
บรื๊อส์...เวทีแดง ทับประตูผี
"ผู้ที่เรียนฮวงจุ้ย ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเวทีเสื้อแดงที่ตั้งคร่อมสะพานผ่านฟ้าลีลาศนั้นเป็นฮวงจุ้ยที่ไม่ดีนักเหมือนปลูกบ้านคร่อมตอหม้อ โบราณท่านว่าไม่มั่นคง "
"ผู้ที่เรียนฮวงจุ้ย ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเวทีเสื้อแดงที่ตั้งคร่อมสะพานผ่านฟ้าลีลาศนั้นเป็นฮวงจุ้ยที่ไม่ดีนักเหมือนปลูกบ้านคร่อมตอหม้อ โบราณท่านว่าไม่มั่นคง "
คนไทยสมัยโบราณจะทำสงครามเล็ก-ใหญ่อย่างไรก็ตาม สิ่งที่คำนึงถึงอันดับต้น ๆ คือการตั้งทัพ และเดินทัพ ต้องสอดคล้องตำรับพิชัยสงคราม หากทำได้ ชัยชนะในการศึกก็ไม่ไกลเกินเอื้อม หากทำไม่ถูกต้อง หรือผิดจากตำรับพิชัยสงคราม การพ่ายแพ้ก็มีให้เห็น แม้ว่าจะแก้เคล็ด อย่างไรก็ยากที่จะเอาชนะได้
จะเห็นว่าในสมัยรัตนโกสินทร์ เมื่อมีการยกทัพไปปราบข้าศึกที่มาพิชิตจะต้องทำพิธีต่าง ๆ ที่วัดชนะสงคราม หรือวัดตองปุ บางลำพู ตามตำรับพิชัยสงครามเสมอ
เมื่อดูการทำสงครามของคนเสื้อแดงกับรัฐบาลในขณะนี้ แรกทีเดียวผู้คนตระหนกตกใจว่าจะต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เพราะแดงทั้งแผ่นดิน ประชาชนคนชนบทยกทัพบุกกรุง แบบป่าล้อมเมืองของเหมา เจ๋อ ตง ทำให้คนกรุงขวัญผวา รัฐบาลย้ายที่ทำการจากทำเนียบรัฐบาลไปตั้งที่ศูนย์ราชการ กระทรวงบางแห่งปิดหรือย้ายที่ทำการเพื่อความปลอดภัย
แต่ผ่านมา 4 วัน เสื้อแดงก็มีท่าทีแผ่วลงเกือบหมดแรง ดัชนีตลาดหลัดทรัพย์ที่ขึ้นไปบวกกว่า 17 จุดโดยขึ้นไปปิดที่ 752.20 จุด (เมื่อวันที่ 16 มีนาคม) คือจุดสะท้อนว่าไม่เกรง ไม่กลัวม็อบ
การเอาเลือดไปเทหน้าทำเนียบนั้น กระแสข่าวบางแห่งบอกว่า “นายใหญ่” สั่งให้ทำเพื่อแก้เคล็ดไม่ให้เลือดนองแผ่นดิน อีกบางกระแสก็ว่าผู้นำเสื้อแดงต้องการรู้ว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่เคยพูดว่าจะไม่เดินไปบนกองเลือดคนไทยด้วยกันนั้นจะทำอย่างไร เมื่อบรรดาเสื้อแดงเอาเลือดไปลาดทางเข้าทำเนียบเสียแล้ว ยังจะกล้าเหยียบเข้าทำเนียบหรือไม่
ในการศึกนั้นแม่ทัพจะต้องศึกษาทำเลจุดพักของทัพใหญ่ ต้องยึดเอาชัยภูมิที่ดีจึงทำให้มีชัย แต่เวทีเสื้อแดง หน้าป้อมมหากาฬนั้น ไม่ค่อยตรงกับฮวงจุ้ยนัก แม้ว่าผู้นำเสื้อแดงบางคนจะคุยว่าทำเลที่ตั้งดีมาก สอดคล้องกับฮวงจุ้ย
แต่ผู้ที่เรียนฮวงจุ้ยเห็นก็ร้องจ้าก เพราะเวทีตั้งคร่อมสะพานผ่านฟ้าลีลาศ เหมือนปลูกบ้านคร่อมตอหม้อ โบราณท่านว่าไม่มั่นคง คลอนแคลนแลพังพาบได้ง่าย แค่ใครไปขย่มก็หล่นร่วงแถมอาจมีความปั่นป่วนภายใน
ส่วนคลองรอบกรุงไม่ได้ให้คุณเพราะไม่ได้อยู่ด้านหน้าเวทีแต่อยู่ด้านข้างคอยเซาะกร่อนจนอ่อนแรง ขณะที่ถนนราชดำเนินนั้นถือว่าเป็นมังกร พาดผ่านเวที แทนที่จะให้คุณกลับให้โทษเพราะเวทีไปเบียดมังกร ทำให้ทำอะไรก็ไม่ได้ดังปรารถนา
