posttoday
พลิกกฏหมายเช็คบิลแก๊งเงินกู้นอกระบบ

พลิกกฏหมายเช็คบิลแก๊งเงินกู้นอกระบบ

23 กรกฎาคม 2555

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) กำลังเปิดมาตรการเชิงรุก เล่นงาน “แก๊งเงินกู้เถื่อนดอกเบี้ยโหด”

โดย...วัลยศ งามขำ

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) กำลังเปิดมาตรการเชิงรุก เล่นงาน “แก๊งเงินกู้เถื่อนดอกเบี้ยโหด” ที่กำลังแพร่กระจายอยู่ทั่วประเทศ หลังจากพบว่ามีหัวโจกตัวเอ้อยู่เพียงไม่กี่คนในประเทศเท่านั้น ที่ลอยหน้าแข็งข้องัดมือกับกฎหมายด้วยการทำนาบนหลังคน อย่างไรก็ตามการตามเช็ดล้างองค์กรอาชญากรรมประเภทนี้ ไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อชุดเฉพาะกิจที่ถูกตั้งโดยผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พบว่ามีปัญหาในข้อกฎหมายและที่สำคัญมีตำรวจหลายระดับเข้าไปเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ที่ได้มาอย่างผิดกฎหมาย

ด้วยความเดือดร้อนของชาวบ้านร้านตลาด ทำให้เมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) ตั้งชุดเฉพาะกิจขึ้นมาเพื่อเด็ดหัวตัวการใหญ่ในการปล่อยเงินกู้ให้กับชาวบ้าน

แต่เมื่อตำรวจชุดนี้ลงไปสัมผัสถึงปัญหาแล้ว ก็ทำให้รู้ว่าการที่จะสาวไปถึงแหล่งเงินกู้ตัวจริงนั้นกลับไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะแม้จะรู้ว่าใครชักใยอยู่เบื้องหลัง แต่หลักฐานที่จะลากคอพวกนี้มารับโทษนั้นกลับมีหนทางที่ริบหรี่

ชื่อของตำรวจมือปราบและนักสืบหลายคนได้ถูกจารึกในคำสั่งให้เป็นคณะทำงานสืบสวนและปราบปรามการปล่อยเงินกู้และทวงหนี้นอกระบบ โดยมีนักสืบมือบู๊อย่าง พ.ต.อ.กิตติ สะเภาทอง รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (รอง ผบก.ปอศ.) เป็นหัวหน้า ในขณะที่ พ.ต.อ.ภูธร ปริศนานันทกุล รอง ผบก.ปอศ. พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย ผกก.4 บก.ปอศ. และ พ.ต.อ.ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย ผกก.3 กองปราบปราม เป็นรองหัวหน้าที่คอยทำหน้าที่ช่วยบู๊หาข้อมูลของแก๊งเงินกู้ทั่วประเทศ โดยมีคณะทำงานทั้งหมดรวม 44 นาย

พลิกกฏหมายเช็คบิลแก๊งเงินกู้นอกระบบ

 

การทำงานของคณะทำงานชุดนี้ เริ่มเดินเครื่องมาแล้วราว 1 เดือนเศษ นั่นทำให้ได้ข้อมูลที่สามารถบอกได้ว่ามีขาใหญ่ที่กระจายปล่อยเงินกู้อยู่ทั่วประเทศราว 40-50 ราย แต่ถ้าหากเป็นระดับหัวโจกจะมีอยู่เพียง 5 เครือข่ายเท่านั้น ส่วนที่แข็งจริงกล้างัดข้อสู้กับอำนาจรัฐได้อย่างไม่ต้องแยแสมีอยู่ 2 เครือข่ายใหญ่ๆ 1 ใน 2 นั้น มีที่พำนักฐานทำการอยู่ใน จ.อุทัยธานี ส่วนอีกรายเป็นขาใหญ่ที่ทำเรื่องเงินกู้มาอย่างยาวนานจนฝังรากลึก และเป็นที่เลื่องลือใน จ.จันทบุรี

พ.ต.อ.ฐิตวัฒน์ เล่าให้ฟังถึงวิธีการปล่อยเงินกู้ดอกโหดว่า มี 2 วิธีหลักๆ โดยแบบแรกเรียกว่า “ดอก 24 วัน” อย่างเช่น หากกู้เงินจำนวน 2,000 บาท ก็จะต้องผ่อนส่งเป็นรายวัน วันละ 200 เป็นเวลา 24 วัน หากกู้เงิน 1 หมื่นบาท ก็จะต้องจ่ายรายวัน วันละ 500 เป็นเวลา 24 วัน

ส่วนวิธีที่ 2 เรียกว่า “ดอกลอยร้อยละ 2” วิธีการนี้ผู้ที่กู้เงินไปจะต้องส่งดอกเบี้ยไปเรื่อยๆ ในอัตราร้อยละ 2 ต่อเดือน โดยที่เงินต้นจะไม่ลดลงเลย วิธีการเดียวที่จะปลดหนี้ได้คือ ต้องหาเงินต้นมาชำระเต็มจำนวนเท่านั้น

