
บิ๊กอ๊อดนำทีมติดตามสถานการณ์ไฟใต้
ยุทธศักดิ์ นำคณะลงพื้นที่ภาคใต้ ติดตามสถานการณ์ พร้อมมอบนโยบาย หลังจัด ตั้ง ศปก.จชต.เพื่อแก้ปัญหาความไม่สงบ ด้าน ผบ.ทบ.ย้ำตั้ง ศปก.จชต.ทำงานสะดวกขึ้น
ยุทธศักดิ์ นำคณะลงพื้นที่ภาคใต้ ติดตามสถานการณ์ พร้อมมอบนโยบาย หลังจัด ตั้ง ศปก.จชต.เพื่อแก้ปัญหาความไม่สงบ ด้าน ผบ.ทบ.ย้ำตั้ง ศปก.จชต.ทำงานสะดวกขึ้น
ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วย พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองผบ.ตร. ได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อร่วมประชุมผู้บังคับหน่วยถึงระดับหน่วยเฉพาะกิจหมายเลข กองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อรับฟัง บรรยายสรุปแนวโน้มสถานการณ์ ภารกิจ การดำเนินงานและผลการดำเนินงานความคืบหน้าคดีสำคัญในห้วงที่ผ่านมา รวมทั้ง ความคืบหน้าผลการปฎิบัติงานด้านการพัฒนา โดยมี พล.ท. อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาค 4 พล.ต.ท.ไพฑูรย์ ชูชัยยะ ผู้บัญชาการศูนย์ปฎิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ นาย เดชรัฐ สิมศิริ ผู้ว่าราชการ จ.ยะลา พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง เลขาธิการ ศอ.บต. ผู้บังคับหน่วยถึงระดับหน่วยเฉพาะกิจหมายเลข ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุม โดยหลังรับฟังบรรยายสรุปและรับทราบสถานการณ์ในพื้นที่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบาย และแนวทางการปฎิบัติงานในพื้นที่
ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวก่อนเดินทางร่วม ว่าในการเดินทางลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในครั้งนี้เป็นการไปรับฟังบรรยายสรุปผลการปฏิบัติงานในพื้นที่ภาคใต้จากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรภาค 4 ส่วนหน้า ในช่วงเวลาที่ผ่านมา พร้อมทั้งเข้าไปชี้แจงและทำความเข้าใจกับกำลังพลในการปฎิบัติงานในพื้นที่ และหาสาเหตุต่างๆ ที่เกิดขึ้นร่วมกัน ซึ่งต้องทำงานควบคู่กันไปทั้งงานด้านความมั่นคงคือรักษาชีวิต ทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ และอีกด้านคือการพัฒนาทั้งอาชีพเพื่อให้มีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
ส่วนการตั้งคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาชายแดนจังหวัดภาคใต้ (ศปก.จชต.) ขึ้นมานั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ดีเนื่องจากสามารถทำให้การประสานงานต่างๆ ในการแก้ไขปัญหาจะสะดวกและรวดเร็วขึ้น พร้อมยืนยันการปฏิบัติงานจะไม่ซับซ้อน ซึ่งที่ผ่านมายอมรับว่ากระบวนการในการประสานงานความร่วมมือยังล่าช้า เนื่องจากเจ้าหน้าที่ต้องทำตามขั้นตอน ซึ่งไม่ทันต่อสถานการณ์ที่เป็นจริงและไม่ทันต่อความต้องการของประชาชนในพื้นที่







