
เมืองสร้างสรรค์
คุณผู้อ่านที่เคยผ่านถนนราชวิถีช่วงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิไปจนข้ามทางรถไฟเพื่อไปแยกจิตรลดา
โดย...วีระศักดิ์ โควสุรัตน์
คุณผู้อ่านที่เคยผ่านถนนราชวิถีช่วงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิไปจนข้ามทางรถไฟเพื่อไปแยกจิตรลดา เคยสังเกตไหมครับ ว่ามีโรงพยาบาลและสถานที่บริการด้านสุขภาพอยู่ในละแวกนั้นมากมาย ทั้งโรงพยาบาลราชวิถีของกรุงเทพมหานคร (กทม.) โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า วิทยาลัยแพทย์ วิทยาลัยพยาบาลกองทัพบก คณะเภสัชศาสตร์ และโรงพยาบาลรามาของมหา วิทยาลัยมหิดล โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน สถาบันโรคผิวหนัง สถาบันมะเร็งแห่งชาติ สถาบันประสาทวิทยา (โรงพยาบาลประสาท) สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (โรงพยาบาลเด็ก)
เลยไปหน่อยก็มีโรงพยาบาลสงฆ์ องค์การเภสัชกรรม โรงเรียนเสนารักษ์ และกรมทหารเสนารักษ์ของกองทัพบก หรือแม้แต่โรงพยาบาลเอกชนอย่างพญาไท 1 พญาไท 3 และโรงพยาบาลเดชา
เอาเป็นว่าในรัศมี 1 กิโลเมตร มีหน่วยงานและหน่วยบริการที่ทำงานคล้ายๆ กันอยู่เพียบ นี่ไม่นับร้านขายยา อุปกรณ์การแพทย์ เครื่องมือสนับสนุนกิจการแพทย์อีกมากมาย
แปลว่าทั้งวันและทุกวัน ย่านนี้มีทั้งแพทย์ พยาบาล ผู้ป่วย และญาติ ตลอดจนบุคลากรสนับสนุนขวักไขว่มากมาย มีวิถีปฏิบัติในเวลางาน เวลาทำธุระคล้ายๆ กัน คือ เริ่มงาน พักรับประทานอาหาร เลิกงาน เยี่ยมไข้ อยู่เวรคล้ายๆ กัน
ผมอยากชวนให้คิดว่า เป็นไปได้ไหมที่เราจะสร้างพื้นที่เศรษฐกิจสุขภาพเชิงบูรณาการขึ้นในอนาคตบริเวณนี้
จะถือเป็นพื้นที่ Creative City หรือเมืองสร้างสรรค์ตัวอย่างด้านบริการสุขภาพก็ได้
เริ่มจากการมีเจ้าภาพนัดประชุมผู้บริหารของหน่วยงานและองค์กรข้างต้น เพื่อสำรวจว่า หน่วยไหน ใครมีอะไร ขาดอะไร (ที่ไม่ใช่ขาดงบ) มากที่สุด เช่น ขาดทางเดินเชื่อมหน่วยงาน (หรืออาจจะขาดการเชื่อมใจมากกว่าการเชื่อมทาง) ขาดที่จอดรถทั้งผู้ให้บริการและผู้รับบริการ ขาดโรงอาหารร่วม ขาดระบบบริการขนส่งร่วมในบริเวณ ขาดที่พักสำหรับผู้เฝ้าไข้ ขาดที่พักสำหรับผู้เข้าเวรยาม หรืออะไรอีกจิปาถะ
ทั้งหมดนี้ ถ้ารัฐบาล+กทม.+กองทัพ+ มหาวิทยาลัยมหิดล+โรงพยาบาลในละแวกนั้น จะร่วมกันลงทุน เช่น ขุดอุโมงค์คนเดินเพื่อใช้ประโยชน์จากพื้นที่ใต้ถนนราชวิถี และบางส่วนของใต้ถนนพระราม 6 ขุดบางส่วนของใต้ลานสนามหญ้าหน้าตึกต่างๆ ให้เป็นทางเชื่อมใต้ดินมีร้านรวงรองรับบุคลากรทางการแพทย์ พยาบาลในพื้นที่นั้น
หรือจะทำฟุตปาททางเท้าเป็นสองชั้นขนาดใหญ่ที่เชื่อมกันไปมาระหว่างสถาบันและโรงพยาบาล หรืออาคารต่างๆ อย่างมีศิลปะจนกระทั่งสามารถเดินบนชั้นสองเหล่านี้ไปเข้ารถไฟฟ้า BTS โดยไม่ต้องลงพื้นเลย ก็จะทำให้คนเดินเท้าที่อุ้มลูก จูงคนแก่ไปหาหมอ ซึ่งมีอยู่เกือบตลอดเวลามีความปลอดภัย
ย่านนี้คนรวยอาจไม่ได้มาเดินหรอก แต่คนที่มาประจำคือ คนจำใจต้องมา จะมาเป็นผู้ให้บริการ หรือผู้รับบริการสุขภาพ ซึ่งเจ็บไข้ได้ป่วยนั่งรถเข็น ถือไม้เท้า และหอบอาหารมาเยี่ยมไข้เหล่านี้ก็น่าจะมีโอกาสได้รับการอำนวยความสะดวกเชิงระบบ คล้ายๆ กับย่านราชประสงค์ที่เชื่อมยาวถึงแยกมาบุญครองเหมือนกัน
Creative City หรือเมืองแนวคิดสร้างสรรค์ นั้นสร้างขึ้นได้แน่ ขอเพียงแต่ไม่แบ่งแยกว่า นี่ของเรา นั่นของเธอ