“ลูกค้าส่วนใหญ่มักจะเป็นชาวบ้าน หรือพ่อค้าแม่ค้าในต่างจังหวัด และส่วนหนึ่งก็เป็นพวกที่เข้าบ่อนเล่นการพนันที่ผิดกฎหมายที่กระจายอยู่ทั่วไป ซึ่งแม้ว่าดอกเบี้ยจะโหด แต่ลูกค้าก็ยังเต็มใจที่จะกู้ เพราะชาวบ้านพวกนี้ไม่มีเครดิตที่จะไปกู้เงินจากสถาบันการเงิน และต้องการใช้เงินอย่างเร่งด่วน จึงยอมควักเงินจ่ายค่าดอกเบี้ยที่อยู่ในอัตราที่สูงกว่ากฎหมายกำหนดอยู่มากทีเดียว โดยเงินที่กู้นั้นก็เอาไปซื้อรถจักรยานยนต์ ทองคำ หรือไม่ก็โทรศัพท์มือถือ” พ.ต.อ.ฐิตวัฒน์ กล่าว

อัตราการปล่อยเงินกู้นั้นจะอยู่ที่ประมาณ 3,000-5 หมื่นบาท เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกเบี้ยว จึงเน้นไปที่การหาลูกค้าให้ได้จำนวนเยอะๆ

สำหรับวิธีการในการไปเก็บเงินนั้น แก๊งเงินกู้จะใช้อาวุธที่เรียกว่า “แก๊งหมวกกันน็อกดำ” เป็นอาวุธที่จะจู่โจมถึงตัวลูกค้าที่เข้าข่ายเป็นเหยื่อ โดยแก๊งหมวกกันน็อกดำนี้ จะเป็นเด็กวัยฉกรรจ์สวมหมวกกันน็อกสีดำคร่อมรถจักรยานยนต์ไปตามตลาด หรือบ้านพักของลูกค้าเพื่อไปเก็บเงินรายวันตามที่ได้รับมอบหมายจากแผนกบัญชีที่มีออฟฟิศกระจายอยู่ตามจังหวัดต่างๆ โดยจะใช้รถจักรยานยนต์ Honda CBR ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในภาคอีสานเป็นพาหนะ

“ส่วนใหญ่แล้วลูกค้าจะไม่ค่อยมีปัญหาในเรื่องการจ่ายหนี้สิน โดยแก๊งเหล่านี้จะได้เปอร์เซ็นต์เป็นรายเดือนจากยอดเงินที่เก็บได้มากถึง 20 เปอร์เซ็นต์ นอกจากเงินเดือนที่ได้อยู่แล้วราว 8,000-9,000 บาท และหากเก็บเงินได้น้อยกว่าที่กำหนด ก็อาจจะหลุดจากตำแหน่งก็ได้” พ.ต.อ.ฐิตวัฒน์ กล่าว

พ.ต.อ.ฐิตวัฒน์ เปิดเผยว่า รอบ 1 เดือนที่ผ่านมาชุดปฏิบัติการสามารถจับกุมแหล่งปล่อยเงินกู้นอกระบบไปแล้ว 2-3 แห่ง ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ขอนแก่น ยโสธร ชลบุรี และพิษณุโลก ได้ผู้ต้องหาราว 60-70 คน แต่ขบวนการนี้ยังมีอีกจำนวนมาก เพราะการจับกุมแก๊งเงินกู้ใน จ.นครราชสีมา นั้น ทำให้รู้ว่าในจังหวัดนี้มีเครือข่ายอยู่ทั้งหมดถึง 41 สาย และในแต่ละสายยังแบ่งออกไปได้อีกสายละ 10 ทีม มีเงินหมุนเวียนทั้งเดือน เดือนหนึ่งราว 35-40 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.ฐิตวัฒน์ ยอมรับว่า การที่จะสาวไปถึงหัวหน้าขบวนการใหญ่ตัวจริงนั้นเป็นเรื่องที่ยากในการรวบรวมหลักฐาน เพราะคนพวกนี้เป็นแหล่งทุนตัวจริง แต่ให้คนรอบข้างเป็นผู้บริหารแทน ในขณะเดียวกันการไล่จับกุมแก๊งเงินกู้พวกนี้ ก็ดำเนินคดีได้เพียงข้อหาประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต และข้อหาเรียกรับดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด ซึ่งทั้งสองข้อหามีโทษแค่ปรับ และจำคุกในระดับศาลแขวงเท่านั้น เมื่อได้รับโทษแล้วคนพวกนี้ก็จะกลับมาสู่ระบบนี้อีกครั้ง หรือไม่แก๊งเงินกู้ก็หาตัวตายตัวแทนมาสวมดำเนินกิจการต่อไปได้

“ที่สำคัญต้องยอมรับว่า มีตำรวจเข้ามารับผลประโยชน์จากแหล่งเงินกู้พวกนี้ด้วย คล้ายกับการจ่ายเงินของบ่อนการพนัน เพื่อปิดตาไม่ให้ตำรวจรับรู้การทำงานของขบวนการ ซึ่งยอดการจ่ายนั้นมีตั้งแต่ 3,000-5 หมื่นบาท ในส่วนนี้ก็กำลังอยู่ระหว่างการขยายผลที่จะดำเนินการต่อไป”

พ.ต.อ.ฐิตวัฒน์ บอกว่า ขณะนี้กำลังหารือกันอยู่ว่าจะมีวิธีใดที่จะจัดการกับผู้ที่อยู่เบื้องหลังแก๊งเงินกู้ตัวจริงได้ ซึ่งเป็นไปได้ว่าอาจจะต้องใช้มาตรการทางด้านภาษีของกรมสรรพากรเข้ามาช่วย เพื่อกำจัดขบวนการนี้ไม่ให้อยู่ได้ และเพื่อนำเงินเข้าสู่ระบบอย่างแท้จริง

ส่วนจะทำได้หรือไม่นั้น ก็เป็นเรื่องที่ต้องจับตามอง

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน