
กมล ท้าปชป.โชว์เอกสารตัวจริงมาร์คเกณฑ์ทหาร
“กมล” ยัน ผลสอบปี42ชี้ชัด “อภิสิทธิ์” ไม่ได้คัดเลือกทหารและใช้เอกสารเท็จเข้ารับราชการ ท้า “ศิริโชค” หาเอกสารตัวจริงมาแสดงให้ได้
“กมล” ยัน ผลสอบปี42ชี้ชัด “อภิสิทธิ์” ไม่ได้คัดเลือกทหารและใช้เอกสารเท็จเข้ารับราชการ ท้า “ศิริโชค” หาเอกสารตัวจริงมาแสดงให้ได้
นายกมล บันไดเพชร สมาชิกพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้ยื่นเรื่องให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน กรณี พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพิกเฉยไม่ตรวจสอบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ทุจริตใช้เอกสารหลักฐานปลอม เพื่อเข้ารับราชการเป็นอาจารย์ในโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (ร.ร.จปร.) แถลงว่า การยื่นเรื่องให้ตรวจสอบเรื่องนี้ทำในนามส่วนตัว ไม่ใช่ในนามพรรคและ ไม่ใช่เรื่องการเมือง เพราะได้ตรวจสอบเรื่องนี้ตั้งแต่สมัยอยู่พรรคความหวังใหม่แล้ว ในช่วงนั้นเจ้ากรมจเรทหารบกได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนเรื่องนี้ ในสมัยที่นายชวน หลีกภัย เป็นรมว.กลาโหม เมื่อปี 2542 ผลสอบพบว่า นายอภิสิทธิ์ไม่ได้เข้ารับการตรวจเลือกเป็นทหารจริง และใช้เอกสารเท็จในการเข้ารับราชการเป็นอาจารย์ที่โรงเรียนนายร้อยจปร. จนมีการสั่งลงโทษเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง แต่เรื่องเงียบหายไปไม่มีการลงโทษ ซึ่งตนยังติดตามหาหลักฐานเพิ่มเติมมาอีก 12 ปี จนปี 52 ได้นำเรื่องไปร้องต่อพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม เพื่อให้กระทรวงกลาโหมถอดยศและเรียกเงินเดือนของนายอภิสิทธิ์คืน เพราะขาดคุณสมบัติการเข้ารับราชการทหารตั้งแต่การสมัคร แต่ไม่มีความคืบหน้า จึงมายื่นสอบถามในสมัยพล.อ.อ. สุกำพล สุวรรณทัต เป็นรมว.กลาโหมอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร ทำให้ต้องไปร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินว่า เจ้าหน้าที่รัฐไม่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ จนผู้ตรวจการแผ่นดินต้องทำหนังสือสอบถามไปยังพล.อ.อ.สุกำพล
นายกมลกล่าวว่า ผลการสอบสวนเมื่อปี 2542 สรุปแนวทางตรงกับการสอบสวนของพล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหมว่า 1.นายอภิสิทธิ์ ไม่ได้เข้ารับการตรวจเลือก หรือเป็นผู้หนีทหาร 2.ใช้หลักฐานเท็จเพื่อเข้ารับราชการที่โรงเรียนนายร้อยจปร. 3.ใช้เอกสารเท็จ สด.9 จนได้รับการแต่งตั้งเป็นนายทหารสัญญาบัตร
โดยจากการตรวจสอบพบว่า นายอภิสิทธิ์ได้พ้นฐานะจากการได้รับการผ่อนผัน เมื่อปี 2530 แต่ไม่ยอมเข้ารับการตรวจเลือกเพื่อเกณฑ์ทหาร เดือนเม.ย. ปี 2530 จึงน่าสงสัยว่า เข้ารับราชการได้อย่างไร แม้นายอภิสิทธิ์จะนำเอกสารการได้รับการผ่อนผัน ลงวันที่ 4 พ.ย. 2529 มาแสดงในการอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อปี 53 แต่เอกสารที่นำมาแสดงชิ้นนี้ไม่เคยพบในผลการสอบสวนของเจ้ากรมจเรทหารบก เมื่อปี 2542 ดังนั้นนายอภิสิทธิ์นำเอกสารนี้ไปสมัครเป็นอาจารย์โรงเรียนนายร้อยจปร. เมื่อวันที่ 12 ม.ค.2530 ได้อย่างไร ที่สำคัญเอกสารที่นำมาแสดงดังกล่าวไม่มีผู้รับรองเอกสาร ไม่รู้ว่าใครเป็นคนทำขึ้นมา
นายกมล กล่าวว่า ขอท้านายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ว่า หากคิดว่าเอกสารที่นายอภิสิทธิ์นำมาแสดงเป็นของจริง ให้ไปตามหาเอกสารต้นฉบับมายืนยันให้ได้ว่า นายอภิสิทธิ์ได้รับการผ่อนผันจริง หวังว่านายศิริโชคจะกล้ารับคำท้า ถ้าหาเจอผมพร้อมจะกราบเท้างามๆ3ที นอกจากนี้ใบสด.9 ที่นายอภิสิทธิ์อ้างว่า ทำหายไป และได้ไปขอใบแทนใหม่ก็พบว่ามีข้อน่าสงสัย เพราะในใบแทนระบุวันขึ้นทะเบียนเข้าบัญชีทหารกองเกินเป็นวันที่ 8 เม.ย.2531 ซึ่งไม่ตรงกับใบสด.9 ตัวจริงที่ระบุวันขึ้นทะเบียนทหารกองเกิน เป็นวันที่ 4 ก.ค.2529 จึงพูดได้ว่า ใบสด.9 ใบที่สองน่าจะเป็นเอกสารเท็จ