ด้านหลังที่ว่าแน่นหนาเพราะป้อมมหากาฬ ก็ต้องดูให้ลึกว่าป้อมนี้ให้คุณหรือให้โทษ เมื่อดูความเป็นมาของป้อมจะพบว่าป้อมนี้มีส่วนสูงจากพื้นดินถึงหลังคาป้อม 15 เมตร มีแนวกำแพงเมืองตามยาวถนนมหาไชย ไปเกือบจรดประตูผี การที่ยาวตามถนนมหาไชยนี้แหละทำให้ได้รับกระแสแห่งประตูผีที่สี่แยกสำราญราษฎร์อีกด้วย
การมีประตูผีตรงนี้ ก็เพื่อขนย้ายคนตายออกจากตัวเมืองชั้นใน หรือเขตพระนครมาทำพิธีฌาปนกิจที่วัดสระเกศ หรือวัดอื่น ๆ ที่อยู่นอกเขตพระนคร ทั้งนี้เพราะคนธรรมดาสามัญห้ามฌาปนกิจในเขตพระนคร เว้นแต่ศพเจ้า ที่มีพระบรมราชานุญาตให้จัดถวายพระเพลิงได้ที่ท้องสนามหลวงเป็นครั้งคราว
ประตูผีมีชื่อเสียงโด่งดังตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 2 เป็นต้นมาเมื่อมีโรคระบาดครั้งใหญ่ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ คืออหิวาตกโรค หรือที่เรียกในเวลานั้นว่า ไข้ป่วงใหญ่
อหิวาตกโรคเริ่มระบาดเป็นครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 2 เมื่อพ.ศ.2362 เกิดขึ้นที่เมืองเกาะหมาก(ปีนัง) ก่อน แล้วข้ามมาหัวเมืองฝ่ายตะวันตก ติดต่อขึ้นมาจนถึงปากน้ำเจ้าพระยา ชาวเมืองสมุทรปราการตายลงเป็นอันมาก ราษฎรอพยพขึ้นมากรุงเทพฯ ในกรุงเทพฯเริ่มเป็นอหิวาตกโรคตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม 2363 ชั่วระยะเวลา 8 วัน คนตายกันมากจนเผาไม่ทัน ในแม่น้ำลำคลองก็มีศพลอยเกลื่อนไปหมด เมื่อสำรวจแล้วปรากฏว่า ผู้ที่เสียชีวิตครั้งนั้นทั้งในกรุงเทพฯและหัวเมืองใกล้เคียง มีจำนวนถึง 3 หมื่นคน นับเป็นโรคระบาดครั้งใหญ่ครั้งแรกในกรุงเทพฯ
ครั้งที่ 2 โรคระบาดเกิดขึ้นในรัชกาลที่ 3 เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ.2392 ในครั้งนั้นประชาชนพากันเรียกว่า “ห่าลงปีระกา” ผู้คนล้มตายกันมาก พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวแต่ครั้งทรงผนวชอยู่ ได้ทรงแนะนำให้เก็บศพไปเผาที่วัดสระเกศ วัดบางลำพู(วัดสังเวชวิศยาราม) วัดเชิงเลน (วัดบพิตรพิมุขฯ) ตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายน ถึงวันที่ 15 กรกฎาคม มีจำนวนคนตายที่ถูกนำมาเผาที่วัดทั้งสามแห่งนี้ถึง 5,457 ศพ อันที่จริงก่อนที่จะมีอหิวาตกโรคระบาดครั้งนี้ ได้เกิดกาฬโรคระบาดมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อพ.ศ.2382 แต่เคราะห์ดีที่ได้มีการปลูกฝีป้องกันได้ทันท่วงที
จึงพอสรุปได้ว่าความพยายามของเสื้อแดงที่จะโค่นรัฐบาลอภิสิทธิ์ หรือเรียกร้องให้ยุบสภา จะต้องแท้ง ไม่ใช่เพราะเรียกร้องเพื่อนายใหญ่ หรือเพื่อคน ๆเดียวเท่านั้น ยังแท้งเพราะฮวงจุ้ยเป็นพิษอีกด้วย
ยุวดี เรืองฉาย หรือ ปู โลกเบี้ยว ผู้สนใจในศาสตร์ฮวงจุ้ย บอกว่า การเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุมเสื้อแดงเชื่อว่า มีกุนซือที่คอยให้คำแนะนำเรื่องฮวงจุ้ย หรือความเชื่อต่างๆ อยู่ แต่ก็ไม่แน่ใจว่าในการสื่อสารกันไปมาจะมีข้ออะไรผิดพลาดหรือไม่ ถึงมีวันเคลื่อนขบวนอยู่ 2 วัน ซึ่งวันที่ 12 มี.ค. นั้น ไม่เป็นการดีที่จะทำการใดๆ แต่ถ้าวันที่ 14 มี.ค. นี่คือวันดีมากๆ ของการเริ่มต้นหรือทำการอะไรระดับประเทศก็จะประสบความสำเร็จ
