posttoday
ตรวจการบ้านนิวัฒน์ธำรง น้ำท่วม'เอาอยู่'

ตรวจการบ้านนิวัฒน์ธำรง น้ำท่วม'เอาอยู่'

06 สิงหาคม 2555

หากย้อนกลับไปตั้งแต่ช่วงเดือน ส.ค.ปีที่แล้ว กองทัพน้ำเริ่มเคลื่อนตัวจากตอนเหนือไหลลงมาท่วมพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) กลายเป็นมหาอุทกภัย

โดย...ทีมข่าวการเมือง

หากย้อนกลับไปตั้งแต่ช่วงเดือน ส.ค.ปีที่แล้ว กองทัพน้ำเริ่มเคลื่อนตัวจากตอนเหนือไหลลงมาท่วมพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) กลายเป็นมหาอุทกภัย

แม้สถานการณ์น้ำปัจจุบันเมื่อเทียบกับปีก่อนยังไม่มีสัญญาณความรุนแรง แต่ภัยธรรมชาติก็ไม่อาจไว้วางใจได้ จึงต้องหันมาดูรัฐบาลเตรียมการรับมืออย่างไรบ้าง

นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ออกมาตอบการบ้านเร่งด่วนในเดือน ส.ค.ก.ย.

การบริหารจัดการน้ำต้องมองใหญ่ๆ ออกเป็น 2 ก้อน คือ 1.2 แสนล้านบาท โดยแบ่งเป็นเรื่องของการฟื้นฟูเยียวยา 4.5 หมื่นล้านบาท และอีกส่วนหนึ่ง 7.5 หมื่นล้านบาท เป็นการซ่อมแซมบำรุงและบูรณะโครงสร้างพื้นฐานและบางส่วนที่ทำเพิ่มเติมได้ในระยะเวลาอันสั้น

ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวจะแบ่งเป็น 2 ช่วง คือ งบประมาณ 7.5 หมื่นล้านบาท ต้องทำให้เสร็จภายในเดือน ส.ค.–ก.ย. เพราะบางเรื่องใช้เวลายาวนานมาก ดังนั้นต้องเร่งบูรณะและสร้างเสริมในการกั้นน้ำทั้งนิคมอุตสาหกรรม คันกั้นน้ำ แก้มลิง ขุดลอกคูคลอง เพราะหากเกิดน้ำมาปีนี้เท่าปีที่แล้วสภาวะต้องดีกว่าเดิม แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ท่วมเลย เนื่องจากไม่สามารถที่จะทำได้ในระยะเวลาไม่กี่เดือน อีกทั้งมีหลายเรื่องที่ต้องทำนานกว่านี้ แต่อยู่ในโครงการ 3.5 แสนล้านบาท

ตรวจการบ้านนิวัฒน์ธำรง น้ำท่วม'เอาอยู่'

 

“ขณะนี้ส่วนใหญ่โครงการต่างๆ โดยเฉลี่ยเสร็จไปแล้ว 80%”

นิวัฒน์ธำรง อธิบายถึงความคืบหน้า ซึ่งแบ่งเป็น ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ

ต้นน้ำ เน้นเรื่องการขุดลอกคูคลอง แก้มลิง ประตูน้ำ และการปลูกป่า ทั้งนี้การสร้างฝายได้ดำเนินการไปแล้ว 2,800 ฝาย เพื่อชะลอน้ำ ส่วนหญ้าแฝกจะมีการปลูกให้เสร็จในเดือน ส.ค.ประมาณ 50 ล้านต้น ขณะที่กรมป่าไม้ได้มีการปลูกป่าไป 20 ล้านต้น โดยตั้งเป้าทั้งหมดไว้ 800 ล้านกล้า ภายใน 4 ปี เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ

“วันที่ 8 ส.ค. เวลา 08.00 น. จะเริ่มคิกออฟเปิดโครงการปลูกป่า โดยนายกฯ จะไปเป็นประธานเปิดที่ จ.เชียงใหม่ ขณะที่รองนายกฯ ทั้งหมด เช่น กิตติรัตน์ ณ ระนอง ไปที่ จ.นครศรีธรรมราช ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง จ.นครราชสีมา พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา จ.น่าน และ ชุมพล ศิลปอาชา จ.อุทัยธานี ส่วนจังหวัดอื่นๆ เป็นหน้าที่ของผู้ว่าราชการแต่ละจังหวัด”

อย่างไรก็ดี โครงการดังกล่าวไม่ได้ปลูกอย่างเดียว แต่จะให้งบประมาณในการดูแลรักษาลงไปด้วย 5 ปี โดยใช้ชุมชนหรือจ้างชาวบ้านให้ดูแล และมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นแกนนำในการปลูกและดูแลหรือเรียกให้ง่ายคือ เป็นเจ้าภาพหลัก ซึ่งจะมีทีมงาน ประกอบด้วยกรมป่าไม้ กรมอุทยาน และทหาร ทั้งนี้จะดึงงบที่นำไปใช้ในการดูแลอยู่ในโครงการ 3.5 แสนล้านบาท มาใช้ก่อน

