
เงินทุนไหลออกมิ.ย.ลดลง
ธปท.ระบุ มิ.ย.เงินทุนยังไหลออกต่อเนื่อง แต่ลดลงเหลือ 2 หมื่นล้านบาท จาก 9.46 หมื่นล้านบาท เหตุต่างชาติซื้อตราสารหนี้รัฐเพิ่ม
ธปท.ระบุ มิ.ย.เงินทุนยังไหลออกต่อเนื่อง แต่ลดลงเหลือ 2 หมื่นล้านบาท จาก 9.46 หมื่นล้านบาท เหตุต่างชาติซื้อตราสารหนี้รัฐเพิ่ม
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานดุลบัญชีเงินทุนและบัญชีการเงิน ในเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ว่า ในเดือนนี้เงินทุนเคลื่อนย้ายไหลออกสุทธิ 635 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2 หมื่นล้านบาท หากคิดอัตราแลกเปลี่ยนที่ 31.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่มีเงินทุนเคลื่อนย้ายไหลออกสุทธิ 3,002 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 9.46 หมื่นล้านบาท เป็นไปตามปัจจัยความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกที่ปรับลดลง ทำให้เงินลงทุนในหลักทรัพย์กลับมาไหลเข้าสุทธิ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการไหลเข้ามาลงทุนในตราสารหนี้ของภาครัฐบาลและ ธปท.
สำหรับรายละเอียดของเงินทุนเคลื่อนย้ายแบ่งเป็นภาคของ ธปท.ในเดือนนี้ นักลงทุนต่างชาติกลับเข้ามาซื้อพันธบัตร ธปท.ในตลาดรองทั้งระยะสั้นและระยะยาว หลังจากขายสุทธิอย่างต่อเนื่องในช่วง 3 เดือนก่อน ขณะที่ ธปท.เองก็มีการนำเงินออกไปลงทุนในพันธบัตร และเพิ่มเงินฝากที่ประเทศจีนในจำนวนที่มากกว่า ทำให้สุทธิแล้วเงินทุนไหลออกเล็กน้อย 40 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1,260 ล้านบาท
นอกจากนี้ ภาคสถาบันรับฝากเงิน มีเงินไหลออกสุทธิ 509 ล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 1.6 หมื่นล้านบาท จากการชำระคืนหนี้เงินกู้ระยะสั้น เพื่อปรับฐานะจากการที่ผู้ส่งออกลดการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนลง
ด้านผู้นำเข้าเพิ่มการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามทิศทางเงินบาทที่อ่อนค่า รวมทั้งนักลงทุนต่างชาติมีการถอนเงินฝาก และภาคอื่นๆ มีเงินไหลออกสุทธิ 1,253 ล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 3.95 หมื่นล้านบาท เป็นการไหลออกของสินเชื่อการค้าที่ผู้ส่งออกให้กับคู่ค้าในต่างประเทศ รวมทั้งมีการเพิ่มเงินฝากในต่างประเทศ ส่วนเงินลงทุนในหลักทรัพย์ในต่างประเทศของไทยไหลออกสุทธิเพียงเล็กน้อย เนื่องจากมีการไหลกลับของเงินลงทุนในตราสารหนี้ระยะยาวที่ครบกำหนด
อย่างไรก็ตาม ภาครัฐบาลเป็นภาคเดียวที่มีเงินไหลเข้าสุทธิ 1,167 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3.68 หมื่นล้านบาท จากการที่นักลงทุนต่างชาติกลับเข้ามาซื้อพันธบัตรในตลาดรอง โดยส่วนใหญ่เป็นพันธบัตรระยะยาว
ทั้งนี้ ดุลการค้าในเดือนนี้เกินดุล 1,644 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ดุลบริการ รายได้ และเงินโอนขาดดุล 1,040 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 604 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนดุลการชำระเงินเกินดุล 519 ล้านเหรียญสหรัฐ ปรับดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ขาดดุลสูงถึง 2,774 ล้านเหรียญสหรัฐ