“ก็อยู่ที่ว่าเขายึดวันไหนแล้วล่ะที่เป็นวันเคลื่อนขบวนจริง แล้วถ้ายิ่งยึดว่าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยคือศูนย์กลาง เวทีก็จะอยู่ด้านตะวันตก ซึ่งหลักฮวงจุ้ยในปีนี้ทิศตะวันตกดี นำมาซึ่งชัยชนะ แต่ขณะเดียวกันก็จะมีอันตรายเกิดขึ้นเช่นกัน จากของเหลวคือน้ำเป็นจำนวนมาก ถ้าไม่ใช่เรื่องของฝนก็คือเลือด แล้วจะนำมาซึ่งโรคระบาด เป็นการระบาดแบบอันตรายและน่ากลัว
อย่างไรก็ตาม ถ้ามีเรื่องเงินสะพัด (อาจหมายถึงเศรษฐกิจดี) สงครามก็จะไม่เกิด ซึ่งถ้าประมวลภาพทั้งหมดแล้ว มีความต้องการที่ต้องเอาชนะในครั้งนี้ให้ได้” ปู-ยุวดีกล่าว
ด้าน หมอช้าง-ทศพร ศรีตุลา หมอดูและนักฮวงจุ้ยชื่อดัง บอกว่า ตำแหน่งยุทธศาสตร์ การตั้งเวทีของเสื้อแดง ในการประท้วงครั้งนี้ อยู่ตรงประตูผี ในทางฮวงจุ้ยเป็นตำแหน่งที่ไม่ดี
จริงๆ แล้ว ประตูผีสมัยโบราณเป็นที่เคลื่อนศพ บ้านของคนที่ตั้งอยู่ใกล้ประตู มักเกิดความขัดแย้ง แต่ถ้าเป็นการชุมนุมหรือการตั้งร้านค้าใกล้ประตู หรือวงเวียน จะเกิดการรวมตัวของคนจำนวนมากๆ นี่คือหลักทางจีน แต่ถ้าเป็นคนไทย อะไรที่ตั้งอยู่ตรงประตู เช่น ประตูผี คนจะเชื่อถือเรื่องโชคลาง เกิดความรุนแรง
“หลักจีนเรื่องประตูผีจะตรงข้ามกับหลักไทย หลักจีนอาจพลิกร้ายให้กลายเป็นดี การชุมนุมคนคึกคัก แต่พลังเร้นลับที่อยู่แถวนั้น หรือสิ่งที่มองไม่เห็น อาจเป็นพลังลับ ๆ ที่อาจก่อปัญหาตามมาภายหลัง แต่คาดว่า หลังจากวันที่ 18-19 มี.ค. จะมีดวงดาวเคลื่อนย้าย เกิดการถีบตัวทำให้เมืองเกิดความวุ่นวาย แต่ถ้าพ้นมาได้ดวงเมืองก็จะดี แม้ไม่ได้เกิดการประท้วงก็อาจเกิดปัญหาภัยธรรมชาติ ช่วงหลังวันที่ 19 มีนาคม พวกนักลงทุนขอให้ระวัง หุ้นอาจไม่ดีอย่างที่คิด
ขณะที่ หมอนิด-กิจจา ทวีกุลกิจ หมอดูดวงและฮวงจุ้ยมานานกว่า 25 ปี บอกว่า ต่อให้เวทีไปตั้งบนสวรรค์ก็แพ้ เพราะดวงแกนนำหรือผู้ที่มีอำนาจสั่งการแต่ละคนไม่ดี แม้จะตั้งเวทีอยู่บนสวรรค์ก็ตกสวรรค์ แม้จะส่งผลทำให้บ้านเมืองปั่นป่วนได้ แต่ไม่มีทางชนะ ส่วนอภิสิทธิ์เองก็อยู่ยาก ไม่ถึงกับยุบสภาแต่อาจลาออก เพราะดวงอภิสิทธิ์ก็ไม่ดีเช่นกัน ตอนนี้คนที่มีดวงเหนือกว่าใคร คือดวงของทหาร
สำหรับวันที่เริ่มเคลื่อนพลวันที่ 12 เป็นธาตุทอง ส่วนอดีตนายกรัฐมนตรีเป็นธาตุไฟ และนัดรวมพลใหญ่กันวันที่ 14 ซึ่งเป็นธาตุน้ำ ซึ่งธาตุน้ำก็มาดับธาตุไฟพอดี
“ไม่รู้ว่าอดีตนายกใช้ใครมาช่วยดูหมอให้ รวมทั้งรวมพลคนดวงไม่ดีมาช่วยเขาเต็มไปหมด ในหลักโหราศาสตร์ การทำอะไรต้องหาวันที่เป็นมิตรกับคนทำ ถ้าเป็นอริกัน ก็จะมีแต่ความพ่ายแพ้ ไม่มีทางชนะ อดีตนายกฯ อาจจะสามารถทำให้อภิสิทธิ์อยู่ไม่ได้ แต่ตัวเขาเองก็หมดสิทธิ์”







