
ศาลรธน.เตือน! ดันทุรังวิกฤตแน่
ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ถ้ายังเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญวาระ 3 ระวังถูกร้องซ้ำ เป็นประเด็นเล่นงานรัฐบาลอีก
ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ถ้ายังเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญวาระ 3 ระวังถูกร้องซ้ำ เป็นประเด็นเล่นงานรัฐบาลอีก
นายบุญส่ง กุลบุปผา ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้ส่งคำวินิจฉัยกลางคดีแก้ไขรัฐธรรมนูญให้กับตุลาการแต่ละคนตรวจทานความถูกต้องแล้ว ก่อนที่จะมีการนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะตุลาการเพื่อพิจารณาเห็นชอบในวันที่ 25 ก.ค. จากนั้นตุลาการทุกคนจะลงนามในคำวินิจฉัยกลางและนำประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา
นายบุญส่ง กล่าวว่า การทำประชามติเป็นเพียงข้อเสนอแนะของศาลรัฐธรรมนูญเท่านั้น ซึ่งสิทธิชี้ขาดในการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นอำนาจของรัฐสภาว่าจะปฏิบัติตามหรือไม่ แต่ข้อเสนอแนะของศาลก็เหมือนศาลได้ชี้ทางสะดวกในการแก้ไข หากยังเดินหน้าอาจมีปัญหาอุปสรรค และเปิดช่องให้ผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข นำกลับมาเป็นประเด็นเล่นงานรัฐบาลได้ และจะส่งผลกระทบให้เกิดวิกฤตครั้งใหญ่แน่นอน ทางที่ดีควรปฏิบัติตามขั้นตอน และถ้าดำเนินการตามนั้นการแก้ไขก็จะเป็นไปอย่างโปร่งใส
นางธิดา ถาวรเศรษฐ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) แถลงว่า แม้พรรคเพื่อไทยจะตัดสินใจรอคำวินิจฉัยกลางของศาลรัฐธรรมนูญก่อนเพื่อสรุปว่าจะขับเคลื่อนอย่างไร แต่ นปช.ขอยืนยันจุดยืนเดิมให้รัฐบาลเดินหน้าลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระ 3 ต่อไป เพื่อแสดงให้เห็นว่าอำนาจตุลาการจะมาแทรกแซงอำนาจนิติบัญญัติไม่ได้
นางธิดา ยืนยันว่า นปช.ไม่เคยกลัวการทำประชามติ แต่อยากให้ฝ่ายการเมืองดูให้รอบคอบ เพราะฝ่ายอำมาตย์จงใจเขียนรัฐธรรมนูญปี 2550 ป้องกันไม่ให้มีการล้มล้างทั้งฉบับ โดยเฉพาะมาตรา 165 ที่ระบุให้ใช้เสียงข้างมากเกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิออกเสียง ซึ่งเชื่อว่าเป็นไปได้ยากที่ผู้จะออกมาใช้สิทธิจำนวนกว่า 24 ล้านคน จึงถือว่าเป็นกับดักของฝ่ายอำมาตย์เพื่อป้องกันไม่ให้มีใครไปแตะรัฐธรรมนูญปี 2550 ตลอดทั้งชาติ และพรรคเพื่อไทยก็ไม่ควรเสี่ยงทำประชามติ
นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การทำประชามติเพื่อให้มีผลผูกพันกับคนทั้งประเทศ จำเป็นต้องมีเสียงข้างมากของผู้มีสิทธิลงคะแนนทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นหลักการทั่วไปอยู่แล้ว หากไปแก้ว่า ให้ใช้จำนวนเสียงที่น้อยลงก็จะถูกโจมตีได้
พ.ต.ท.ทักษิณ ให้สัมภาษณ์ผ่านสำนักข่าวแชนแนล นิวส์เอเชีย ของสิงคโปร์ว่า ถึงแม้ศาลจะวินิจฉัยว่าพรรคเพื่อไทยไม่สามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับได้ หรือหากจะแก้ก็ต้องขอทำประชามติจากประชาชนทั้งประเทศก่อน แต่ขณะนี้พรรคยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะดำเนินตามคำวินิจฉัยของศาลหรือไม่ เนื่องจากอยู่ในขั้นตอนการหารือ







