
กต.ถกมท.หามาตรการดูแลนักท่องเที่ยว
กระทรวงต่างประเทศหารือมหาดไทยหามาตรการป้องกันดูแลนักท่องเที่ยวต่างชาติ วอนปชช.พื้นที่ช่วยเป็นแรงเสริม หวั่นภาพลักษณ์ชาติเสีย
กระทรวงต่างประเทศหารือมหาดไทยหามาตรการป้องกันดูแลนักท่องเที่ยวต่างชาติ วอนปชช.พื้นที่ช่วยเป็นแรงเสริม หวั่นภาพลักษณ์ชาติเสีย
นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ ได้ประชุมร่วมกับนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย พร้อมด้วยตัวแทนจากกรมการปกครอง กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยงและกีฬา รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัด (ผวจ.) 10 จังหวัด ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ประกอบด้วย สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต สงขลา กระบี่ เชียงใหม่ เชียงราย ชลบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ระยอง และตราด เพื่อหารือถึงมาตรการดูแลนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเพิ่มเติม เพราะช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ เกิดปัญหานักท่องเที่ยวต่างชาติถูกหลอกลวง เอารัดเอาเปรียบ และถูกทำร้ายในประเทศไทยบ่อยขึ้น ซึ่งได้ถูกเผยแพร่เป็นข่าวผ่านตามสื่อต่างๆ จนส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยเป็นอย่างมาก
นายยงยุทธ กล่าวภายหลังการประชุมว่า การท่องเที่ยวถือเป็นอุตสาหกรรมหลักที่ต้องดูแลเป็นอย่างดี เพื่อให้เศรษฐกิจเดินหน้า จึงได้มีแนวทางที่จะให้ประชาชนในพื้นที่ช่วยดูแลความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เพราะถ้าอาศัยแต่กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเพียงอย่างเดียวอาจไม่ทั่วถึงและเพียงพอ ซึ่งแนวทางนี้ถือเป็นโครงการของรัฐบาล ทั้งนี้ จะมีการหารือกับผู้ว่าราชการทุกจังหวัดถึงแนวทางดังกล่าวด้วย
ด้านนายสุรพงษ์ กล่าวว่า ที่ประชุมได้สรุปประเด็นปัญหาที่เกิดกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นบริการให้เช่าเจ็ตสกีที่ถูกทำให้มีสภาพบอบบางหรือเกิดความเสียหายง่าย และมีการข่มขู่ให้นักท่องเที่ยวที่เช่าต้องจ่ายค่าเสียหาย กรณีมาเฟียที่เป็นชาวต่างชาติซึ่งหลอกลวงชาวต่างชาติด้วยกัน การกรีดกระเป๋า ปัญหารถโดยสารที่คิดค่าบริการราคาถูก มีการขโมยสิ่งของของนักท่องเที่ยวระหว่างทาง ทั้งนี้มีการเสนอแนวคิดการติดตั้งกล้องซีซีทีวี การมีเจ้าหน้าที่ตำรวจขี่จักรยานตรวจตราดูแลนักท่องเที่ยวบริเวณชายแดนหรือสถานที่ท่องเที่ยวตามหัวเมืองต่างๆ การที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)เตรียมจัดตั้งหมายเลขโทรศัพท์สายตรงที่มีผู้ที่พูดภาษาต่างประเทศ 7 ภาษา คอยให้คำแนะนำและความช่วยเหลือแก่นักท่องเที่ยว และจะมีการตั้งศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเช่นนี้ในแต่ละจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกด้วย ซึ่งตนจะนำแนวคิดเหล่านี้เสนอต่อน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี รับทราบเพื่อให้มีการดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบ รวมถึงจะแจ้งต่อร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี นายชุมพล ศิลปอาชา รองนายกรัฐมนตรีและรมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ตลอดจนแจ้งต่อกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม ในกรณีปัญหารถเถื่อนหรือรถที่บริการรับ-ส่งนักท่องเที่ยวมีสภาพเสื่อมโทรม
ส่วนการเชิญรมว.มหาดไทย มาร่วมประชุมด้วยนั้น เพื่อขอให้มีการประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชนว่าอย่ามองว่านักท่องเที่ยวเป็นเหยื่อ ซึ่งรมว.มหาดไทยได้เชิญตนไปร่วมการประชุมกับผวจ.ทั่วประเทศของกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้แจ้งข้อมูลเหล่านี้ตรงถึงแต่ละจังหวัดได้รับทราบแล้วส่งต่อถึงระดับท้องถิ่นลงไปถึงประชาชนในพื้นที่ นอกจากนี้ ตนจะเชิญผู้อำนวยการโรงพยาบาลที่ชาวต่างชาตินิยมมาใช้บริการรับการรักษาพยาบาล เพื่อมาพูดคุยด้วย เพราะได้รับการร้องเรียนจากประเทศในแถบตะวันออกกลางว่าถูกเรียกเก็บค่าบริการแพงเกินไป ทำให้เขาอาจจะไปรักษาตัวในประเทศอื่นแทน ซึ่งตอนนี้มีหลายประเทศที่เข้ามาเป็นคู่แข่งกับไทยในด้านบริการทางการแพทย์