นิวัฒน์ธำรง บอกว่า ส่วนเรื่องการดูแลเขื่อนในพื้นที่ต้นน้ำ ขณะนี้สามารถรักษาระดับน้ำอยู่ได้ 45% ไม่เกิน 50% ซึ่งระดับน้ำน้อยกว่าปีที่แล้วมาก

กลางน้ำ เตรียมการอย่างไร นิวัฒน์ธำรง เปิดเผยว่า บริเวณกลางน้ำไล่มาตั้งแต่หลังเขื่อนสิริกิติ์ ภูมิพล ลงมาถึง จ.พระนครศรีอยุธยา จะใช้พื้นที่ 1.2 ล้านไร่ เป็นพื้นที่รับน้ำ ได้เตรียมการดูพื้นที่ไว้เรียบร้อย โดยมีประตูน้ำ คันกั้นน้ำ และเป็นท้องนาโดยปกติก็ทำนาไป เวลาน้ำท่วมมากก็จะขออนุญาตเอาน้ำเข้าไปใส่

“เรามีค่าชดเชยซึ่งได้คำนวณไว้แล้ว แต่ยังไม่ประกาศทั่วไป เนื่องจากเกรงว่าจะมีปัญหา แต่ไปติดต่อให้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรฯ และกรมชลประทาน ไปคุยกับทำความเข้าใจกับชาวบ้านในพื้นที่ที่ต้องรับน้ำและรัฐบาลจะดูด้วยว่าพื้นที่ทั่วไปท่วมเป็นปกติก็ว่าไป”

อย่างไรก็ดี พื้นที่ที่จะต้องเอาน้ำเข้าก็ต้องดูว่าหากน้ำน้อยก็ไม่ต้องเอาเข้า ถ้าน้ำมากก็ต้องเอาน้ำเข้าไปและค่อยไปชดเชยให้ภายหลัง ซึ่งทั้งหมดก็จะต้องเจรจากับเจ้าของที่ก่อนดำเนินการ และต้องทำให้จบภายในเดือนนี้

ทั้งนี้ ในการวางเกณฑ์ชดเชยเยียวยากับพื้นที่ของชาวบ้านนั้น จะคิดเป็นราคาบาทต่อไร่ แล้วแต่ว่ามีพืชหรือไม่ ถ้ามีพืชผลต้องชดเชยให้สูง อย่างน้อยต้องได้ต้นทุนคืน แต่ถ้าไม่มีพืชก็จะทำในลักษณะคล้ายกับเป็นการเช่านาเป็นพื้นที่รับน้ำ ทั้งหมดนี้เป็นโครงการระยะเร่งด่วน อาจจะไม่จำเป็นต้องใช้ก็ได้ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์นํ้า

ปลายน้ำ ได้มีการทำคันกั้นน้ำ ตั้งแต่คลองระพีพัฒน์ เนื่องจาก กทม.และปริมณฑล ถูกล้อมไปด้วยคันกั้นน้ำ ตั้งแต่ตะวันออกไปจนถึง จ.ฉะเชิงเทรา ตะวันตกจะเป็นคลองบันลือ พระพิเรนทร์ เรื่อยไปจนถึง จ.นครปฐม โดยคันจะต้องเสร็จภายในเดือนนี้ อย่างช้าภายในกลางเดือนหน้า ซึ่งความเป็นจริงต้องเป็นถนน แต่ขณะนี้ทำได้เพียงแค่ถนนดิน

ส่วนการขุดคลองทั้ง กทม.และปริมณฑล ส่วนใหญ่ทหารทำจบไปแล้ว เหลือส่วนอื่นกำลังไล่ทำ เนื่องจากปลายน้ำมีเวลาเยอะกว่า ขณะที่ประตูน้ำและเครื่องสูบน้ำต้องซื้ออีกเป็นจำนวนมาก เพื่อให้สูบน้ำได้คล่องตัว เนื่องจากปัญหาปีที่แล้วคลองไม่สามารถระบายได้ เพราะไปแถว จ.สมุทรปราการ ไม่มีน้ำ แต่ กทม.กลับท่วม

“ปลายน้ำจะทำให้เสร็จทั้งหมดอย่างช้าในเดือน ก.ย. ช้ากว่านั้นไม่ได้แล้ว”

ทั้งหมดนี้คือภารกิจเร่งด่วนช่วงเดือน ส.ค.ก.ย. ต้องแล้วเสร็จตามที่รัฐบาลมั่นอกมั่นใจ “เอาอยู่” แน่นอน

 

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก