาลอีก แต่ก็ไม่ตื่นเต้นเท่ากับครั้งนั้น







